โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ต.ค. 2559 11:56
"หมอวรงค์" โต้ ทนายปู ยกคดีป้องค่าเงินบาท "เริงชัย" เทียบจำนำข้าว "ยิ่งลักษณ์" ตอกกลับเจ็บ แย้ง 4 ข้อ ยกเหตุผลชี้ความต่าง
เหน็บขอสังคมไทยอย่าเบื่อแจงซ้ำ คนทำยังไม่สำนึก
เมื่อวันที่ 7 ต.ค.59 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยกกรณีการปกป้องค่าเงินบาทเทียบกับกรณีจำนำข้าวว่า ล่าสุดมีการยกคดีจำนำข้าวไปเปรียบเทียบกับคดีปกป้องค่าเงินบาทของ นายเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ศาลฎีกายกฟ้อง ยังเป็นความพยายามที่จะทำให้สังคมไทยเข้าใจผิดในเรื่องจำนำข้าว เพื่อหวังให้เข้าใจว่าถูกกลั่นแกล้ง ดังนั้นอย่านำ 2 คดีนี้เปรียบเทียบกัน เพราะมีเหตุปัจจัยและความแตกต่างกันมาก ที่อ้างว่า 1.กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์และนายเริงชัย มีการคิดกำไรขาดทุนเหมือนกัน เกิดจากการดำเนินนโยบายเหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างกันคือ การดำเนินนโยบายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีการทักท้วง ตักเตือน จากหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะเรื่องการทุจริต เม็ดเงินที่จ่ายลงไปไม่ถึงมือชาวนาทั้งหมด มีการทุจริตเกิดขึ้น รวมทั้งมีการปล่อยให้มีการทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีด้วย ความเสียหายนี้จึงต้องมีผู้รับผิดชอบ ส่วนคดีของ นายเริงชัย ไม่ปรากฏว่ามีหน่วยงานราชการ ตักเตือน ท้วงติงเรื่องการทุจริตตั้งแต่ต้น และตลอดการดำเนินการ ก็ไม่มีการกล่าวหาการทุจริตเพื่อหาประโยชน์ ซึ่งต่างกับโครงการรับจำนำข้าว
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า 2.ที่อ้างว่าศาลฎีกาได้วางบรรทัดฐานแล้วว่า การปฏิบัติหน้าที่ต่อการตัดสินใจ ด้านนโยบายแม้จะต้องสูญเสียเงินไป ก็จะไม่ถือเป็นความเสียหายคือ คิดเป็นกำไร ขาดทุนไม่ได้นั้น เรื่องการดำเนินนโยบายที่ต้องสูญเสีย ทุกฝ่ายเห็นด้วย เพราะทุกนโยบายนั้นต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณ แต่การดำเนินนโยบายที่เอื้อไปสู่การทุจริต รวมทั้งมีการเตือนว่ามีการทุจริตก็ไม่เคยสนใจ ตรงนี้ต่างหากที่เป็นปัญหา และเชื่อว่าศาลฎีกาท่านไม่คุ้มครองการทุจริต 3.ที่อ้างว่ารัฐบาลนี้กลับไม่ให้ความเป็นธรรมต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะจะใช้วิธีออกคำสั่งทางปกครองกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น กรณีการออกคำสั่งทางปกครองมี พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รองรับ การดำเนินคดีจำเลยแต่ละคนก็ต้องดูความเหมาะสมต่อรูปคดี ไม่ใช่ปล่อยให้จำเลยเป็นคนเลือกว่าขอขึ้นศาลไหนก็ได้ เพราะศาลไม่ใช่ศูนย์การค้าที่นึกอยากจะไปขึ้นศาลไหนก็ไป ที่สำคัญศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า คดีความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่จากการปฏิบัติหน้าที่ ที่ใช้อำนาจตามกฎหมาย อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ศาลยุติธรรมจึงไม่มีอำนาจรับคดีนี้ไว้พิจารณา ดังนั้นถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถอุทธรณ์ต่อศาลปกครองได้
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า 4.ที่อ้างว่าการออกคำสั่งตาม มาตรา 44 เช่น จะให้กรมบังคับคดี ยึด อายัดทรัพย์ ขายทอดตลาด โดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเจาะจงใช้เฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น สังคมต้องเข้าใจในกรณีนี้ การใช้มาตรา 44 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการยึด อายัดทรัพย์ การยึด อายัดทรัพย์นั้น เป็นไปตาม พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ แม้ไม่มีมาตรา 44 การยึด อายัด ก็เกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ มาตรา 44 เพียงแค่ให้กรมบังคับคดีมาทำหน้าที่แทนกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น ไม่ได้ใช้อำนาจพิเศษใดๆ กลั่นแกล้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ และที่สำคัญ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีสิทธิ์ที่ขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครองได้ ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงมีความจำเป็นต้องติดตามคดีจำนำข้าวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการบิดเบือนข้อเท็จจริงตามที่บางฝ่ายถนัด ในเมื่อฝ่ายจำเลยไม่รู้สึกอับอายในสิ่งที่ตนเองบิดเบือนซ้ำๆ ประชาชนก็ไม่ควรจะเบื่อที่จะอ่านคำชี้แจงซ้ำๆ เช่นกัน ที่สำคัญคาดว่าการบิดเบือนดังกล่าวจะร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง ในช่วงมีการลงนามคำสั่งทางปกครองคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวงเงิน 35,717 ล้านบาท เร็วๆ นี้.
Credit :
'วรงค์' โต้ ทนายปู สวนทุกข้อ เหตุอ้างคดีป้องค่าเงินเทียบจำนำข้าว 'ปู'
http://www.thairath.co.th/content/746302
จะประโคมข่าวกลบข่าวเดือดตอนนี้หรอครับวรงค์ การโต้แย้งของพวกคุณถ้าทำด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่มีพวกขบวนการปล่อยข่าวทำร้ายประเทศหรือขัดขวางการทำงานโดยปกตินี่ผมถือว่าน่าชมนะแต่ภาพลักษณ์ที่คุณพยายามเบี่ยงมันไปน่ะมัน"เสีย"ไปแล้ว อีกอย่างอย่าลืมนะครับหนี้เสียที่ขายหนี้ดีปนไปด้วยน่ะทำให้ประเทศเสียผลประโยชน์และขาดทุนขนาดไหน ข้อโต้แย้งของคุณเอามาเทียบจำนำข้าวไม่ได้จริงๆให้ตายสิ
'วรงค์' โต้ ทนายปู สวนทุกข้อ เหตุอ้างคดีป้องค่าเงินเทียบจำนำข้าว 'ปู'
"หมอวรงค์" โต้ ทนายปู ยกคดีป้องค่าเงินบาท "เริงชัย" เทียบจำนำข้าว "ยิ่งลักษณ์" ตอกกลับเจ็บ แย้ง 4 ข้อ ยกเหตุผลชี้ความต่าง เหน็บขอสังคมไทยอย่าเบื่อแจงซ้ำ คนทำยังไม่สำนึก
เมื่อวันที่ 7 ต.ค.59 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยกกรณีการปกป้องค่าเงินบาทเทียบกับกรณีจำนำข้าวว่า ล่าสุดมีการยกคดีจำนำข้าวไปเปรียบเทียบกับคดีปกป้องค่าเงินบาทของ นายเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ศาลฎีกายกฟ้อง ยังเป็นความพยายามที่จะทำให้สังคมไทยเข้าใจผิดในเรื่องจำนำข้าว เพื่อหวังให้เข้าใจว่าถูกกลั่นแกล้ง ดังนั้นอย่านำ 2 คดีนี้เปรียบเทียบกัน เพราะมีเหตุปัจจัยและความแตกต่างกันมาก ที่อ้างว่า 1.กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์และนายเริงชัย มีการคิดกำไรขาดทุนเหมือนกัน เกิดจากการดำเนินนโยบายเหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างกันคือ การดำเนินนโยบายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีการทักท้วง ตักเตือน จากหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะเรื่องการทุจริต เม็ดเงินที่จ่ายลงไปไม่ถึงมือชาวนาทั้งหมด มีการทุจริตเกิดขึ้น รวมทั้งมีการปล่อยให้มีการทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีด้วย ความเสียหายนี้จึงต้องมีผู้รับผิดชอบ ส่วนคดีของ นายเริงชัย ไม่ปรากฏว่ามีหน่วยงานราชการ ตักเตือน ท้วงติงเรื่องการทุจริตตั้งแต่ต้น และตลอดการดำเนินการ ก็ไม่มีการกล่าวหาการทุจริตเพื่อหาประโยชน์ ซึ่งต่างกับโครงการรับจำนำข้าว
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า 2.ที่อ้างว่าศาลฎีกาได้วางบรรทัดฐานแล้วว่า การปฏิบัติหน้าที่ต่อการตัดสินใจ ด้านนโยบายแม้จะต้องสูญเสียเงินไป ก็จะไม่ถือเป็นความเสียหายคือ คิดเป็นกำไร ขาดทุนไม่ได้นั้น เรื่องการดำเนินนโยบายที่ต้องสูญเสีย ทุกฝ่ายเห็นด้วย เพราะทุกนโยบายนั้นต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณ แต่การดำเนินนโยบายที่เอื้อไปสู่การทุจริต รวมทั้งมีการเตือนว่ามีการทุจริตก็ไม่เคยสนใจ ตรงนี้ต่างหากที่เป็นปัญหา และเชื่อว่าศาลฎีกาท่านไม่คุ้มครองการทุจริต 3.ที่อ้างว่ารัฐบาลนี้กลับไม่ให้ความเป็นธรรมต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะจะใช้วิธีออกคำสั่งทางปกครองกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น กรณีการออกคำสั่งทางปกครองมี พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รองรับ การดำเนินคดีจำเลยแต่ละคนก็ต้องดูความเหมาะสมต่อรูปคดี ไม่ใช่ปล่อยให้จำเลยเป็นคนเลือกว่าขอขึ้นศาลไหนก็ได้ เพราะศาลไม่ใช่ศูนย์การค้าที่นึกอยากจะไปขึ้นศาลไหนก็ไป ที่สำคัญศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า คดีความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่จากการปฏิบัติหน้าที่ ที่ใช้อำนาจตามกฎหมาย อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ศาลยุติธรรมจึงไม่มีอำนาจรับคดีนี้ไว้พิจารณา ดังนั้นถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถอุทธรณ์ต่อศาลปกครองได้
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า 4.ที่อ้างว่าการออกคำสั่งตาม มาตรา 44 เช่น จะให้กรมบังคับคดี ยึด อายัดทรัพย์ ขายทอดตลาด โดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเจาะจงใช้เฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น สังคมต้องเข้าใจในกรณีนี้ การใช้มาตรา 44 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการยึด อายัดทรัพย์ การยึด อายัดทรัพย์นั้น เป็นไปตาม พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ แม้ไม่มีมาตรา 44 การยึด อายัด ก็เกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ มาตรา 44 เพียงแค่ให้กรมบังคับคดีมาทำหน้าที่แทนกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น ไม่ได้ใช้อำนาจพิเศษใดๆ กลั่นแกล้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ และที่สำคัญ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีสิทธิ์ที่ขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครองได้ ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงมีความจำเป็นต้องติดตามคดีจำนำข้าวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการบิดเบือนข้อเท็จจริงตามที่บางฝ่ายถนัด ในเมื่อฝ่ายจำเลยไม่รู้สึกอับอายในสิ่งที่ตนเองบิดเบือนซ้ำๆ ประชาชนก็ไม่ควรจะเบื่อที่จะอ่านคำชี้แจงซ้ำๆ เช่นกัน ที่สำคัญคาดว่าการบิดเบือนดังกล่าวจะร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง ในช่วงมีการลงนามคำสั่งทางปกครองคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวงเงิน 35,717 ล้านบาท เร็วๆ นี้.
Credit :
'วรงค์' โต้ ทนายปู สวนทุกข้อ เหตุอ้างคดีป้องค่าเงินเทียบจำนำข้าว 'ปู'
http://www.thairath.co.th/content/746302
จะประโคมข่าวกลบข่าวเดือดตอนนี้หรอครับวรงค์ การโต้แย้งของพวกคุณถ้าทำด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่มีพวกขบวนการปล่อยข่าวทำร้ายประเทศหรือขัดขวางการทำงานโดยปกตินี่ผมถือว่าน่าชมนะแต่ภาพลักษณ์ที่คุณพยายามเบี่ยงมันไปน่ะมัน"เสีย"ไปแล้ว อีกอย่างอย่าลืมนะครับหนี้เสียที่ขายหนี้ดีปนไปด้วยน่ะทำให้ประเทศเสียผลประโยชน์และขาดทุนขนาดไหน ข้อโต้แย้งของคุณเอามาเทียบจำนำข้าวไม่ได้จริงๆให้ตายสิ