สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 6
รัฐมนตรีมาเยือน
ก็เป็นเรื่องปกติของการประชุม
ที่มีการกำหนดกรอบของการพูดคุยกับใครระดับไหน
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเขาดูที่การมี "เอกอัครราชทูต" ไปประจำหรือเปล่า
ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในระดับ "อุปทูต"
ที่มีความห่างเหิน มีระยะห่าง และ มีนัยยะ
รัฐมนตรีมาประชุมแล้วก็กลับ
แต่ "นักการทูต" คือคนที่ต้องอยู่ประจำเพื่อทำหน้าที่ดูแลความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ
คิดถึง "ท่านอุปทูตโคจา" จริงๆ....!!!!!!!!
จ่าพิเชษฐ์
ก็เป็นเรื่องปกติของการประชุม
ที่มีการกำหนดกรอบของการพูดคุยกับใครระดับไหน
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเขาดูที่การมี "เอกอัครราชทูต" ไปประจำหรือเปล่า
ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในระดับ "อุปทูต"
ที่มีความห่างเหิน มีระยะห่าง และ มีนัยยะ
รัฐมนตรีมาประชุมแล้วก็กลับ
แต่ "นักการทูต" คือคนที่ต้องอยู่ประจำเพื่อทำหน้าที่ดูแลความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ
คิดถึง "ท่านอุปทูตโคจา" จริงๆ....!!!!!!!!
จ่าพิเชษฐ์
แสดงความคิดเห็น
((มาลาริน)) เรื่องดีๆค่ะ การประชุมACDครั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียมาเยือนไทยเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา
ผู้นำของเรา..ชี้แจงให้เข้าใจ ประชาชนสนับสนุน ทุกเรื่องก็ดีขึ้นค่ะ
อย่างการประชุมครั้งนี้ มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นอย่างน่าประทับใจ..
ที่ห้องสัตตบงกช กระทรวงการต่างประเทศ วันนี้ (10 ต.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบปะหารือสามฝ่ายร่วมกับเจ้าชายคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ นายกรัฐมนตรีบาห์เรน และนาย อเดล อัล-จูเบอีร์ รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย การพบปะหารือในครั้งนี้ เป็นดำริรวมกันของทุกฝ่าย เพื่อต้องการสานความสัมพันธ์ระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย โดยสมเด็จพระราชาธิบดีซาอุดีอาระเบีย ได้ทรงมอบหมายให้ รมว.ต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย เดินทางมาเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย ครั้งที่ 2 ในครั้งนี้ และรวมทั้งเสริมสร้างแนวทางเพื่อสานความสัมพันธ์ของไทยและซาอุดีอาระเบียอีกด้วย
ทั้งนี้ บรรยากาศการหารือเป็นไปอย่างฉันมิตรและสร้างสรรค์ โดยได้มีการพูดคุยในหลายประเด็นในการนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ความสัมพันธ์ที่หยุดชะงักมากว่าสองทศวรรษจะได้รับการฟื้นฟูเพื่อเป็นการเริ่มศักราชใหม่ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และทดแทนโอกาสและเวลาที่สูญเสียไป โดยจะได้ร่วมกันพิจารณาถึงแนวทางการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่เหมาะสมต่อไป
โอกาสนี้ ได้มอบหมายคณะทำงานของทั้งสองฝายจะได้พิจารณาร่วมกันถึงแนวทางในการเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์ โดยกระทรวงการต่างประเทศจะได้หารือกับสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป
แหล่งข่าวทางการทูตเปิดเผยว่า การมาเยือนประเทศไทยของรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี หลังจากที่รัฐบาลซาอุดีอาระเบียไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีมาร่วมประชุมและหารือกับรัฐบาลไทย หลังเกิดเหตุการณ์คดีเพชรซาอุ และคดีอุ้มฆ่านายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย
http://m.manager.co.th/Politics/detail/9590000102049