ตกบ่วงพราน ???
1. 15 ต.ค. สมาคมฯ ดำเนินการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าหารือเรื่องการจัดแข่งขันฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วยภายในประเทศช่วงที่เหลือของฤดูกาล 2559 หลัง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ล่าสุดว่าการแข่งขันฟุตบอลไทยในโปรแกรมต่างๆ ที่มีวงรอบอยู่แล้วนั้นสามารถดำเนินการได้
2. 16 ต.ค. สมาคมฯ ลบโพสท์ที่เชิญหารือ แล้วเปลี่ยนเป็น เชิญเข้ารับฟังคำชี้แจงจากสมาคมถึงเหตุผลและความจำเป็น ที่สภากรรมการสมาคมฯ มีการประชุมด่วนลงมติให้ยุติ การแข่งขันฟุตบอล ฟุตซอลและฟุตบอลชายหาด ทุกรายการในฤดูกาลประจำปี 2559
3. 16 ต.ค. ได้รับไลน์จากเจ้าหน้าที่สมาคม ว่า เป็นการประชุมสภากรรมการ ไม่ได้เป็นการประชุมร่วม แต่เป็นการเข้าร่วมรับฟัง สโมสรที่ต้องการชี้แจงให้แจ้งด้วย
4. 17 ต.ค. เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬา
ฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดแถลงข่าวต่อสโมสรสมาชิกที่เดินทางมา ณ สโมสรตำรวจ เกี่ยวกับการตัดสินใจของสภากรรมการในการสั่งยุติการแข่งขันฟุตบอลทุกรายการเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยชี้แจงเหตุผลการตัดสินแบบเร่งด่วนและเหตุผลการยึดคะแนนในตารางปัจจุบันซึ่งส่งผลกระทบถึงการตกชั้น ก่อนเปิดโอกาสให้สโมสรเข้าชี้แจงข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจใหม่ของสภากรรมการต่อไป และพูดเน้นว่า “ผมจะชี้แจงท่านตรงนี้ ผมจะยังไม่ตอบคำถามใดๆต่อสื่อมวลชน จนกว่าการประชุมสภากรรมการจะเสร็จสิ้น ระหว่างการประชุมสภากรรมการผมจะให้โอกาสทุกสโมสรที่อยากจะเข้าไปเสนอแนวความคิดต่อสภากรรมการ แต่ผมเรียนท่านนะครับ เรียนสภากรรมการทุกท่านด้วยว่าท่านมีอิสระในการตัดสินใจ ผมยืนยันนะครับการบริหารสมาคมเป็นอิสระ การตัดสินใจในเรื่องการบริหารเป็นเรื่องของสมาคมเป็นเรื่องของสภากรรมการ สิ่งที่ท่านไปชี้แจงเป็นเพียงองค์ประกอบข้อมูลการตัดสินใจ” (Cr : Goal Thailand)
5. เมื่อสภากรรมการเข้าประชุม ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกสโมสรไทยลีก เข้าไปชี้แจงทีละคน และให้พูดได้ไม่เกินคนละ 5นาที และแจกแบบสอบถามให้ตอบ 3ข้อ คือ 1.เห็นด้วยกับการยุติแข่งขันหรือไม่ 2.ไทยลีกควรมี 18 ทีม หรือ 20ทีม 3.ถ้าเพิ่มทีมเป็น20ทีม จะถูกลดเงินสนับสนุนลง จะยอมไหม (ข้อสังเกตคือทั้ง 3คำถาม เป็นคำถามเชิงชี้นำหรือไม่)
6. ที่สำคัญที่สุด การประชุมชี้แจงดังกล่าวในวันนี้ ทุกสโมสรไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ถกแถลงถึงข้อดีข้อเสียและแนวทางการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรร ที่หนักที่สุด คือ ผลของการตอบแบบสอบถามได้ถูกนำมาแถลงข่าวและถูกอ้างเป็นมติการการประชุมในการประชุมเลย ทั้งๆที่ หลายสโมสรไม่คิดว่าแบบสอบถามจะนำมาเป็นมติอย่างที่สภากรรมการประกาศ
7. สโมสรเคารพในการแสดงความคิดเห็นของสโมสรไทยลีกทุกสโมสร และเท่าที่ผมทราบหลังการประชุม มีอย่างน้อย 2-3 สโมสร ที่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นการให้ความเห็นทั่วไป เขาจึงตอบว่า 18 ทีม ดีกว่า 20ทีม แต่ในข้อที่ 3 เขาก็ตอบว่า หากมีการเพิ่มเป็น 20 ทีมแล้ว จะมีการลดเงินสนับสนุน สโมสรเห็นด้วยเพราะ หากเป็นมติของสภากรรมการฯ ก็ต้องยอมรับ และหากจะโดนแบ่งส่วนของเงินสนับสนุนไปก็ยินดี เพราะเราอยู่ร่วมลีกด้วยกัน ไปก็ต้องไปด้วยกัน ดังนั้น หากเขาทราบว่าจะเอาแบบสอบถามไปเป็นมติ เขาคงตอบข้อ2 ว่า 20ทีม
8. ดังนั้น หากสโมสร เพียง 2 สโมสร กลับมาตอบแบบสอบถามว่า 20ทีม ในข้อ 2 ผลจะกลายเป็น 18ทีม 7เสียง 20ทีม 8เสียง และไม่ออกความเห็น 3 เสียง และหากมีสโมสร 3 สโมสร กลับมาตอบแบบสอบถามว่า 20ทีม ในข้อ 2 ผลจะกลายเป็น 18ทีม 6เสียง
20ทีม 9เสียง และไม่ออกความเห็น 3 เสียง ทันที ผลการประชุมคงไม่สามารถยืนยันประกาศเดิมที่ให้ ชัยนาท และ อาร์มี่ ตกชั้น ได้แน่นอน
9. สโมสรชัยนาท ขอวิงวอนสื่อมวลชนเมื่อได้ทราบข้อเท็จจริงตามข้างต้น ได้โปรดพิจารณาว่าสโมสรชัยนาท และสโมสรอาร์มี่ ได้รับความยุติธรรมหรือไม่ ได้รับคำว่า FAIR จากสมาคมหรือไม่
10. สโมสรจะทำหนังสืออุทธรณ์ประกาศการจัดอันดับผลการแข่งขันอีกครั้งอย่างแน่นอน และจะนำเรื่องนี้เข้าร้องต่อ FIFA ให้สอบสวนกรณีนี้ต่อไป

Cr.FB Rudy Hornbill
คำชีแจงผู้บริหารสโมสรชัยนาท "ตกบ่วงพราน ???" แบบสอบถามกลายเป็นมติซะงั้น
1. 15 ต.ค. สมาคมฯ ดำเนินการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าหารือเรื่องการจัดแข่งขันฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วยภายในประเทศช่วงที่เหลือของฤดูกาล 2559 หลัง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ล่าสุดว่าการแข่งขันฟุตบอลไทยในโปรแกรมต่างๆ ที่มีวงรอบอยู่แล้วนั้นสามารถดำเนินการได้
2. 16 ต.ค. สมาคมฯ ลบโพสท์ที่เชิญหารือ แล้วเปลี่ยนเป็น เชิญเข้ารับฟังคำชี้แจงจากสมาคมถึงเหตุผลและความจำเป็น ที่สภากรรมการสมาคมฯ มีการประชุมด่วนลงมติให้ยุติ การแข่งขันฟุตบอล ฟุตซอลและฟุตบอลชายหาด ทุกรายการในฤดูกาลประจำปี 2559
3. 16 ต.ค. ได้รับไลน์จากเจ้าหน้าที่สมาคม ว่า เป็นการประชุมสภากรรมการ ไม่ได้เป็นการประชุมร่วม แต่เป็นการเข้าร่วมรับฟัง สโมสรที่ต้องการชี้แจงให้แจ้งด้วย
4. 17 ต.ค. เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬา
ฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดแถลงข่าวต่อสโมสรสมาชิกที่เดินทางมา ณ สโมสรตำรวจ เกี่ยวกับการตัดสินใจของสภากรรมการในการสั่งยุติการแข่งขันฟุตบอลทุกรายการเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยชี้แจงเหตุผลการตัดสินแบบเร่งด่วนและเหตุผลการยึดคะแนนในตารางปัจจุบันซึ่งส่งผลกระทบถึงการตกชั้น ก่อนเปิดโอกาสให้สโมสรเข้าชี้แจงข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจใหม่ของสภากรรมการต่อไป และพูดเน้นว่า “ผมจะชี้แจงท่านตรงนี้ ผมจะยังไม่ตอบคำถามใดๆต่อสื่อมวลชน จนกว่าการประชุมสภากรรมการจะเสร็จสิ้น ระหว่างการประชุมสภากรรมการผมจะให้โอกาสทุกสโมสรที่อยากจะเข้าไปเสนอแนวความคิดต่อสภากรรมการ แต่ผมเรียนท่านนะครับ เรียนสภากรรมการทุกท่านด้วยว่าท่านมีอิสระในการตัดสินใจ ผมยืนยันนะครับการบริหารสมาคมเป็นอิสระ การตัดสินใจในเรื่องการบริหารเป็นเรื่องของสมาคมเป็นเรื่องของสภากรรมการ สิ่งที่ท่านไปชี้แจงเป็นเพียงองค์ประกอบข้อมูลการตัดสินใจ” (Cr : Goal Thailand)
5. เมื่อสภากรรมการเข้าประชุม ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกสโมสรไทยลีก เข้าไปชี้แจงทีละคน และให้พูดได้ไม่เกินคนละ 5นาที และแจกแบบสอบถามให้ตอบ 3ข้อ คือ 1.เห็นด้วยกับการยุติแข่งขันหรือไม่ 2.ไทยลีกควรมี 18 ทีม หรือ 20ทีม 3.ถ้าเพิ่มทีมเป็น20ทีม จะถูกลดเงินสนับสนุนลง จะยอมไหม (ข้อสังเกตคือทั้ง 3คำถาม เป็นคำถามเชิงชี้นำหรือไม่)
6. ที่สำคัญที่สุด การประชุมชี้แจงดังกล่าวในวันนี้ ทุกสโมสรไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ถกแถลงถึงข้อดีข้อเสียและแนวทางการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรร ที่หนักที่สุด คือ ผลของการตอบแบบสอบถามได้ถูกนำมาแถลงข่าวและถูกอ้างเป็นมติการการประชุมในการประชุมเลย ทั้งๆที่ หลายสโมสรไม่คิดว่าแบบสอบถามจะนำมาเป็นมติอย่างที่สภากรรมการประกาศ
7. สโมสรเคารพในการแสดงความคิดเห็นของสโมสรไทยลีกทุกสโมสร และเท่าที่ผมทราบหลังการประชุม มีอย่างน้อย 2-3 สโมสร ที่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นการให้ความเห็นทั่วไป เขาจึงตอบว่า 18 ทีม ดีกว่า 20ทีม แต่ในข้อที่ 3 เขาก็ตอบว่า หากมีการเพิ่มเป็น 20 ทีมแล้ว จะมีการลดเงินสนับสนุน สโมสรเห็นด้วยเพราะ หากเป็นมติของสภากรรมการฯ ก็ต้องยอมรับ และหากจะโดนแบ่งส่วนของเงินสนับสนุนไปก็ยินดี เพราะเราอยู่ร่วมลีกด้วยกัน ไปก็ต้องไปด้วยกัน ดังนั้น หากเขาทราบว่าจะเอาแบบสอบถามไปเป็นมติ เขาคงตอบข้อ2 ว่า 20ทีม
8. ดังนั้น หากสโมสร เพียง 2 สโมสร กลับมาตอบแบบสอบถามว่า 20ทีม ในข้อ 2 ผลจะกลายเป็น 18ทีม 7เสียง 20ทีม 8เสียง และไม่ออกความเห็น 3 เสียง และหากมีสโมสร 3 สโมสร กลับมาตอบแบบสอบถามว่า 20ทีม ในข้อ 2 ผลจะกลายเป็น 18ทีม 6เสียง
20ทีม 9เสียง และไม่ออกความเห็น 3 เสียง ทันที ผลการประชุมคงไม่สามารถยืนยันประกาศเดิมที่ให้ ชัยนาท และ อาร์มี่ ตกชั้น ได้แน่นอน
9. สโมสรชัยนาท ขอวิงวอนสื่อมวลชนเมื่อได้ทราบข้อเท็จจริงตามข้างต้น ได้โปรดพิจารณาว่าสโมสรชัยนาท และสโมสรอาร์มี่ ได้รับความยุติธรรมหรือไม่ ได้รับคำว่า FAIR จากสมาคมหรือไม่
10. สโมสรจะทำหนังสืออุทธรณ์ประกาศการจัดอันดับผลการแข่งขันอีกครั้งอย่างแน่นอน และจะนำเรื่องนี้เข้าร้องต่อ FIFA ให้สอบสวนกรณีนี้ต่อไป
Cr.FB Rudy Hornbill