สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 16
ยังคงโลกสวยอยู่ครับ ว่าแม่ คงจะหวังดีอยากเก็บเงินให้ลูกจริงๆ เพียงแต่ คุณแม่คิดแบบคนโบราณไปหน่อยว่า คนดี ต้องตั้งใจทำงานเก็บเงิน ไม่ฟุ่มเฟือย แต่ด้วยสถานะของน้องเขา การคิดแบบนั้นมันเก่าไป จริงๆ ดาราสมัยนี้ หาได้ไม่ใช่เอามา "เก็บ" แต่หาได้แล้วต้อง "โกย" จะเห็นได้ว่าดาราสมัยนี้ พอดัง จะเอาความดังของตัวเองมาต่อยอดทำธุรกิจกันทั้งนั้น
เอาทีละประเด็น
- ตอนแรกขวัญขอเงินแม่ 2-3 แสน แต่ขยับเป็น 1 ล้าน มุมมองของแม่คงจะ "เงินตั้งล้าน" แถมจู่ๆ ขอเพิ่มตั้ง 70-80% มันต้องมีอะไรแปลกๆ แน่ๆ
ในความเป็นจริงธุรกิจสมัยนี้มันก็แบบนี้แหละ อันนี้ส่วนตัวนะครับ ธุรกิจอาหารเสริมกับลิปสติค ในเคสของขวัญหรือดาราคนอื่นๆ ที่ดังเบอร์นี้ ลุคนี้ มันเหมือนกันครับ คือ ถ้าอาหารเสริมขายได้ ลิปสติคก็ขายได้ เพราะคนเสพที่ความสวยของนางเอก อาหารเสริมคนกล้าซื้อไปยัดเข้าไปในปาก ลิปสติค มันแค่ Cosmetic ที่คนเอาฉาบสีบนหน้า ยังไงก็ขายได้ ถ้าแม่ค้าในออนไลน์ขายได้ ขวัญ อุษามณี ทำไมจะขายไม่ได้ โพสต์ IG ให้เพื่อนสนิทช่วยโพสต์ 4-5 คน แค่นี้ก็ขายถล่มแล้ว
พ่อแม่กอล์ฟก็ทำธุรกิจ ถ้าปรึกษาสักหน่อย ยังไงก็ไม่เจ๊งแบบเจ็บตัว มหาศาล
หรือถ้าเจ๊ง โดนซัพพลายเออร์โกง โดนลูกน้องโกง บลาๆๆ นี่คือประสบการณ์ที่ขวัญต้องเจอด้วยตัวเอง แล้วเรียนรู้ไป
ในมุมของคนที่มองว่าเงินตั้งล้าน หรือมนุษย์เดินดินกินข้าวแกงอย่างเรา ล้านหนึ่งมันเยอะ แต่นี่ ขวัญ อุษามณี ดาราเบอร์นี้ ออกงาน 10 งาน งานละแสน ใช้เวลาแค่ 3-6 เดือน ก็ได้แล้ว ดังนั้นถ้า 1 ล้าน เอาไปลงทุนธุรกิจจริง ให้ไปเถอะ
- คบกับกอล์ฟแล้วเปลี่ยนไป
เอาจริงๆ ส่วนตัวนี่ไม่ชอบทั้งกอล์ฟ ทั้งไมค์ แต่รู้สึกว่ากอล์ฟเหมือนคนที่พาขวัญออกจากถ้ำเลย ไม่แปลกที่ขวัญจะรักคนนี้ ตอนเปิดตัวอาหารเสริมหรือรายการวู๊ดดี้ กลอ์ฟบอกว่าสอนขวัญทำกราฟฟิคแต่งรูป บลาๆๆๆ ขวัญเองก็บอกตอนเปิดตัวโปรดักท์ ว่าตัดต่อเองเลย ตื่นเต้นมาก คือ ขวัญ เล่นละครตั้งแต่เด็ก มีหน้าที่แค่ท่องบท แล้วเล่นให้ได้ดี ทักษะอื่นๆ ไม่ได้ทำเลย เพราะโดนให้ทำอยู่แค่นั้นเป็นหุ่นยนต์ ในขณะที่กอล์ฟมีทักษะอื่นๆ อย่างทำละครเอง ถึงมันจะแป๊กออกอากาศหรือยังไม่รู้จริงๆ หรือไปเป็นโค้ชในรายการ sis four/ bro golf อะไรนั่น แต่มันก็คือโชว์ให้เห็นว่ากอล์ฟทำอะไรได้หากหลาย ไม่แปลกเลยที่คนถูกโปรแกรมให้ทำเรื่องเดิมๆ มาทั้งชีวิตจะตื่นเต้น รู้สึกดีที่มีคนๆ หนึ่งมาสอนนั่นสอนนี่
สองคนนี้ทำงานมาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน ขวัญทำงานตั้งแต่เด็กมากๆ ละครเรื่องหนึ่งจะมีแก๊งค์เด็กให้เล่นด้วยสักกี่คน ขณะที่กอล์ฟมีแก็งค์เพื่อน g junior หรืออย่างน้อยก็น้องตัวเอง ให้เรียนรู้เติบโตไปด้วยกัน แล้วก็เริ่มทำงานตอนวัยรุ่น ไม่แปลกที่คนหล่อๆ รวยๆ เยอะแยะ แต่มีแค่ไม่มีคนที่เข้าใจขวัญ ประสบการณ์ชีวิตมันคล้ายกัน แต่กอล์ฟหลากหลายกว่ามาก
และก็เหมือนการทำธุรกิจ ถ้าเขาเลิกกัน มันก็เป็นประสบการณ์ที่ขวัญต้องเจอ ต้องเรียนรู้ ถ้าจะโดนหลอกเงิน โดนเกาะ ก็ต้องโดนไปให้รู้ (แหม...ทำอย่างกับกอล์ฟ ไม่ใช่ดารา ดังไม่เท่าขวัญ แต่ก็มีงานทำนะ)
- การแยกตัวออกมาทำงานเอง
พอไม่ได้เงินขวัญก็บอกว่าจะรับงานเอง เอาจริงๆ ขวัญนี่ ตัว Top 5 หรือ อาจจะ Top 3 ของช่องที่มีคนดูมากที่สุดในประเทศ แต่ขวัญงานพรีเซนเตอร์น้อยมาก ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วดาราที่ฟันเงินเยอะสุด ก็ต้องพรีเซนเตอร์นี่แหละ ถ่ายทำแค่ 2-3 วัน กำหนดคิวโชว์ตัว 4-6 ครั้งต่อปี โพสต์โซเชียลให้แบรนด์ แค่นี้ หลักล้านแล้ว ขวัญงานพรีเซนเตอร์น้อย แถมได้ทำแต่อะไรเดิมๆ คือเล่นละครอย่างเดียวเลย
ถ้าขวัญได้ผู้จัดการดี มืออาชีพกว่านี้ ดันได้ มีคอนเนกชั่น น่าจะได้ทำงานอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ บ้าง คุณแม่หวังดีอยากดูคิวน้องเอง แต่อย่าลืมวงการนี้มันแข่งขันดุเดือด
- การใช้ของแพงๆ แบรนด์เนม
เช่นเคย คุณแม่และคุณพี่คงยึดติดกับทัศนคติประเภท ขยัน ซื่อสัตย์ มัธยัทถ์ อดทน คำขวัญลูกเสือและวันเด็กแห่งชาติมาเต็ม ซึ่งมันดีนะ แต่ในมุมของดารา การประหยัดเกินไป มันทำให้ย่ำอยู่กับที่ เวลาสาวๆ เห็น ชมพู่ ใส่แบรนด์เนม เชื่อว่าสาวๆ ไม่ได้คิดว่าต้องซื้อใส่ตาม เพราะมันไม่ใช่ทุกคนหรอกที่มีปัญญาทำแบบนั้น แต่การเห็นดาราใส่ของแบรนด์เนม มันคือการตอบสนองอารมณ์แฟนตาซี ดาราสวยๆ ใส่แล้วเหมือนเป็นเจ้าหญิง มันสร้างแรงบันดาลใจ แล้วมันทำให้เรียค่าตัว หรือรับงานที่มันอัพคลาสได้มากกว่าเดิม
และถ้าบอกว่าขวัญใช้รองเท้าคู่ละ 4 หมื่น แพง คุณแม่คุณพี่ดูดาราคนอื่นมั้ง 4 หมื่นนี่ หัวเข็มขัด, หูกระเป๋า ของคนอื่นเองนะ
สรุปคือ ขอโลกสวยว่า แม่ ก็คงรักและหวังดี แต่แม่อาจจะตามโลกธุรกิจของดาราสมัยนี้ไม่ทัน และรักลูก ปกป้องลูกมากเกินไป กลัวไปหมดทุกอย่าง กลัวโดนหลอก อายุขนาดนี้แล้ว ถ้าจะโดนมันก็ควรได้เรียนรู้ ได้บริหารเงินเอง เอาจริงๆ ที่บอกว่าขวัญใช้เงินเก่ง เพราะเด็กมันไม่เคยได้จับเงินเองหรือเปล่า พอได้ช็อปเลยซื้อแหลก
สมมุติเดือนนี้ได้เงิน 4 แสน ช็อปวันเดียวหมด มนุษย์ทั่วไปมันต้องเรียนรู้ว่า ตายแล้ว อดนอนถ่ายละครตั้งนาน ช็อปทีเดียวหมดเลยว่ะ เดือนต่อไปมันก็ต้องมีสติจ่ายเงินน้อยลงไปเองป่ะ ค่อยๆ จ่ายน้อยลงทีละหมื่น ขยับๆ ไป ตามธรรมชาติของมนุษย์ แต่ถ้ากักขังเอาไว้ เวลาได้เงินเองมันก็จ่ายพรวดหมดสิ
เอาทีละประเด็น
- ตอนแรกขวัญขอเงินแม่ 2-3 แสน แต่ขยับเป็น 1 ล้าน มุมมองของแม่คงจะ "เงินตั้งล้าน" แถมจู่ๆ ขอเพิ่มตั้ง 70-80% มันต้องมีอะไรแปลกๆ แน่ๆ
ในความเป็นจริงธุรกิจสมัยนี้มันก็แบบนี้แหละ อันนี้ส่วนตัวนะครับ ธุรกิจอาหารเสริมกับลิปสติค ในเคสของขวัญหรือดาราคนอื่นๆ ที่ดังเบอร์นี้ ลุคนี้ มันเหมือนกันครับ คือ ถ้าอาหารเสริมขายได้ ลิปสติคก็ขายได้ เพราะคนเสพที่ความสวยของนางเอก อาหารเสริมคนกล้าซื้อไปยัดเข้าไปในปาก ลิปสติค มันแค่ Cosmetic ที่คนเอาฉาบสีบนหน้า ยังไงก็ขายได้ ถ้าแม่ค้าในออนไลน์ขายได้ ขวัญ อุษามณี ทำไมจะขายไม่ได้ โพสต์ IG ให้เพื่อนสนิทช่วยโพสต์ 4-5 คน แค่นี้ก็ขายถล่มแล้ว
พ่อแม่กอล์ฟก็ทำธุรกิจ ถ้าปรึกษาสักหน่อย ยังไงก็ไม่เจ๊งแบบเจ็บตัว มหาศาล
หรือถ้าเจ๊ง โดนซัพพลายเออร์โกง โดนลูกน้องโกง บลาๆๆ นี่คือประสบการณ์ที่ขวัญต้องเจอด้วยตัวเอง แล้วเรียนรู้ไป
ในมุมของคนที่มองว่าเงินตั้งล้าน หรือมนุษย์เดินดินกินข้าวแกงอย่างเรา ล้านหนึ่งมันเยอะ แต่นี่ ขวัญ อุษามณี ดาราเบอร์นี้ ออกงาน 10 งาน งานละแสน ใช้เวลาแค่ 3-6 เดือน ก็ได้แล้ว ดังนั้นถ้า 1 ล้าน เอาไปลงทุนธุรกิจจริง ให้ไปเถอะ
- คบกับกอล์ฟแล้วเปลี่ยนไป
เอาจริงๆ ส่วนตัวนี่ไม่ชอบทั้งกอล์ฟ ทั้งไมค์ แต่รู้สึกว่ากอล์ฟเหมือนคนที่พาขวัญออกจากถ้ำเลย ไม่แปลกที่ขวัญจะรักคนนี้ ตอนเปิดตัวอาหารเสริมหรือรายการวู๊ดดี้ กลอ์ฟบอกว่าสอนขวัญทำกราฟฟิคแต่งรูป บลาๆๆๆ ขวัญเองก็บอกตอนเปิดตัวโปรดักท์ ว่าตัดต่อเองเลย ตื่นเต้นมาก คือ ขวัญ เล่นละครตั้งแต่เด็ก มีหน้าที่แค่ท่องบท แล้วเล่นให้ได้ดี ทักษะอื่นๆ ไม่ได้ทำเลย เพราะโดนให้ทำอยู่แค่นั้นเป็นหุ่นยนต์ ในขณะที่กอล์ฟมีทักษะอื่นๆ อย่างทำละครเอง ถึงมันจะแป๊กออกอากาศหรือยังไม่รู้จริงๆ หรือไปเป็นโค้ชในรายการ sis four/ bro golf อะไรนั่น แต่มันก็คือโชว์ให้เห็นว่ากอล์ฟทำอะไรได้หากหลาย ไม่แปลกเลยที่คนถูกโปรแกรมให้ทำเรื่องเดิมๆ มาทั้งชีวิตจะตื่นเต้น รู้สึกดีที่มีคนๆ หนึ่งมาสอนนั่นสอนนี่
สองคนนี้ทำงานมาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน ขวัญทำงานตั้งแต่เด็กมากๆ ละครเรื่องหนึ่งจะมีแก๊งค์เด็กให้เล่นด้วยสักกี่คน ขณะที่กอล์ฟมีแก็งค์เพื่อน g junior หรืออย่างน้อยก็น้องตัวเอง ให้เรียนรู้เติบโตไปด้วยกัน แล้วก็เริ่มทำงานตอนวัยรุ่น ไม่แปลกที่คนหล่อๆ รวยๆ เยอะแยะ แต่มีแค่ไม่มีคนที่เข้าใจขวัญ ประสบการณ์ชีวิตมันคล้ายกัน แต่กอล์ฟหลากหลายกว่ามาก
และก็เหมือนการทำธุรกิจ ถ้าเขาเลิกกัน มันก็เป็นประสบการณ์ที่ขวัญต้องเจอ ต้องเรียนรู้ ถ้าจะโดนหลอกเงิน โดนเกาะ ก็ต้องโดนไปให้รู้ (แหม...ทำอย่างกับกอล์ฟ ไม่ใช่ดารา ดังไม่เท่าขวัญ แต่ก็มีงานทำนะ)
- การแยกตัวออกมาทำงานเอง
พอไม่ได้เงินขวัญก็บอกว่าจะรับงานเอง เอาจริงๆ ขวัญนี่ ตัว Top 5 หรือ อาจจะ Top 3 ของช่องที่มีคนดูมากที่สุดในประเทศ แต่ขวัญงานพรีเซนเตอร์น้อยมาก ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วดาราที่ฟันเงินเยอะสุด ก็ต้องพรีเซนเตอร์นี่แหละ ถ่ายทำแค่ 2-3 วัน กำหนดคิวโชว์ตัว 4-6 ครั้งต่อปี โพสต์โซเชียลให้แบรนด์ แค่นี้ หลักล้านแล้ว ขวัญงานพรีเซนเตอร์น้อย แถมได้ทำแต่อะไรเดิมๆ คือเล่นละครอย่างเดียวเลย
ถ้าขวัญได้ผู้จัดการดี มืออาชีพกว่านี้ ดันได้ มีคอนเนกชั่น น่าจะได้ทำงานอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ บ้าง คุณแม่หวังดีอยากดูคิวน้องเอง แต่อย่าลืมวงการนี้มันแข่งขันดุเดือด
- การใช้ของแพงๆ แบรนด์เนม
เช่นเคย คุณแม่และคุณพี่คงยึดติดกับทัศนคติประเภท ขยัน ซื่อสัตย์ มัธยัทถ์ อดทน คำขวัญลูกเสือและวันเด็กแห่งชาติมาเต็ม ซึ่งมันดีนะ แต่ในมุมของดารา การประหยัดเกินไป มันทำให้ย่ำอยู่กับที่ เวลาสาวๆ เห็น ชมพู่ ใส่แบรนด์เนม เชื่อว่าสาวๆ ไม่ได้คิดว่าต้องซื้อใส่ตาม เพราะมันไม่ใช่ทุกคนหรอกที่มีปัญญาทำแบบนั้น แต่การเห็นดาราใส่ของแบรนด์เนม มันคือการตอบสนองอารมณ์แฟนตาซี ดาราสวยๆ ใส่แล้วเหมือนเป็นเจ้าหญิง มันสร้างแรงบันดาลใจ แล้วมันทำให้เรียค่าตัว หรือรับงานที่มันอัพคลาสได้มากกว่าเดิม
และถ้าบอกว่าขวัญใช้รองเท้าคู่ละ 4 หมื่น แพง คุณแม่คุณพี่ดูดาราคนอื่นมั้ง 4 หมื่นนี่ หัวเข็มขัด, หูกระเป๋า ของคนอื่นเองนะ
สรุปคือ ขอโลกสวยว่า แม่ ก็คงรักและหวังดี แต่แม่อาจจะตามโลกธุรกิจของดาราสมัยนี้ไม่ทัน และรักลูก ปกป้องลูกมากเกินไป กลัวไปหมดทุกอย่าง กลัวโดนหลอก อายุขนาดนี้แล้ว ถ้าจะโดนมันก็ควรได้เรียนรู้ ได้บริหารเงินเอง เอาจริงๆ ที่บอกว่าขวัญใช้เงินเก่ง เพราะเด็กมันไม่เคยได้จับเงินเองหรือเปล่า พอได้ช็อปเลยซื้อแหลก
สมมุติเดือนนี้ได้เงิน 4 แสน ช็อปวันเดียวหมด มนุษย์ทั่วไปมันต้องเรียนรู้ว่า ตายแล้ว อดนอนถ่ายละครตั้งนาน ช็อปทีเดียวหมดเลยว่ะ เดือนต่อไปมันก็ต้องมีสติจ่ายเงินน้อยลงไปเองป่ะ ค่อยๆ จ่ายน้อยลงทีละหมื่น ขยับๆ ไป ตามธรรมชาติของมนุษย์ แต่ถ้ากักขังเอาไว้ เวลาได้เงินเองมันก็จ่ายพรวดหมดสิ
ความคิดเห็นที่ 10
คนไทยเป็นแบบนี้เยอะนะ คนหนึ่งแบกรับทุกอย่างในครอบครัว
ส่งเงินให้แม่ทุกเดือน แม่เอาไปให้ลูกรักหมด ยังไม่พอมาขอใหม่เรื่อยๆ
กระทู้ในชานเรือนมีให้เห็นบ่อยๆ
กรณีของดารา ส่วนใหญ่พ่อแม่พี่น้องที่มีฐานะไม่ดีมาก่อนที่ลูกจะเป็นดารา
เมื่อลูกหาเงินได้เยอะ ก็เห็นลูกเป็น "เครื่องจักรผลิตเงิน" ของครอบครัว
แล้วเสพติดการได้เงินง่ายๆจากเครื่องจักรนั้น จนคิดว่าเป็นของตัวเอง หรือมีสิทธิในตัวเครื่องจักร
ไปๆมาๆก็ลืมไปว่า ไอ้เครื่องจักรเนี่ยเป็นลูกนะ
ลูกเป็นคน เขามีสิทธิ์ใช้เงินของตัวเอง เขามีสิทธิ์กำหนดแนวทางชีวิตของเขาเอง
การที่แม่พูดว่า สร้างได้ ก็ทำลายได้ นั่นเพราะเขาเห็นลูกเป็น "เครื่องจักรผลิตเงิน"
กรณีขวัญ ถึงจะขวัญจะซื้อเครื่องแต่งตัว น้ำหอมกระเป๋า กินข้าว ในราคาที่สูงกว่าคนที่มีอาชีพทั่วไปก็ไม่แปลก
เพราะเขาใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือทำมาหากิน ทุกอย่างต้องบำรุง ต้องดูดี
ถ้ากินไม่ดีแล้วจะเอาสมองที่ไหนไปจำบท
ภาพลักษณะบุคลิก ระดับสังคมของดารา ก็มีผลต่อการโฆษณาสินค้า ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงิน
เหมือนคนเป็นนักออกแบบ ซื้อmacbookใช้ ก็ไม่ต่างจากดาราซื้อaccessoryของตัวเองเพื่อภาพลักษณ์
ขวัญขายงานโฆษณาระดับค่าตัวหลักล้าน การบำรุงร่างกาย ภาพลักษณ์ เพื่อให้ได้ราคานั้นก็สูงเป็นเงาตามตัว
ส่งเงินให้แม่ทุกเดือน แม่เอาไปให้ลูกรักหมด ยังไม่พอมาขอใหม่เรื่อยๆ
กระทู้ในชานเรือนมีให้เห็นบ่อยๆ
กรณีของดารา ส่วนใหญ่พ่อแม่พี่น้องที่มีฐานะไม่ดีมาก่อนที่ลูกจะเป็นดารา
เมื่อลูกหาเงินได้เยอะ ก็เห็นลูกเป็น "เครื่องจักรผลิตเงิน" ของครอบครัว
แล้วเสพติดการได้เงินง่ายๆจากเครื่องจักรนั้น จนคิดว่าเป็นของตัวเอง หรือมีสิทธิในตัวเครื่องจักร
ไปๆมาๆก็ลืมไปว่า ไอ้เครื่องจักรเนี่ยเป็นลูกนะ
ลูกเป็นคน เขามีสิทธิ์ใช้เงินของตัวเอง เขามีสิทธิ์กำหนดแนวทางชีวิตของเขาเอง
การที่แม่พูดว่า สร้างได้ ก็ทำลายได้ นั่นเพราะเขาเห็นลูกเป็น "เครื่องจักรผลิตเงิน"
กรณีขวัญ ถึงจะขวัญจะซื้อเครื่องแต่งตัว น้ำหอมกระเป๋า กินข้าว ในราคาที่สูงกว่าคนที่มีอาชีพทั่วไปก็ไม่แปลก
เพราะเขาใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือทำมาหากิน ทุกอย่างต้องบำรุง ต้องดูดี
ถ้ากินไม่ดีแล้วจะเอาสมองที่ไหนไปจำบท
ภาพลักษณะบุคลิก ระดับสังคมของดารา ก็มีผลต่อการโฆษณาสินค้า ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงิน
เหมือนคนเป็นนักออกแบบ ซื้อmacbookใช้ ก็ไม่ต่างจากดาราซื้อaccessoryของตัวเองเพื่อภาพลักษณ์
ขวัญขายงานโฆษณาระดับค่าตัวหลักล้าน การบำรุงร่างกาย ภาพลักษณ์ เพื่อให้ได้ราคานั้นก็สูงเป็นเงาตามตัว
ความคิดเห็นที่ 4
เคยได้ยินแม่ประเภทหนึ่งครัช มีลูกสองคน อีกคนหาเงินเข้ากงสีครอบครัว อีกคนไม่เอาอ่าวอะไรเลย เบิกกงสีครอบครัวใช้ได้ตลอด
แต่แม่กลับยกมรดกให้คนที่ไม่เอาอ่าวคนเดียว ด้วยเหตุผลว่า...ลูกคนนี้ทำอะไรไม่เป็น ถ้าได้มรดกน้อยจะอยู่ไม่รอด
ส่วนคนที่ทำงานเป็น แม่บอกว่าคนนี้ทำงานเป็นแล้ว คงหาเงินเองได้ เลยไม่ให้อะไร
...แม่บางคนถึงขั้นฝากลูกคนที่ทำงาน ให้ช่วยดูแลพี่หรือน้องที่ไม่เอาอ่าวด้วย ยังไงก็พี่น้องกัน ห้ามทิ้งกัน ถ้าทิ้งแล้วพี่หรือน้องที่ไม่เอาอ่าวนั้นตายแน่
แต่แม่กลับยกมรดกให้คนที่ไม่เอาอ่าวคนเดียว ด้วยเหตุผลว่า...ลูกคนนี้ทำอะไรไม่เป็น ถ้าได้มรดกน้อยจะอยู่ไม่รอด
ส่วนคนที่ทำงานเป็น แม่บอกว่าคนนี้ทำงานเป็นแล้ว คงหาเงินเองได้ เลยไม่ให้อะไร
...แม่บางคนถึงขั้นฝากลูกคนที่ทำงาน ให้ช่วยดูแลพี่หรือน้องที่ไม่เอาอ่าวด้วย ยังไงก็พี่น้องกัน ห้ามทิ้งกัน ถ้าทิ้งแล้วพี่หรือน้องที่ไม่เอาอ่าวนั้นตายแน่
แสดงความคิดเห็น
ไม่เข้าใจเเม่ขวัญจริงๆ...คือเห็นเงินสำคัญกว่าลูกว่างั้น
ทำไมถึงไม่อยากให้ลูกคุมเงินเอง เเม่คนเดียวขวัญเลี้ยงได้อยู่เเล้ว เค้าไม่ทิ้งหรอกค่ะจิตใจนางดีขนาดนั้น! เเล้วจะมาบอกว่า ลูกยังเด็กไม่ไว้ใจลูกเอิ่มมมมขวัญนี่จะ30ละนะ ยังไม่มีอะไรเป็ยนของตัวเอง หื้อออ!!!!
ยังขังลูกอยู่อีกหรอ ไม่เข้าใจนี่หรอ ผู้สูงวัยที่ได้ชื่อว่ามีประสบการณ์ในการใช้ชีวิต มาทำเเบบนี้เหมิอนไม่เเคร์ขวัญ ไม่รักลูก เเบบ...สุดๆจริงๆอัดอั้นเเทนขวัญ
ขอโทษนะคะคุณเเม่ กะจะไม่ปล่อยลูกหรอ คุณเเม่คะคนเราเกิดมามีดับไปนะคะ จะขังขวัญจนคุณเเม่ไร้ลมหายใจบนโลกนี้เลยหรอ
มาดูคำพูดเเม่บอกว่า สร้างขวัญได้ก็ทำลายได้ นี่ไม่ใช่รำพูดก็คนที่ได้ชื่อว่า เเม่นะ ถ้ากล้าพูดขนาดนี้คือเป็นเเม่ที่โครตเเย่
ขอสนับสนุนขวัญในการยืนหยัดด้วยตัวเองบนพื้นฐานขอการรักครอบครัวเเละกตัญญูต่อบุพการี ค่ะ