ตลาดนัดบนที่หลวง คนจัดตลาดอยากจะสั่งอะไรก็ได้เหรอคะ

ช่วงนี้จขกท.ปิดกิจการที่ทำมา 17 ปีเพราะพิษเศรษฐกิจ เราอุ้มต่อไปไม่ไหว ปลงและยอมรับชีวิต่อไปของเราจะไม่เหมือนเดิมเราต้องอยู่กับมันให้ได้ ลูก 3 คนยังต้องกินต้องเรียนไม่รวมค่านมเจ้าตัวน้อย 5 เดือน
จขกท.เริ่มต้นจากเอาลูกอายุเดือนหน่อย ๆ ไปฝากป้าเลี้ยงเพื่อที่จะขายของตลาดนัดได้ ฝากป้าได้ช่วงบ่ายถึงหัวค่ำหน่อย หลังเก็บร้านก็ไปรับลูกได้คิดถึงลูกแทบขาดใจก็ต้องทน
เริ่มจากการเอาผักที่บ้านไปขาย เราปลูกบ้าง พี่ป้าน้าอาปลูกบ้างรวม ๆ ไปขายได้วันละ 100 200 300 ทน ๆ เอาแค่ค่าน้ำมันรถไปส่งลูกร.ร. ก็แทบจะไม่พอแต่ไม่รู้จะไปทำอะไร ทุนก็ไม่มี พอขายไปขายมาหัวการค้าเริ่มมา มีอะไรในบ้าน มะพร้าว ชะพลู ใบเตย อัญชัญ กระถินริมรั้ว เรียกว่าอะไรขายได้จขกท.เก็บไปขายหมด
ที่ตลาดนัดตั้งอยู่ริมคลองชลประทานเทคอนกรีตอย่างดี ร้านค้าร้อยกว่าร้านเริ่มขายกันตั้งแต่บ่าย 3 ถึงประมาณ ทุ่มนึง ต้องรีบไปตั้งแต่เที่ยงเพื่อรอที่ว่างจากแม่ค้าประจำไม่มาแล้วเราจะได้เสียบ ด้วยความที่แม่จขกท.เป็นคนพูดเป็นคนพูดเป็น ขายอยู่สักเดือนก็ได้ที่ประจำจ่ายค่าที่เป็นรายเดือนแล้วอยู่ประจำตรงที่ได้ตลอด(ตามวัน) เราก็ไม่ต้องไปไวแล้ว ไปสักบ่าย 2 ก็ได้ตั้งร้านได้สบาย ๆ ไม่เหนื่อยมาก ถึงจะได้ที่ท้ายตลาดคนไม่ท่องผีไม่เทียวไม่เป็นไรดีกว่าไม่มีที่ขาย
ขายต่อมาอีกสักเดือนสองเดือนเริ่มมีลูกค้าประจำและลูกค้าเริ่มถามหาผักอื่น จขกท.ก็เริ่มเอาผักตลาดเข้ามาเสริม และด้วยความที่จขกท.ภาระเยอะอยากได้รายได้เพิ่มขึ้นเลยเอาโดนัทมาขายด้วยแต่ต้องตั้งร้านใหม่เสียค่าที่เพิ่มอีก 50 บาท ที่ก็ต้องรอว่าแม่ค้าคนไหนไม่มา ถ้าไม่มีที่ว่างก็ลงไม่ได้เอาโดนัทมาเก็บไว้ อายุโดนัทก็แค่ 3 วัน Facepalm  มีวันหนึ่งเหลือสองกล่องก็เอามาตั้งรวมกับผักที่เราขาย
ด้วยความที่ช่วงนี้มันแย่จริง ๆ นะ เลยชวน ๆ น้องมาขายของด้วยน้องก็มาขายผลไม้ ได้ที่มั่งไม่ได้มั่งวันไหนไม่ได้ที่ก็เบียด ๆ กัน ผัก โดนัท ผลไม้เต็มเอี๊ยดบนพื้นที่ 1.5 เมตร Facepalm ช่วงนั้นจขกท.มีรายได้ประมาณวันละเกือบ 3 พัน หักทุนแล้วก็เหลือประมาณ 1000-1500 ต่อวันได้ บนพื้นที่ขายแคบ  ๆ 1.5 เมตร
จนมาวันหนึ่งคนจัดตลาดก็บอกว่ามีคนร้องเรียน เราเอาของมาขายทำให้แม่ค้าอื่นขายไม่ได้ รายได้หดหาย ห้ามเอาผลไม้กับโดนัทมาขาย เราก็อึ้ง ในใจก็คิดว่า เป็นเพราะเราเอามาขายในร้านเดียวกันคนจัดตลาดขาดรายได้หรือเปล่า เพราะถ้าตั้งอีก 2 ร้านจะมีรายได้อีก 100 บาท แต่เรามาเบียดกันเลยบอกไปว่าเราจ่ายเพิ่มก็ได้บนพื้นที่ 1.5 เมตรเนี่ย คำตอบคือไม่ได้ น้องเราและเราเลยเลิกเอาผลไม้และโดนัทไปขาย
2 วันก่อนคนจัดตลาดบอกว่า ห้ามเอาผักตลาดมาขาย ปลาทู ขนมจีนอะไรก็ห้ามเอาเข้ามา  ให้ขายได้แค่ผักที่ปลูกเองเท่านั้น ส่วนร้านผักร้านอื่นขายได้ตามปกติ (มีร้านผักร่นเล็กร้านน้อยประมาณ 5 ร้าน เราด้วยเป็น 6 ร้านเล็ก ) เราอึ้งมากค่ะ คือผักที่เราปลูกเองมันก็มีไม่เยอะ เราก็จะกลับมามีรายได้ 100  200 300 เหมือนเดิม เราต้องการายได้มาจุนเจือครอบครัวถ้าห้ามขนาดนี้รายได้เราคงไม่พอ
ตื้นลึกหนาบางเราไม่รู้หรอกค่ะ แต่คนในตลาดน่าจะรู้ เพราะระยะหลัง ๆ แม่ค้าพ่อค้าในตลาดเริ่มไม่คุยกับร้านเรา ทำตัวห่าง ๆ มีแค่บางร้านจริง ๆ ที่มาสุงสิงด้วย ก็มีแม่ค้ามาคุยว่าไม่รู้ตัวเลยเหรอ ร้านนี้ขายดีเว่อมาก ขายจนร้านอื่นเงียบ นี่เจ๊(เมียคนจัดตลาด)เขาก็เดินมาดูทุกวันว่ามีอะไรขาย ไม่สังเกตเหรอจากที่ร้านเขาไม่มีพอร้านนี้มีร้านเขาก็มี แล้วร้านเขาเป็นร้านผักที่ใหญ่ที่สุดในตลาด(ขายหมู ไก่ อื่น ๆ ด้วย เรียกว่าขายกับข้าวเต็มตัว)
บอกตรง ๆ เราก็ไม่พอใจแหละ ทำไมห้ามร้านเราร้านเดียว ร้านอื่นจะขายอะไรก็ได้ บางร้านขายไส้กรอก ผลไม้ กล้วยปิ้งบนพื้นที่ 2 เมตร บางร้านขายถั่ว ข้าวโพดต้มผลไม้บนพื้นที่ 4 เมตร บางร้านขายหมูปิ้ง ลูกชื้นย่าง กับข้าว ผักบนพื้นที่ 2 เมตร คือไม่เข้าใจว่าทำไมหวยมาออกที่เราร้านเดียว ร้านเดียวจริง ๆ มีอยู่วันหนึ่งเราได้ที่ใกล้ร้านคนจัดตลาดมีร้านขนมกั้นคนจัดบอกว่าจะให้เราเพิ่มจาก 1.5 เมตรเป็น 3 เมตร แต่อยู่แผงสุดท้ายของตลาด
เราก็พยายามมาคิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออะไร ขายดีเกินไป ความอิจฉา หรือผิดที่เรา ?
ที่จัดตลาดนัดก็ที่หลวงน่าจะเป็นที่ของกรมชลประทาน ที่อบต.เอามาทำประโยชน์จัดตลาดนัดแต่มีสัมปทานให้คนเข้าไป คือเราคิดแบบเข้าข้างตัวเองว่า ทำไมที่หลวงถึงมีคนเข้ามาหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองได้ เก็บค่าร้านได้วันละ ไม่ต่ำกว่า 5000 บาททุกวัน เราว่านั่นก็น่าจะเป็นรายได้ที่โอเคแล้ว แล้วร้านตัวเองยังเป็นร้านกับข้าวที่ใหญ่ที่สุดยาวมากกว่า 10 เมตรแต่เราไม่แน่ใจว่ายาวเท่าไร รายได่เยอะแน่นอน แต่ยังมาอะไรกับร้านเล็ก ๆ แบบเรา แล้วยังห้ามขายนู่นนี่นั่นอีก ซึ่งตรงนี้เราอาจจะมองแบเข้าข้างตัวเองนะว่า ตลาดนัดตรงนี้มีมาสิบกว่าปีแล้ว น่าจะให้เข้ามาค้าขายเสรี ใครอยากขายอะไรก็ขาย อบต.ก็เก็บค่าที่ค่าไฟเอาไว้บำรุงที่ตรงนั้นก็ว่ากันไป แต่นี่ให้สัมปทานที่หลวงกับคนคนหนึ่งไปประโยชน์จากการเก็บค่าที่ก็เดือนละ 150,000 แล้ว ยังไม่รวมค่าไฟร้านละ 10 บาท  100 ร้านก็ 1000 บาทต่อวัน เดือนละ  30000 แล้ว ทำไมได้อะไรไปเยอะแยะมาก ๆ ยังต้องมาบีบร้านเล็ก ๆ อย่างเราให้อยู่ไม่ได้ คำว่าบีบก็ไม่น่าจะเกินไปเพราะวันหลังจากบอกให้ขายได้แค่ผักที่ปลูกเอง ร้านเรามีที่ประจำรายวันถ้าเราไม่มาถึงจะให้คนอื่นมาตั้งร้านได้ วันนั้นเอาที่เราให้คนอื่นทั้ง ๆ ที่อื่นแม่ค้าอื่นไม่มาที่ก็ว่าง คือตามกฎคือใครไม่มาให้บอก เขาจะเอาที่ให้คนอื่นเขาก็จะมีรายได้ตรงนั้นเพิ่มอีก เราไม่ได้โทรบอกว่าจะไม่มาแต่ให้คนอื่นมาลง เราเลยได้ไปลงที่ว่างที่อื่นแทน
ถ้าที่ตรงนี้เป็นที่ส่วนตัวแล้วเอามาจัดตลาดเรายังพอเข้าใจได้ว่า คนจัดต้องรักษาผลประโยชน์ลูกร้านเพื่อให้อยู่ได้ แต่นี่มันที่หลวงนะ ???
ตอนนี้เรากับน้องย้ายมาขายที่อื่น เป็นคอนกรีตเทเรียบร้อยริมคลองแบบที่เก่า แต่ไม่มีคนจัดตลาด ใครอยากขายอะไรก็มาตั้งเช้าเย็นมีอบต.มาเก็บค่าที่ค่าไฟเงินทั้งหมดให้วัดขายไม่ค่อยดีเนื่องจากไม่ใช่ตลาดนัด ขาย 3 วันเพิ่งได้ทุนกำไร 300 เท่ากับขายของได้วันละ 100 ไม่รู้จะทำยังไงต่อไป
ปล.ในการบอกเล่าขอใช้คำว่าเราซึ่ง เราในที่นี้หมายถึง แม่เรา ตัวเรา น้องเรา ที่ช่วย ๆ กันยืนเบียดขายของในพื้นที่แคบ ๆ 1.5 เมตร
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่