ใครซื้อบ้านแล้วรู้สึกแบบนี้บ้าง "ใหม่ๆเป็นลูกเมียหลวง เก่าๆเป็นลูกเมียน้อย"

เราเพิ่งซื้อบ้านใหม่ แถวกาญจนา-ราชพฤกษ์ ชื่อหมู่บ้านเหมือนชื่ออดีตนางสาวไทยแก้มป่อง เราย้ายเข้าอยู่ได้ประมาณ 5 เดือน ฅซึ่งเป็นช่วงหน้าฝนพอดี เลยมีทั้งความโชคดีและโชคร้าย โชคดีคือฝนตกหลังคาและผนังบ้านรั่วฝนสาด ฝนซึม ทำให้เรารู้และแจ้งแก้ไขได้ทันเพราะยังอยู่ในประกัน แต่ความยุ่งยากกลับมีมากกว่าคสามโชคดี นอกจากปัญหาหลังคารั่วแล้ว ดินรอบบ้านยังทรุดเป็นหลุมเป็นโพรงยังกับหลุมดำวันสิ้นโลก วันดีคืนดีน้องงูเลื้อยผ่านหลังบ้าน มาทักทาย เราก็กลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะเปิดประตูบ้าน กลัวระแวงจนสุขภาพจิตเสีย (ไม่ได้โอเวอร์นะค่ะ เวลาเรากลัวอะไรสักอย่างมันไม่มีความสุขเสียจริงๆ) แต่ปัญหาที่หนักใจสุดคือ ติดต่อกับทางนิติแจ้งซ่อม กว่าท่านๆทั้งหลายจะเข้ามาทำให้หลายขั้นตอนเหลือเกิน แถมซ่อมแล้วก็ไม่หายขาด บอกจะมาทำให้อีกนี่ก็รอเป็นเดือนแล้วค่ะ ยังไม่มีช่างคนไหนโผล่ใบหน้ามาทักทายเลย และล่าสุดแจ้งให้ช่วยมาดูเราจะถมดินเพราะหลุมโพรงเยอะเหลือเกิน เราจะหาดินมาเอง ให้ช่วยหาคนงานมาช่วยขนและถมให้หน่อย เพราะเรายังอยู่ในประกัน แต่ช่างบอกว่าเราต้องจ่ายค่าแรงคนงานเอง ตามค่าแรงขั้นต่ำ และต้องทำตอนเย็นหลังคนงานเลิกงานและใช้คนประมาณ 4-5 คน เรามาคิดค่าแรงคนงานมันแพงกว่าค่าดินที่ถมอีก แต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้ไปหาข้อมูลจึงยังไม่ได้แย้งอะไรไป จนวันถัดมา เราเลยไปถามเพื่อนบ้านที่เขาเอาดินมาถมเหมือนกัน เขาบอกมันเป็นบริการหลังการขาย ดินที่จะถมนิติต้องหามาให้และให้คนงานเขามาทำให้ฟรี เพราะยังอยู่ในประกัน เราก็อ้าวเห้ย ทำไมเมื่อวานช่างมันไม่พูดแบบนี้ว่ะ เรารู้สึกเหมือนเราไม่มีความสำคัญเลย แต่กลับบ้านข้างๆ รอโอน คนงานซ่อมปรับปรุงเกือบทุกวัน แหม่ สองมาตรฐานจริงๆ ปกติเราก็ไม่ได้ขออะไรจากโครงการมากน่ะ อะไรหยวนๆได้ก็ยอม เพราะเราต้องรีบเขามาอยู่ และคิดว่าบริการหลังการขายน่าจะดีหน่อย แต่พอมาสัมผัสแล้ว บอกได้เลยว่าเสียใจมากๆๆจริงๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่