ในช่วงที่ผ่านมา บ้านเรามีข่าวดราม่ามากมายหลายเรื่อเหลือเกินยกตัวอย่างเช่น
เรื่องเด็กนักเรียนสตรีแห่งหนึ่ง อ้างว่าโดน3คนร้ายดักฉุดขึ้นรถ แต่พอตำรวจลงพื้นที่หาหลักฐาน ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดกลับพบพิรุธต่างๆ ที่ไม่ตรงกับคำให้การของเด็ก กับเรื่องไปแชร์ในกลุ่มไลน์ จนแชร์กันมาเต็มโลกโซเชี่ยล สุดท้ายต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น เพราะคนที่รับขึ้นรถไปคือครู ที่คอยรับส่งกันมาตลอดอยู่แล้ว เบื้องลึกเบื้องหลังของเด็กกับครู ไม่มีใครรู้จริง ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่สังคมกลับตัดสินกันไปแล้วต่างๆนานา เด็กถูกมองในแง่ร้ายไม่ดีไม่งาม ครูถูกด่าทอเสียๆหายๆ ด่ากันชนิดที่ว่ายังไม่มีใครรู้เรื่องอะไรเลย
ถัดมาก็เรื่องป้าขายล็อตเตอรี่เกินราคา โดยที่มีคนเอาเรื่องมาโพสต์แล้วถูกแชร์ไปอย่างไฟลามทุ่ง จากนั้นก็เหมือนเดิม คือโดนสังคมตัดสินด่าทอ โดยที่ไม่มีใครคิดจะลงพื้นที่ หรือรอให้มีการพิสูจน์ความจริงกันก่อน ด่ากันแบบไม่มีการยั้งคิดอะไรเลย สรุปสุดท้ายคือป้าไม่ได้ขายเกินราคา แล้วป้าก็โดนด่าฟรีๆไปแล้ว เพราะคนพวกนั้นแต่งเรื่องขึ้นมาจะด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ แต่ที่รู้ๆคือป้าโดนด่ายับเยินไปแล้ว
ห่างกันมาไม่เท่าไหร่เรื่องผู้ปกครองเด็กกับโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่เป็นกระแสรุนแรงอยู่พักนึง องค์ประกอบของเรื่องย่อๆก็คือแม่เด็กเห็นรูปลูกตัวเองนั่งคนเดียวกับพื้น ถามครู ครูบอกว่าลูกต้องการขอความเป็นส่วนตัว ถามลูก ลูกบอกว่าครูไล่ให้ไปนั่งตรงนั้นเพราะที่เต็ม ก็เอาเรื่องมาโพสต์มาแชร์กัน สังคมก็กระหน่ำด่ากันอย่างสนุกปาก หยาบๆคายๆ แต่พอดูกล้องวงจรปิด สิ่งที่ได้กลับไม่ตรงกับที่แม่บอกว่าเด็กพูด แล้วก็ไม่มีเสียงยืนยันได้อีกว่าสิ่งที่ครูพูดจริงหรือไม่จริง ความจริงเป็นยังไงไม่มีใครรู้ แต่สังคมตัดสินไปแล้วว่าครูผิดบ้างหละ แม่เด็กผิดบ้างหละ เด็กโกหกบ้างหละ โดยที่ไม่มีใครรู้ความจริงเลยสักคน
ถัดมาอีกหน่อย ก็เรื่องดาราคู่รักหย่ากัน อันนี้เสียงแตกเป็นสองกระแส ด่าผู้ชายเรื่องเจ้าชู้บ้าง ด่าผู้หญิงเรื่องเที่ยวบ้าง แต่หย่ากันหรือยัง หย่าเมื่อไหร่ ก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรเลย คนที่ด่าก็อ้างตัวว่าเป็นแฟนคลับ ถ้าเป็นแฟนคลับจริง ก็ต้องให้กำลังใจดาราที่ตัวเองชื่นชอบ ดาราที่ตัวเองรัก ยิ่งอ่านก็ยิ่งงง ว่าใช่แฟนคลับจริงๆหรอ
และประเด็นล่าสุดที่กำลังพูดถึงกันอย่างมากในเวลานี้ คือประเด็นของน้องดารา"ข." กับแม่ และพี่สาว เรื่องครอบครัวนี้ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ
ไม่มีใครรู้เห็นภายในครอบครัวเค้าเลยจริงๆ ก่อนหน้านี้สังคมรุมด่าแฟนน้องแบบสาดเสียเทเสีย แต่พอมาวันนี้กลับลำ กลายเป็นกระหน่ำแม่และพี่สาว แต่ก็มีอีกกระแสที่ด่าว่าน้องเกี่ยวกับเรื่องอกตัญญู คือจริงๆแล้วมันเป็นเรื่องของเค้านะคะ เข้าใจว่าดาราคือคนของประชาชน แค่ให้กำลังใจกันก็พอ ไม่ต้องไปด่า ไม่มีใครรู้สึกดีแน่ๆที่ถูกด่าอยู่ทุกวันทุกชั่วโมงแบบนี้ ไม่ว่าจะด่าตัวน้อง หรือด่าพี่ด่าแม่ของน้อง น้องเค้าก็คงไม่ได้รู้สึกดีขึ้นมาหรอกจริงๆ
ร่ายมาซะยืดยาวหลายเรื่อง แต่ละเรื่องแทบไม่มีเรื่องไหนที่รายละเอียดของเรื่องเหมือนกันเลย แต่สิ่งเดียวที่เหมือนกันก็คือบทสรุป บทสรุปที่ว่าไม่ใช่บทสรุปของเรื่องราวที่เกิดขึ้นนะคะ แต่เป็นบทสรุปที่สังคมตัดสินกันไปเอง โดยที่ไม่ได้ใช้สติไตร่ตรอง สิ่งเดียวที่เหมือนกันในทุกเรื่องราวคือการด่าทอ ด้วยคำหยาบคาย ประหนึ่งคนที่มีปมด้อยอยู่ในจิตใจ ด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง เหมือนเก็บกดมีปัญหาจากที่ทำงาน มาถึงก็ด่ามาถึงก็ระบาย เอาแค่ตัวเองสะใจ แต่ไม่สนใจถึงผลกระทบของผู้ที่ถูกกล่าวถึง ไม่ได้สนใจเลยว่าความรู้สึกคนอื่นจะเป็นอย่างไร สิ่งที่อยากจะวิงวอน คือทุกวันนี้สังคมเราใช้สื่อโซเชี่ยลไปในทางที่ผิดอยู่มาก อยากให้เสพกันแต่พอดี แบบยั้งคิด ข่าวที่จะแชร์ก็ขอให้อ่านให้ละเอียด นึกถึงความสมเหตุสมผล ในการแสดงความคิดเห็นเอาแต่พองามก็พอค่ะ
สรุปเรื่องดราม่า ดราม่าที่ข่าว หรือดราม่าที่ผู้เสพ???
เรื่องเด็กนักเรียนสตรีแห่งหนึ่ง อ้างว่าโดน3คนร้ายดักฉุดขึ้นรถ แต่พอตำรวจลงพื้นที่หาหลักฐาน ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดกลับพบพิรุธต่างๆ ที่ไม่ตรงกับคำให้การของเด็ก กับเรื่องไปแชร์ในกลุ่มไลน์ จนแชร์กันมาเต็มโลกโซเชี่ยล สุดท้ายต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น เพราะคนที่รับขึ้นรถไปคือครู ที่คอยรับส่งกันมาตลอดอยู่แล้ว เบื้องลึกเบื้องหลังของเด็กกับครู ไม่มีใครรู้จริง ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่สังคมกลับตัดสินกันไปแล้วต่างๆนานา เด็กถูกมองในแง่ร้ายไม่ดีไม่งาม ครูถูกด่าทอเสียๆหายๆ ด่ากันชนิดที่ว่ายังไม่มีใครรู้เรื่องอะไรเลย
ถัดมาก็เรื่องป้าขายล็อตเตอรี่เกินราคา โดยที่มีคนเอาเรื่องมาโพสต์แล้วถูกแชร์ไปอย่างไฟลามทุ่ง จากนั้นก็เหมือนเดิม คือโดนสังคมตัดสินด่าทอ โดยที่ไม่มีใครคิดจะลงพื้นที่ หรือรอให้มีการพิสูจน์ความจริงกันก่อน ด่ากันแบบไม่มีการยั้งคิดอะไรเลย สรุปสุดท้ายคือป้าไม่ได้ขายเกินราคา แล้วป้าก็โดนด่าฟรีๆไปแล้ว เพราะคนพวกนั้นแต่งเรื่องขึ้นมาจะด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ แต่ที่รู้ๆคือป้าโดนด่ายับเยินไปแล้ว
ห่างกันมาไม่เท่าไหร่เรื่องผู้ปกครองเด็กกับโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่เป็นกระแสรุนแรงอยู่พักนึง องค์ประกอบของเรื่องย่อๆก็คือแม่เด็กเห็นรูปลูกตัวเองนั่งคนเดียวกับพื้น ถามครู ครูบอกว่าลูกต้องการขอความเป็นส่วนตัว ถามลูก ลูกบอกว่าครูไล่ให้ไปนั่งตรงนั้นเพราะที่เต็ม ก็เอาเรื่องมาโพสต์มาแชร์กัน สังคมก็กระหน่ำด่ากันอย่างสนุกปาก หยาบๆคายๆ แต่พอดูกล้องวงจรปิด สิ่งที่ได้กลับไม่ตรงกับที่แม่บอกว่าเด็กพูด แล้วก็ไม่มีเสียงยืนยันได้อีกว่าสิ่งที่ครูพูดจริงหรือไม่จริง ความจริงเป็นยังไงไม่มีใครรู้ แต่สังคมตัดสินไปแล้วว่าครูผิดบ้างหละ แม่เด็กผิดบ้างหละ เด็กโกหกบ้างหละ โดยที่ไม่มีใครรู้ความจริงเลยสักคน
ถัดมาอีกหน่อย ก็เรื่องดาราคู่รักหย่ากัน อันนี้เสียงแตกเป็นสองกระแส ด่าผู้ชายเรื่องเจ้าชู้บ้าง ด่าผู้หญิงเรื่องเที่ยวบ้าง แต่หย่ากันหรือยัง หย่าเมื่อไหร่ ก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรเลย คนที่ด่าก็อ้างตัวว่าเป็นแฟนคลับ ถ้าเป็นแฟนคลับจริง ก็ต้องให้กำลังใจดาราที่ตัวเองชื่นชอบ ดาราที่ตัวเองรัก ยิ่งอ่านก็ยิ่งงง ว่าใช่แฟนคลับจริงๆหรอ
และประเด็นล่าสุดที่กำลังพูดถึงกันอย่างมากในเวลานี้ คือประเด็นของน้องดารา"ข." กับแม่ และพี่สาว เรื่องครอบครัวนี้ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ
ไม่มีใครรู้เห็นภายในครอบครัวเค้าเลยจริงๆ ก่อนหน้านี้สังคมรุมด่าแฟนน้องแบบสาดเสียเทเสีย แต่พอมาวันนี้กลับลำ กลายเป็นกระหน่ำแม่และพี่สาว แต่ก็มีอีกกระแสที่ด่าว่าน้องเกี่ยวกับเรื่องอกตัญญู คือจริงๆแล้วมันเป็นเรื่องของเค้านะคะ เข้าใจว่าดาราคือคนของประชาชน แค่ให้กำลังใจกันก็พอ ไม่ต้องไปด่า ไม่มีใครรู้สึกดีแน่ๆที่ถูกด่าอยู่ทุกวันทุกชั่วโมงแบบนี้ ไม่ว่าจะด่าตัวน้อง หรือด่าพี่ด่าแม่ของน้อง น้องเค้าก็คงไม่ได้รู้สึกดีขึ้นมาหรอกจริงๆ
ร่ายมาซะยืดยาวหลายเรื่อง แต่ละเรื่องแทบไม่มีเรื่องไหนที่รายละเอียดของเรื่องเหมือนกันเลย แต่สิ่งเดียวที่เหมือนกันก็คือบทสรุป บทสรุปที่ว่าไม่ใช่บทสรุปของเรื่องราวที่เกิดขึ้นนะคะ แต่เป็นบทสรุปที่สังคมตัดสินกันไปเอง โดยที่ไม่ได้ใช้สติไตร่ตรอง สิ่งเดียวที่เหมือนกันในทุกเรื่องราวคือการด่าทอ ด้วยคำหยาบคาย ประหนึ่งคนที่มีปมด้อยอยู่ในจิตใจ ด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง เหมือนเก็บกดมีปัญหาจากที่ทำงาน มาถึงก็ด่ามาถึงก็ระบาย เอาแค่ตัวเองสะใจ แต่ไม่สนใจถึงผลกระทบของผู้ที่ถูกกล่าวถึง ไม่ได้สนใจเลยว่าความรู้สึกคนอื่นจะเป็นอย่างไร สิ่งที่อยากจะวิงวอน คือทุกวันนี้สังคมเราใช้สื่อโซเชี่ยลไปในทางที่ผิดอยู่มาก อยากให้เสพกันแต่พอดี แบบยั้งคิด ข่าวที่จะแชร์ก็ขอให้อ่านให้ละเอียด นึกถึงความสมเหตุสมผล ในการแสดงความคิดเห็นเอาแต่พองามก็พอค่ะ