น้องชายมาปรึกษา เลือกทางไหนดี ประมาณว่า
ที่ บ.ที่น้องชายทำงานอยู่ ตอนนี้กำลังจะประสบปัญหาหลาย ๆ อย่าง ทั้งจากเรื่องยุ่ง ๆ ภายใน ศึกพี่น้อง วงษ์ตระกูล เปิดบริษัทฯ แข่งกันขายของ ขายสินค้าประเภทเดียวกัน และศึกภายนอก ไม่ว่าจะเป็นตัวสินค้า/ผลิตภัณฑ์ที่มีคู่แข่ง ทั้งจากพี่น้อง และคนนอก นำเข้ามาขายเองจากจีนและตัดราคากันเอง บวกกับลักษณะการบริหารงานของผู้บริหารคนปัจจุบัน ที่ไม่ค่อยมีคุณธรรม และจรรยาบรรณ มีการหลอกลวงลูกค้า เอาของที่ไม่มีคุณภาพไปขาย – ดูจากปัจจุบันถูกร้องเรียนเรื่องคุณภาพสินค้าจากลูกค้ามาก ๆ เอาเปรียบพนักงานสารพัด สารเพ ก่อนปรับเงินเดือนประจำปี 1-2 เดือน จะเรียกผู้จัดการประชุม บอกว่าขายไม่ดีมั่งหล่ะ บ.ไม่มีกำไรมั่งหล่ะ กับอีกทีคือตอนจะจ่ายโบนัส ก็จะทำแบบเดียวกัน แต่เจ้าของน่ะ รวย ๆ เอา ๆ เปลี่ยนรถ (หรู) เป็นว่าเล่น
เงินเดือนเริ่มปรับในอัตราถดถอยลง ๆ เรื่อย ๆ แต่น้องชายได้ขึ้นปีละ สองพันต้น ๆ ต่อปี
ส่วนโบนัสก็น้อยลง ๆ จากเดิมที่เคยได้ เข้ามาใหม่ ๆ ได้อย่างต่ำเดือนนึง ตอนนี้เป็นต่ำกว่าเดือนไปเรียบร้อยแล้ว
และแนวโน้มก็น่าจะต่ำกว่าเดือนต่อ ๆๆ ไป (น้องชายบอกงั้นนะ )
ซึ่งทางน้องชายประเมินแล้วว่าน่าจะ “ พอ” (เน้น !!! คำว่า “ พอ ” นะ ) อยู่รอดได้ในระยะเวลาหนึ่ง ซัก 3-5 ปีเป็นอย่างมาก
แต่คนข้างใน หลาย ๆคนก็รู้สถานการณ์ บ.ดี แต่ก็ไม่มีใครขยับ คือ น้องชายบอก งานสบายมากพี่ วัน ๆ แทบไมมีอะไรทำกันเลย แต่ละคนบางคนก็เอางานนอกส่วนตัวมานั่งทำ หลายคนมีอะไรรองรับ มีงานนอก พวก ผญ.ในออฟฟิตขายของออนไลน์ พวก ผช.ที่เป็นวิศวฯ รับงานนอก รับจ้างเขียนแบบ เพราะผู้บริหาร สนใจแต่พวกเซลส์ และก็จ่ายพวกนี้หนักมากๆๆๆ ทุ่มไม่อั้น (จริง ๆ ไอ้พวกเซลส์หลาย ๆคนก็ไม่ได้ขายสินค้าของ บ.อย่างเดียว บางคนเริ่มเปิดกิจกการของตัวเอง ) พวกคนที่ไม่มีอะไร ก็เน่า ๆ กันไป ผจก.หลาย ๆ คนก็เตือนเจ้าของนะ แต่เค้าก็ไม่สนใจ จนเค้าเลิกเตือนกันไปหมดแล้ว ซึ่งแต่ละคนก็น่าจะมองอะไรกันออกบ้างหล่ะ แต่ก็ไม่มีใครขยับขยายอะไร ทำเฉย ๆ กันไป
ส่วนน้องชายเหรอ เค้าเล่าว่าปัจจุบันนั่งเทรดหุ้น ดูหุ้นไป และคิดว่าคงมีหลาย ๆคนที่ทำแบบเค้า
แต่ประเด็นนึงที่น้องชายมาถามคือ ใจนึงก๊ออยากจะไปหางานใหม่อยู่ แต่ว่าอายุเยอะ ( น้องเราอายุ 47 แล้ว ) กลัวจะไม่ได้งาน หรือถ้าได้ก็กลัวจะเป็น บ.ที่ไม่ดี ( ส่วนหนึ่งเพราะทำที่นี่มานานมาก 10 กว่าปีแล้ว ยังงัย ๆ ก็อยู่มานานพอที่จะมีบารมีอะไร ๆ อยู่บ้าง – เค้าบอก ) ออกไปก็จะเสี่ยงกับความไม่แน่นอน ส่วนตัวเราบอกให้น้องชายรีบไป มันอาจจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้ บ.ดี ๆ งานดี ๆ โบนัสดี ๆ ก็น่าจะยังมีอยู่
เค้าเครียดมาก เค้ามีภาระเยอะ ต้องดูแลครอบครัวและลูก เค้าบอกว่ารายได้เค้าลดลงกว่านี้ไม่ได้แล้ว อย่างน้อยที่สุดที่นี่ถึงรายได้ไม่เพิ่มมากเท่าไหร่ แต่ก็ยังรายได้จากหุ้นบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ พอได้อยู่ บางครั้งเค้าก็บอกว่าอยากจะ “ รอ..... ” เหมือนที่เค้าเห็นหลาย ๆ คนใน บ. ทำกัน เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นจริง เค้าก็ได้ชดเชยตามกฎหมายอยู่ดี เค้าบอก
จะให้คำแนะนำน้องชายอย่างไรดี เราอยากให้สละเรือลำนี้ก่อนที่มันจะจมมากกว่า
(แต่ก็มีบางครั้งที่เราคิดเอง เอ๊ะ!!! รึเราตื่นตูมรีบร้อนไปหรือเปล่า เพราะน้องก็บอกอยู่ว่าคนที่ บ.ตำแหน่งสูง ๆ เค้าก็ไม่เห็นมีใครเดือดร้อนอะไรกันเลย ก็ยังเห็นชิว ๆ กันอยู่ )
คุณ ๆ มีความคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ และถ้าเป็นคุณ ๆ จะเลือกอย่างไร เข้ามาดูกันหน่อยค่ะ
ที่ บ.ที่น้องชายทำงานอยู่ ตอนนี้กำลังจะประสบปัญหาหลาย ๆ อย่าง ทั้งจากเรื่องยุ่ง ๆ ภายใน ศึกพี่น้อง วงษ์ตระกูล เปิดบริษัทฯ แข่งกันขายของ ขายสินค้าประเภทเดียวกัน และศึกภายนอก ไม่ว่าจะเป็นตัวสินค้า/ผลิตภัณฑ์ที่มีคู่แข่ง ทั้งจากพี่น้อง และคนนอก นำเข้ามาขายเองจากจีนและตัดราคากันเอง บวกกับลักษณะการบริหารงานของผู้บริหารคนปัจจุบัน ที่ไม่ค่อยมีคุณธรรม และจรรยาบรรณ มีการหลอกลวงลูกค้า เอาของที่ไม่มีคุณภาพไปขาย – ดูจากปัจจุบันถูกร้องเรียนเรื่องคุณภาพสินค้าจากลูกค้ามาก ๆ เอาเปรียบพนักงานสารพัด สารเพ ก่อนปรับเงินเดือนประจำปี 1-2 เดือน จะเรียกผู้จัดการประชุม บอกว่าขายไม่ดีมั่งหล่ะ บ.ไม่มีกำไรมั่งหล่ะ กับอีกทีคือตอนจะจ่ายโบนัส ก็จะทำแบบเดียวกัน แต่เจ้าของน่ะ รวย ๆ เอา ๆ เปลี่ยนรถ (หรู) เป็นว่าเล่น
เงินเดือนเริ่มปรับในอัตราถดถอยลง ๆ เรื่อย ๆ แต่น้องชายได้ขึ้นปีละ สองพันต้น ๆ ต่อปี
ส่วนโบนัสก็น้อยลง ๆ จากเดิมที่เคยได้ เข้ามาใหม่ ๆ ได้อย่างต่ำเดือนนึง ตอนนี้เป็นต่ำกว่าเดือนไปเรียบร้อยแล้ว
และแนวโน้มก็น่าจะต่ำกว่าเดือนต่อ ๆๆ ไป (น้องชายบอกงั้นนะ )
ซึ่งทางน้องชายประเมินแล้วว่าน่าจะ “ พอ” (เน้น !!! คำว่า “ พอ ” นะ ) อยู่รอดได้ในระยะเวลาหนึ่ง ซัก 3-5 ปีเป็นอย่างมาก
แต่คนข้างใน หลาย ๆคนก็รู้สถานการณ์ บ.ดี แต่ก็ไม่มีใครขยับ คือ น้องชายบอก งานสบายมากพี่ วัน ๆ แทบไมมีอะไรทำกันเลย แต่ละคนบางคนก็เอางานนอกส่วนตัวมานั่งทำ หลายคนมีอะไรรองรับ มีงานนอก พวก ผญ.ในออฟฟิตขายของออนไลน์ พวก ผช.ที่เป็นวิศวฯ รับงานนอก รับจ้างเขียนแบบ เพราะผู้บริหาร สนใจแต่พวกเซลส์ และก็จ่ายพวกนี้หนักมากๆๆๆ ทุ่มไม่อั้น (จริง ๆ ไอ้พวกเซลส์หลาย ๆคนก็ไม่ได้ขายสินค้าของ บ.อย่างเดียว บางคนเริ่มเปิดกิจกการของตัวเอง ) พวกคนที่ไม่มีอะไร ก็เน่า ๆ กันไป ผจก.หลาย ๆ คนก็เตือนเจ้าของนะ แต่เค้าก็ไม่สนใจ จนเค้าเลิกเตือนกันไปหมดแล้ว ซึ่งแต่ละคนก็น่าจะมองอะไรกันออกบ้างหล่ะ แต่ก็ไม่มีใครขยับขยายอะไร ทำเฉย ๆ กันไป
ส่วนน้องชายเหรอ เค้าเล่าว่าปัจจุบันนั่งเทรดหุ้น ดูหุ้นไป และคิดว่าคงมีหลาย ๆคนที่ทำแบบเค้า
แต่ประเด็นนึงที่น้องชายมาถามคือ ใจนึงก๊ออยากจะไปหางานใหม่อยู่ แต่ว่าอายุเยอะ ( น้องเราอายุ 47 แล้ว ) กลัวจะไม่ได้งาน หรือถ้าได้ก็กลัวจะเป็น บ.ที่ไม่ดี ( ส่วนหนึ่งเพราะทำที่นี่มานานมาก 10 กว่าปีแล้ว ยังงัย ๆ ก็อยู่มานานพอที่จะมีบารมีอะไร ๆ อยู่บ้าง – เค้าบอก ) ออกไปก็จะเสี่ยงกับความไม่แน่นอน ส่วนตัวเราบอกให้น้องชายรีบไป มันอาจจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้ บ.ดี ๆ งานดี ๆ โบนัสดี ๆ ก็น่าจะยังมีอยู่
เค้าเครียดมาก เค้ามีภาระเยอะ ต้องดูแลครอบครัวและลูก เค้าบอกว่ารายได้เค้าลดลงกว่านี้ไม่ได้แล้ว อย่างน้อยที่สุดที่นี่ถึงรายได้ไม่เพิ่มมากเท่าไหร่ แต่ก็ยังรายได้จากหุ้นบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ พอได้อยู่ บางครั้งเค้าก็บอกว่าอยากจะ “ รอ..... ” เหมือนที่เค้าเห็นหลาย ๆ คนใน บ. ทำกัน เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นจริง เค้าก็ได้ชดเชยตามกฎหมายอยู่ดี เค้าบอก
จะให้คำแนะนำน้องชายอย่างไรดี เราอยากให้สละเรือลำนี้ก่อนที่มันจะจมมากกว่า
(แต่ก็มีบางครั้งที่เราคิดเอง เอ๊ะ!!! รึเราตื่นตูมรีบร้อนไปหรือเปล่า เพราะน้องก็บอกอยู่ว่าคนที่ บ.ตำแหน่งสูง ๆ เค้าก็ไม่เห็นมีใครเดือดร้อนอะไรกันเลย ก็ยังเห็นชิว ๆ กันอยู่ )