[CR] ฉันรักฤดูฝน ณ เชียงใหม่

กระทู้รีวิว
สวัสดีค่ะ กระทู้นี้เป็นกระทู้ review แรกเลย ของฝากตัวไว้ในอ้อมใจของพ่อแม่พี่ป้าน้าอาทุกท่านด้วยนะคะ
มาเริ่มกันเลยดีกว่า Let's Gooo!


พอถึงเดือนตุลาคม ฝกตกพร่ำๆ ทุ่งนาเขียวขจี ถึงเวลาขึ้นเหนืออีกแล้วจ้า ใครที่ยังไม่เคยไปเที่ยวเหนือหน้าฝนแนะนำเลยนะคะ
อากาศกำลังเย็นสบาย สองข้างทางเขียวสดชื่นมากๆ ไปครั้งนี้ขึ้นไป 2 รอบช่วงกลางเดือนกันยายน และปลายเดือน เพื่อประหยัดเวลา
เลยเอามาเขียนรวมเป็นครั้งเดียวซะเลย

ทริปแรกขับรถจากกรุงเทพ แวะนอนลำปาง 1 คืน แล้วไปแม่กลางหลวง ต่อด้วยแม่กำปอง  



มาถึงแม่กลางหลวงทางสบายมากค่ะ ขับชิวๆ มา ที่พักไม่ได้จองมาตายเอาดาบหน้า พอมาถึง แม่กลางหลวงฝนตกพร่ำ
ระหว่างโทรหาคุณลุงเจ้าของโฮมสเตย์ เลยแวะกินกาแฟตรง แม่กลางหลวงฮิล




ทุ่งนาช่วงต้นเดือนตุลาคมกำลังเขียวสวยมากๆ เสียดายไม่ควรได้เก็บภาพโฮมสเตย์
ราคาโฮมสเตย์ที่นี่คืนละ 600 บาท ไม่มีพัดลมไม่มีแอร์ แต่มีอากาศบริสุทธิ์ ตกกลางคืน
นอนฟังเสียงน้ำ เสียงจิ้งหรัดเร่ไร และเสียงกรนคุณสามีโรแมนติก มากๆ



และถ้าไปแม่กลางหลวงทุกคนก็ต้องไม่พลาดร้านกาแฟหนึ่งเดียวของที่นี่ อุ่มเอิบ Coffee




ร้านกาแฟเล็กๆ ที่น่ารักมากมาย รสชาติกาแฟก็อร่อยกลมกล่อมไม่แพ้กาแฟเบรนด์ดังๆเลยค่ะ
และที่สำคัญบรรยากาศแบบว่ายอมแลกทุกอย่างในชีวิตเลยจริงๆ (แหม..เวอร์มาก)

พักผ่อนนอนหลับกันเต็มที่แล้วก็ตื่นเช้ามาออกกำลังกายสูดอากาศบริสุทธิ์กันหน่อย




หน้าสดกันไป ทำใจนิดนึงนะคะ จขกท เป็นสาวร่างใหญ่ กับ สามีร่างใหญ่กว่า  
(ถ้าสามีมาเห็นเค้าต้องชิงความได้เปรียบบนพื้นที่ social ก่อนนะจ๊ะ)
วิ่งเสร็จก่อนออกไปสถานีต่อไป เราก็ต้องไปนั่งชิวที่ อุ่มเอิบกันอีกรอบ




ก่อนออกขอถ่ายรูปกับวิวทุ่งนาเขียวอีกสักรอบ



ก่อนออกไปที่แม่กำปอง ต้องไปเยือนดอยอินทนนท์จุดสูงสุดแผ่นดินสยาม
เติบโตจนปานนี้ยังไม่เคยไปเยือนสักครั้ง แหม! ก็ใกล้ขนาดนี้จะไม่ไปได้ไง...





ดอยอินทนนท์ อากาศกำลังดีเลยค่ะ มีหมอกจางๆ เหมาะกับการสูดอากาศมาก
เสร็จจากดอยอินทนนท์ เราก็เดินทางต่อไปยังแม่กำปอง
ระหว่างทางไปแม่กำปอง.. จะผ่านบ้านถวายใครที่ชอบงานไม้หัตถกรรมคงจะชอบมากมีร้านเก๋ให้เดินเล่น
มียิมโปเกมอนให้ตี เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมัวแต่ตียิมกันอย่างเมามัน

และในที่สุดเราก็ถึงแม่กำปอง.... รีบโทรไปหาพ่อหลวงพรหมมินทร์ทันที คือแบบว่าชีวิตไม่เคยจอง
ได้ที่นอนเรียบร้อยที่บ้านคุณป้าผ่องในราคา คนละ 520 บาท รวมอาหาร 2 มื้อ (สบายกระเป๋ามากๆ)
ก็ได้เวลาออกสำรวจพื้นที่ค่ะ  เราไปถึงเวลา 17.00 น. ร้านกาแฟต่างๆ ก็ทยอยปิดหมดแล้ว
ก็เลยได้แต่เดินเล่นรอบๆ หมู่บ้านแทนค่ะ
เริ่มจากวัดคันธาพฤกษา เป็นวัดที่มีโบสถ์อยู่กลางน้ำ
คุณป้าผ่องแอบกระซิบว่าเป็นโลเกชั่นที่ใช้ถ่ายเรื่องแม่อายสะอื้น version คุณปุ๊กลุก ด้วยนะคะ
ถ้าละครฉายสงสัยแม่กำปองจะขายดีกว่านี้แน่ๆ เลย







หมู่บ้านแม่กำปอง หากใครได้มาสัมผัสก็จะประทับใจในธรรมชาติกับวิถีชีวิตของชุมชน
ชุมชนที่นี่เข็มแข็งมากนะคะ เป็นครั้งแรกที่เราได้ไปนอนโฮมสเตย์กับชาวบ้านจริงๆ
รู้สึกได้เลยว่าชาวบ้านที่นี่มีมิตรจิตมิตรใจมาก เป็น PR กันทุกคน เดินผ่านบ้านไหน
ก็จะได้ยินเสียงทักทาย ไม่แปลกใจเลยค่ะ ว่าทำไมใครๆ ก็ประทับใจแม่กำปอง
ยิ่งเป็นพวก sensitive อย่างเรายิ่งรู้สึกฟินเวอร์มากๆ
มาดูบรรยากาศกันค่ะ








อันนี้เป็นบรรยากาศทานอาหารที่บ้านคุณป้าผ่อง แกจัดมาให้เต็มที่เลยค่ะ
(แต่สภาพตอนนี้เหลือแต่อาหารว่าง การันตรีว่าป้าแกทำอร่อยจริงๆ ค่ะ)




ข้างๆ บ้านป้าผ่องยังสวย คุณป้าผ่องยังเล่าให้เราฟังว่าข้างบ้านป้านี่เคยถ่ายมิวสิคมาแล้วนะคะ


เดินต่อจากบ้านคุณป้าผ่องไปหน่อยก็จะเจอลำธารจากน้ำตกแม่กำปอง น้ำเย็นชื่นใจมากค่ะ






ได้เวลาพักผ่อน...ตอนเช้าเราไปบุกร้านกาแฟที่แม่กำปองกัน

อ้าวดูเวลาสามีมารับกลับบ้านแล้วค่ะ.... กระทู้รีวิวนี่เขียนยากเหมือนกันนะคะ
เขียนมาตั้งนานได้นิดเดียวเอง ขออนุญาตกลับบ้านก่อนนะคะ
ปล่อยให้สามีรอนานๆ เดี๋ยวนางจะโมโหเอา แล้วจะรีบมาเขียนต่อโดยไวที่สุด
ขออนุญาตกลับบ้านไปเชียร์ทีมชาติไทยก่อน...


กลับมาแล้วค่ะ ได้เวลาไปลุยร้านกาแฟที่แม่กำปองกัน
ร้านแรกที่ไป เราไปชมนกชมไม้ ร้านที่ใครๆ บอกว่าถ้ามาแม่กำปองต้องมาแวะให้ได้
เสียดายไม่ได้ถ่ายมุม Top Hit





ร้านต่อไปที่ขอนำเสนอ คือร้านลุงปุ๊ด ป้าเป็ง มันเป็นอะไรที่วิวหลักล้านมากเลย
ประทับใจอยากจะมีโอกาสได้ไปอีก
บรรยากาศข้างในร้านแบบว่า Amazing Thailand สุดๆ






[img]http://f.ptcdn.info/635/046/000/oex7lwqrbAkiFly2igz-o.jpg[/img

ร้านต่อไป เราไปแวะ The  Giant  Chiangmai
หาทางสำหรับรถเก่งค่อนข้างลำบากนิดนึงแต่ก็ไปถึงจนได้










ก่อนกลับเข้าเมืองกรุงแวะอุดหนุนโครงการหลวงตีนตกค่ะ แอบถามเจ้าหน้าที่คือเสาร์อาทิตย์เต็มจนถึงมกราคม
ถ้าอยากมาเที่ยวสงสัยจะต้องโดดงานเป็ฯแน่แท้

บ่านพักสวยนะคะ ตามสไตส์ของโครงการหลวง พื้นที่ไม่กว้างมากแต่รู้สึกสดชื่นเพราะเสียงน้ำไหลค่ะ


จบทริปแรกกลับมาทำงานอย่างงงๆ หลังจากนั้นไม่ถึงเดือนเลยค่ะ กลับไปเชียงใหม่อีกครั้ง
แหม!! ใกล้จะหมดฝนแล้วต้องรีบเที่ยวนะคะ เดี๋ยวเรามาต่อทริปสองกันค่ะ
ยิ้มยิ้ม

ทริปที่ 2 ณ เชียงใหม่ในฤดูฝน
ค้นหาข้อมูลจะไปไหนดี แล้วเราก็ได้ข้อสรุปว่าเราจะไป บ้านต้นไม้ เชียงดาวกัน
ระหว่างนั้นก็พยายามติดต่อเบอร์ของบ้านต้นไม้ตลอดก็ไม่สามารถติดต่อได้
เค้าคงจะฮิตตามคำร่ำลือ เราเลยต้องมุ่งตรงไปเลย สุดท้ายเราก็ได้มาเยือนแล้ว..เย้





อากาศที่บ้านต้นไม้อุณหภูมิกำลังสบายเลยค่ะ  ที่นอนที่นี่ไม่มีพัดลมไม่มีแอร์เช่นเคย
เจ้าของคือลุงสุขและป้าผง ราคาก็คนละ 750 บาทรวมอาหารเย็นและเช้า
บรรยากาศก็จะเป็นแนวโฮมสเตย์ เที่ยวมาก็หลายแบบดันมาติดใจเที่ยวแบบโฮมสเตย์
รู้สึกมันอบอุ่นเหมือนได้มานอนบ้านเพื่อนค่ะ ที่สำคัญแต่ละที่สามารถสูดลมหายใจได้เต็มปวดเลย
ที่บ้านต้นไม้เชียงดาว เดินเข้าในก็จะมีลำธารและเป็นโครงการที่กลุ่มสตรีชาวบ้านรวมตัวกัน
มีบ้านพักเพิ่มอีกหลายหลังและกำลังจะมีร้านกาแฟด้วยนะคะ


ถ้าส่วนข้างหลังเสร็จคิดว่าบ้านต้นไม้ เชียงดาว คงเป็นที่ที่อีกหลายๆคนอยากไปแน่นอนค่ะ
ตอนที่เราไปช่วงปลายกันยายน ได้ข่าวว่าคิวจองเต็มไปถึงมกราคมแล้วนะคะ


และที่สุดท้ายที่อยากนำเสนอ
คือบ้านผาหมอน อยู่บนทางไปดอยอินทนนท์ ถ้าขึ้นไปจะถึงก่อนบ้านแม่กลางหลวง
ทางขวามือ หนทางอาจจะลำบากนิดนึงนะคะสำหรับรถยนต์เก๋ง
เพราะเป็นทางปูนสลับกับลูกรังแต่ก็สามารถพอไปถึงแล้วต้องจอดรถ
ตรงร้านค้าแล้วเดิอนต่อไปยังที่พักโฮมสเตย์ ที่นี่มีบ้านอยู่ 3 หลังแค่นั้นนะคะ
แต่หลังหนึ่งก็นอนได้หลายคน บ้านที่เราไปพักอยู่หลังตรงกลางในราคา 1,700 บาท
ไม่รวมอาหารแต่ขอบอกว่าคุ้มมากๆ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า 555 ที่พักไม่มีแอร์และพัดลมเช่นเคยค่ะ



ชื่อสินค้า:   แม่กลางหลวง แม่กำปอง เชียงดาว บ้านผาหมอน
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่