คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
ตอนทำธุรกิจส่วนตัว ( 2 บริษัท) ไม่มีบัตรพวกนี้เลย เงินก้อนใหญ่ๆนิ่งๆไม่เคยมี อยู่ในเงินหมุนและสต๊อกมหาศาล พอเหลือเงินส่วนเกินออกมานิ่งๆสักไม่กี่ล้านก็เอาไปซื้อดาวน์ตึกอาคารใหม่เพิ่มสาขา แล้วก็ผ่อนให้หมดเร็วที่สุด
ตอนนี้เลิกทำทุกอย่างแล้ว เกษียญในวัยหลักสี่ เคลียร์สต็อกขายหมด เลยเหลือเงินมาฝากแบงค์เป็นก้อนใหญ่พอ หลังจากนั้นแป๊บ ธนาคารเชิญให้เปิดบัตรฯ
ของผมทิ้งไว้ในธนาคารราวๆ 10 m จึงได้บัตรมา ก้อนนี้จะเป็นก้อนที่ไม่อยากเสี่ยงมาก ที่เหลือไปเล่นหุ้นและซื้อหุ้นกู้ แต่ทรัพย์สินจริงๆส่วนใหญ่ไปจมอยู่ในอาคารพาณิชย์ต่างๆที่เคยเปิดทำกิจการ ที่ซื้อผ่อนมาเรื่อยๆ จนหมด อาคารพวกนี้ปล่อยเช่าทำรายได้หลักแสนต่อเดือนมาหลายปีแล้วดังที่เขาเรีบกกันว่า passive income กันมั่ง ถ้าใช้เงินแบบคนทั่วไปก็เหลือๆอยู่ ไม่ลำบากละ ตอนนี้พาครอบครัวเที่ยว ตปท ปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2-4 สัปดาห์ ปีที่แล้วหมดไป ห้าแสนกว่า คิดว่าน่าจะคงงบไว้ราวๆนี้ ทุกปี ก็สบายพอประมาณ อย่างอื่นก๋ไม่รู้จะทำไรที่ใช้เงินมากๆยกเว้นซื่อรถทีละหลายล้าน แต่ก็ 7-8 ปีสักคัน หรือสองคัน
คือแค่นี้ผมก็โอเคแล้วล่ะ แต่ส่วนใหญ่คนอื่นจะไม่หยุดนะ อยากรวยมากก็ต้องทำงานมาก สุดท้ายจะมีสักกี่คนในนั้นได้ใช้เงินคุ้มกับเวลาชีวิตที่เสียไป ผมมักน้อยขอพักก่อน เที่ยวก่อน ใช้ก่อน เวลาตายจะได้ไม่เสีบดายหาเงินมาเยอะแยะทำไม แต่ได้ใช้จริงไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ ว่าแล้วก็เที่ยวต่อไป ตอนนี้ก็นอนพิมพ์ตอบอยู่ที่จีน เที่ยวอาทิตย์หนึ่ง แล้วไปขึ้นเรือสำราญไปแวะตาม ปท เกาหลี ญี่ปุ่นสักสัปดาห์ถึงบินกลับ
เล่าเสียเยอะเลย นอกเรื่องบ้างแต่อารมณ์มันพาไป คงไม่เป็นไรนะ จขกท จะได้เห็นวิธีคิดหลากหลายขึ้น
ตอนนี้เลิกทำทุกอย่างแล้ว เกษียญในวัยหลักสี่ เคลียร์สต็อกขายหมด เลยเหลือเงินมาฝากแบงค์เป็นก้อนใหญ่พอ หลังจากนั้นแป๊บ ธนาคารเชิญให้เปิดบัตรฯ
ของผมทิ้งไว้ในธนาคารราวๆ 10 m จึงได้บัตรมา ก้อนนี้จะเป็นก้อนที่ไม่อยากเสี่ยงมาก ที่เหลือไปเล่นหุ้นและซื้อหุ้นกู้ แต่ทรัพย์สินจริงๆส่วนใหญ่ไปจมอยู่ในอาคารพาณิชย์ต่างๆที่เคยเปิดทำกิจการ ที่ซื้อผ่อนมาเรื่อยๆ จนหมด อาคารพวกนี้ปล่อยเช่าทำรายได้หลักแสนต่อเดือนมาหลายปีแล้วดังที่เขาเรีบกกันว่า passive income กันมั่ง ถ้าใช้เงินแบบคนทั่วไปก็เหลือๆอยู่ ไม่ลำบากละ ตอนนี้พาครอบครัวเที่ยว ตปท ปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2-4 สัปดาห์ ปีที่แล้วหมดไป ห้าแสนกว่า คิดว่าน่าจะคงงบไว้ราวๆนี้ ทุกปี ก็สบายพอประมาณ อย่างอื่นก๋ไม่รู้จะทำไรที่ใช้เงินมากๆยกเว้นซื่อรถทีละหลายล้าน แต่ก็ 7-8 ปีสักคัน หรือสองคัน
คือแค่นี้ผมก็โอเคแล้วล่ะ แต่ส่วนใหญ่คนอื่นจะไม่หยุดนะ อยากรวยมากก็ต้องทำงานมาก สุดท้ายจะมีสักกี่คนในนั้นได้ใช้เงินคุ้มกับเวลาชีวิตที่เสียไป ผมมักน้อยขอพักก่อน เที่ยวก่อน ใช้ก่อน เวลาตายจะได้ไม่เสีบดายหาเงินมาเยอะแยะทำไม แต่ได้ใช้จริงไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ ว่าแล้วก็เที่ยวต่อไป ตอนนี้ก็นอนพิมพ์ตอบอยู่ที่จีน เที่ยวอาทิตย์หนึ่ง แล้วไปขึ้นเรือสำราญไปแวะตาม ปท เกาหลี ญี่ปุ่นสักสัปดาห์ถึงบินกลับ
เล่าเสียเยอะเลย นอกเรื่องบ้างแต่อารมณ์มันพาไป คงไม่เป็นไรนะ จขกท จะได้เห็นวิธีคิดหลากหลายขึ้น
สมาชิกหมายเลข 4989863 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4219489 ถูกใจ, ป๋าน้องข้าวกล้อง ถูกใจ, ปาปารัสซี่ ถูกใจ, vividy ถูกใจ, anegi ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 865598 ถูกใจ, สระแก้ว ทึ่ง, พุ่งสู่ฝัน ถูกใจ, น้าทู ถูกใจรวมถึงอีก 2 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
อยากถามคนที่สามารถทำบัตรเครดิตที่ต้องมีเงินฝากระดับ 10 ล้าน หรือ 50 ล้าน มีรายได้เดือนละเท่าไหร่
แยก 2 ประเภทเลยครับ
คนที่ถือบัตรเครดิตระดับ 10 ล้าน เช่น SCB First, K-Bank The Wisdom
มีรายได้เท่าไหร่ต่อเดือน
และคนที่มีบัตรระดับ 50 ล้าน เช่น SCB Private Banking
มีรายได้เท่าไหร่ต่อเดือน
ได้ข้อมูลจริงซัก 2-3 คน ผมก็พอใจละครับ
เอาไว้เป็นบรรทัดฐาน ไว้เป็นแบบอย่าง หรือเป็น idol ครับผม
ปล. ถ้าไม่สะดวกตอบหน้ากระทู้ หลังไมค์มาก็ได้นะครับ