สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เราอยากจะขอคำปรึกษาและความคิดเห็นจากเพื่อนๆค่ะ
เข้าเรื่องเลยนะคะ คือตอนนี้เราแต่งงานมาเกือบ 1 ปีแล้ว
ฐานะคอบครัวทางบ้านของเราและสามีปานกลาง พอมีกิน มีใช้ ไม่ถึงกับร่ำรวยอะไรค่ะ
เมื่อเร็วๆนี้ทางบ้านของสามีเดือดร้อน มีความจำเป็นมาขอยืมเงินกับทางบ้านของเรา 200,000 บาท
แต่ทางบ้านของเราปรึกษากันแล้วว่าเงินไม่พอให้เค้ายืม
เนื่องจากทางบ้านของเรากำลังต่อเติมบ้านใหม่ ต้องใช้เงินจำนวนมากเหมือนกัน ก็เลยปฏิเสธไป
อยู่มาสักอาทิตย์ สามีเราบอกว่าเค้าจะกู้เงินนะ เพื่อจะเอาไปช่วยทางบ้าน เราลืมบอกไปว่าสามีทำงานราชการ
เค้าสามารถกู้เงินได้โดยหักจากเงินเดือนค่ะ ซึ่งจริงๆแล้วก่อนแต่งงานกันเค้ากู้มาแล้ว แต่ยอดทั้งหมดเท่าไหร่เราไม่รู้
รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้เค้ายังมียอดที่เป็นหนี้ค้างชำระอีก 500,000 บาท ซึ่งเงินส่วนนี้เรามาทราบภายหลังแต่งงาน
เค้าบอกว่าเค้ากู้ไปช่วยทางบ้าน เราโอเครับได้ค่ะ และคุยกันแล้วว่าเราจะช่วยกันในส่วนนี้
ปกติสามีเราเงินเดือนประมาณ 20,000กว่าๆ หักในแต่ละเดือนก็เหลืออยู่ประมาณ 10,000 บาท
ส่วนเราก็ทำงานค่ะ แต่เงินเดือนน้อยกว่าสามีมาก
ส่วนเงินที่จะกู้เพิ่ม 200,000 บาทนี้ เค้ากู้เอาไปให้พี่สาวเค้าค่ะ
พี่สาวเค้าแต่งงานมีครอบครัวแล้วเหมือนกัน แต่พี่สาวเค้ามีความจำเป็นต้องใช้เงินเลยไปยืมเงินคนแถวบ้านมา
แล้วคนที่ให้ยืมเค้าเอารถยนต์ไว้เป็นหลักประกัน พอนานเข้าเค้าก็ขอเงินคืนค่ะ เพราะจะย้ายครอบครัวไปอยู่ตจว.กัน
ก็เลยต้องรีบหาเงินให้เค้าไป เค้าบอกถ้าไม่เอาเงินมาคืนจะขายรถยนต์คันนี้ ซึ่งรถคันนี้เป็นชื่อของสามีเราค่ะ
แล้วก็ยังผ่อนไม่หมด ประมาณว่าพี่สาวสามีเราซื้อรถเองแต่ใช้ชื่อสามีในการซื้อแค่นั้นค่ะ
ตอนแรกเราก็บอกกับสามีค่ะว่าให้เค้าขายรถไปเลย แต่ที่บ้านสามีเค้าบอกว่าจะเอารถออกมาให้พี่สาวใช้ขายของค่ะ
พอสามีเรามาบอกแบบนี้เรารู้สึกรับไม่ไหวค่ะ
เพราะก่อนหน้านี้เราคุยกันแล้วว่าเงินในส่วนนี้จะไม่กู้เพิ่มแล้วนะ
แต่อยู่ๆเค้าก็มาบอกแบบนี้ เราเลยไม่รู้จะทำยังไงแล้วเหมือนกันค่ะ
เราพูดกับเค้าว่าเราจะสร้างครอบครัวของตัวเองกันได้เมื่อไหร่
จะเก็บเงินเผื่ออนาคตมีลูกอีก ค่าใช้จ่ายต่างๆก็เยอะอยู่แล้ว
เราเลยบอกว่าถ้ากู้อีกเรารับไม่ไหวนะ ขอแยกกันอยู่กันดีกว่า เพราะเรามองไม่เห็นอนาคตของครอบครัวเราเลยค่ะ
ว่าจะเดินหน้าไปได้แบบไหน มีแต่อยู่กับที่ แล้วจะยิ่งแย่ลง เพราะแต่ละเดือนก็แทบจะไม่เหลือเก็บแล้ว
ที่แต่งงานกันก็เพราะอยากสร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง
พอเราพูดแบบนี้สามีก็ ไม่ค่อยพูดกับเราไปเลยค่ะ เรารู้สึกอึดอัดมาก ไม่รู้จะทำยังไงแล้วเหมือนกัน
เราเลยโทรไปหาแม่สามีค่ะ ถามเค้าว่าพอจะมีทางออกเรื่องเงินอีกมั้ย
เค้าก็บอกไม่รู้จะหามาจากไหนให้พี่สาวเหมือนกันค่ะ
ตอนแรกแม่สามีกะจะขายที่ดินเพื่อมาใช้หนี้ แต่ก็ติดฟ้องเป็นคดีความอยู่ ไม่รู้จะขายได้เมื่อไหร่
แต่ก่อนหน้านี้เราก็คุยปรึกษากับแม่เราตลอด ถ้าแม่เราช่วยได้แม่เราช่วยแล้วค่ะ แต่นี่มีเหตุผลที่บอกไปตอนแรกค่ะ
เราไม่รู้จะหาทางออกยังไงดี ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงค่ะ
พูดเหตุผลอะไรไปเค้าก็แค่รับฟัง แต่ก็ยังบอกจะกู้เงินอยู่เหมือนเดิม
เค้าพูดว่าถ้าไม่กู้เค้าจะเอาเงินมาจากไหน ที่บ้านเค้าก็เดือดร้อน
ถ้าเค้ากู้อีก ไม่คิดที่สร้างครอบครัวของตัวเองบ้างเลย เราก็จะถอยออกมาค่ะ ต่างคนต่างอยู่
เราว่าเป็นทางออกที่น่าจะดีที่สุดค่ะ เพราะถ้าเป็นสิ่งที่เราช่วยได้เราช่วยค่ะ
แต่นี่มันเกินตัวมากสำหรับตอนนี้
เราอยากจะขอคำปรึกษาจากเพื่อนๆค่ะว่าเราทำเกินไปมั้ย
ขอคำปรึกษาหน่อยค่ะเกี่ยวกับครอบครัว
เข้าเรื่องเลยนะคะ คือตอนนี้เราแต่งงานมาเกือบ 1 ปีแล้ว
ฐานะคอบครัวทางบ้านของเราและสามีปานกลาง พอมีกิน มีใช้ ไม่ถึงกับร่ำรวยอะไรค่ะ
เมื่อเร็วๆนี้ทางบ้านของสามีเดือดร้อน มีความจำเป็นมาขอยืมเงินกับทางบ้านของเรา 200,000 บาท
แต่ทางบ้านของเราปรึกษากันแล้วว่าเงินไม่พอให้เค้ายืม
เนื่องจากทางบ้านของเรากำลังต่อเติมบ้านใหม่ ต้องใช้เงินจำนวนมากเหมือนกัน ก็เลยปฏิเสธไป
อยู่มาสักอาทิตย์ สามีเราบอกว่าเค้าจะกู้เงินนะ เพื่อจะเอาไปช่วยทางบ้าน เราลืมบอกไปว่าสามีทำงานราชการ
เค้าสามารถกู้เงินได้โดยหักจากเงินเดือนค่ะ ซึ่งจริงๆแล้วก่อนแต่งงานกันเค้ากู้มาแล้ว แต่ยอดทั้งหมดเท่าไหร่เราไม่รู้
รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้เค้ายังมียอดที่เป็นหนี้ค้างชำระอีก 500,000 บาท ซึ่งเงินส่วนนี้เรามาทราบภายหลังแต่งงาน
เค้าบอกว่าเค้ากู้ไปช่วยทางบ้าน เราโอเครับได้ค่ะ และคุยกันแล้วว่าเราจะช่วยกันในส่วนนี้
ปกติสามีเราเงินเดือนประมาณ 20,000กว่าๆ หักในแต่ละเดือนก็เหลืออยู่ประมาณ 10,000 บาท
ส่วนเราก็ทำงานค่ะ แต่เงินเดือนน้อยกว่าสามีมาก
ส่วนเงินที่จะกู้เพิ่ม 200,000 บาทนี้ เค้ากู้เอาไปให้พี่สาวเค้าค่ะ
พี่สาวเค้าแต่งงานมีครอบครัวแล้วเหมือนกัน แต่พี่สาวเค้ามีความจำเป็นต้องใช้เงินเลยไปยืมเงินคนแถวบ้านมา
แล้วคนที่ให้ยืมเค้าเอารถยนต์ไว้เป็นหลักประกัน พอนานเข้าเค้าก็ขอเงินคืนค่ะ เพราะจะย้ายครอบครัวไปอยู่ตจว.กัน
ก็เลยต้องรีบหาเงินให้เค้าไป เค้าบอกถ้าไม่เอาเงินมาคืนจะขายรถยนต์คันนี้ ซึ่งรถคันนี้เป็นชื่อของสามีเราค่ะ
แล้วก็ยังผ่อนไม่หมด ประมาณว่าพี่สาวสามีเราซื้อรถเองแต่ใช้ชื่อสามีในการซื้อแค่นั้นค่ะ
ตอนแรกเราก็บอกกับสามีค่ะว่าให้เค้าขายรถไปเลย แต่ที่บ้านสามีเค้าบอกว่าจะเอารถออกมาให้พี่สาวใช้ขายของค่ะ
พอสามีเรามาบอกแบบนี้เรารู้สึกรับไม่ไหวค่ะ
เพราะก่อนหน้านี้เราคุยกันแล้วว่าเงินในส่วนนี้จะไม่กู้เพิ่มแล้วนะ
แต่อยู่ๆเค้าก็มาบอกแบบนี้ เราเลยไม่รู้จะทำยังไงแล้วเหมือนกันค่ะ
เราพูดกับเค้าว่าเราจะสร้างครอบครัวของตัวเองกันได้เมื่อไหร่
จะเก็บเงินเผื่ออนาคตมีลูกอีก ค่าใช้จ่ายต่างๆก็เยอะอยู่แล้ว
เราเลยบอกว่าถ้ากู้อีกเรารับไม่ไหวนะ ขอแยกกันอยู่กันดีกว่า เพราะเรามองไม่เห็นอนาคตของครอบครัวเราเลยค่ะ
ว่าจะเดินหน้าไปได้แบบไหน มีแต่อยู่กับที่ แล้วจะยิ่งแย่ลง เพราะแต่ละเดือนก็แทบจะไม่เหลือเก็บแล้ว
ที่แต่งงานกันก็เพราะอยากสร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง
พอเราพูดแบบนี้สามีก็ ไม่ค่อยพูดกับเราไปเลยค่ะ เรารู้สึกอึดอัดมาก ไม่รู้จะทำยังไงแล้วเหมือนกัน
เราเลยโทรไปหาแม่สามีค่ะ ถามเค้าว่าพอจะมีทางออกเรื่องเงินอีกมั้ย
เค้าก็บอกไม่รู้จะหามาจากไหนให้พี่สาวเหมือนกันค่ะ
ตอนแรกแม่สามีกะจะขายที่ดินเพื่อมาใช้หนี้ แต่ก็ติดฟ้องเป็นคดีความอยู่ ไม่รู้จะขายได้เมื่อไหร่
แต่ก่อนหน้านี้เราก็คุยปรึกษากับแม่เราตลอด ถ้าแม่เราช่วยได้แม่เราช่วยแล้วค่ะ แต่นี่มีเหตุผลที่บอกไปตอนแรกค่ะ
เราไม่รู้จะหาทางออกยังไงดี ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงค่ะ
พูดเหตุผลอะไรไปเค้าก็แค่รับฟัง แต่ก็ยังบอกจะกู้เงินอยู่เหมือนเดิม
เค้าพูดว่าถ้าไม่กู้เค้าจะเอาเงินมาจากไหน ที่บ้านเค้าก็เดือดร้อน
ถ้าเค้ากู้อีก ไม่คิดที่สร้างครอบครัวของตัวเองบ้างเลย เราก็จะถอยออกมาค่ะ ต่างคนต่างอยู่
เราว่าเป็นทางออกที่น่าจะดีที่สุดค่ะ เพราะถ้าเป็นสิ่งที่เราช่วยได้เราช่วยค่ะ
แต่นี่มันเกินตัวมากสำหรับตอนนี้
เราอยากจะขอคำปรึกษาจากเพื่อนๆค่ะว่าเราทำเกินไปมั้ย