มีปัญหาเกิดขึ้นในชีวิตแต่ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้ยังไง เครียดมาก ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกของเราเลย เคยอ่านแต่เรื่องของคนอื่นมาก็เยอะ พอปัญหาเกิดขึ้นกับตัวเองเลยอยากจะขอคำแนะนำจากสมาชิกทุกคนด้วยค่ะ ว่าเราควรจะทำอย่างไรต่อไปดี
*****************************************************************************************************************
ขอแนะนำและเล่าความเป็นไปเป็นมาเลยละกันนะคะ เข้าเรื่องเลยเนอะ(ยาวหน่อยนะคะ) เรื่องมีอยู่ว่าเรากับแฟนคบกันมาได้เกือบๆ 2 ปีตอนนี้สถานะของเราคือคู่หมั้น หมั้นกันเมื่อต้นปีที่ผ่านมาและต้นปีหน้าเราก็จะแต่งงานกันแล้ว เรามีอาชีพเซลล์ต้องเดินทางตลอดส่วนใหญ่จะอยู่ทางภาคเหนือเดือนนึงเราจะเข้าบริษัทที่กรุงเทพ 1 ครั้ง(เราจะได้ใช้เวลานี้อยู่กับคู่หมั้น)กำหนดประมาณ 5 วันในการเคลียร์เอกสารและประชุม แต่บางเดือนติดงานก็อาจไม่ได้เข้าบริษัท และ ส่วนใหญ่ที่เข้าบริษัทก็ไม่เกิน 3 วันเพราะมักจะมีงานด่วนเข้าประจำ ส่วนคู่หมั้นเราเค้าทำงานรับราชการประจำอยู่สำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพ งานหยุดเสาร์-อาทิตย์ ตำแหน่งเกี่ยวกับเอกสารอยู่หน้าห้องนาย และพ่วงด้วยคนขับรถของนายด้วย ก่อนที่จะมาคบเราเค้าทุ่มเทเวลาเกือบทั้งหมดกับการทำงานและทำหน้าที่คนขับรถให้นาย ไปไหนไปกันได้ทุกที่ สามารถนอนค้าง ดื่มด้วยกันเที่ยวด้วยกัน นายเรียกหาเมื่อไหร่ได้ตลอดตัวติดกันตลอด สามารถอยู่ดูแลและบริการนายได้ตลอดเวลา เค้าจะชอบไปปั่นจักรยานตามที่ต่างๆทั้งในกรุงเทพ บ้านญาติของนายแถบปริมณฑล และต่างจังหวัด ตอนเย็นหลังเลิกงานก็จะต้องมีการซื้อกับข้าวมาทำกินกัน ดื่มด้วยกัน นั่งคุยกันจนดึกหรือบางครั้งก็ค้างที่พักของนายเลย บางทีวันหยุดนักขัตฤกษ์ก็ไม่ได้กลับบ้านตะลอนไปกับนายได้ทุกที่ไม่มีขัดไปไหนไปกันตลอด แต่พอมีเราเข้ามาเค้าต้องแบ่งเวลาส่วนนั้นมาให้เราด้วยมันเลยเกิดปัญหาขึ้น แรกๆตอนคบเป็นแฟนเราก็ไม่ได้ว่าอะไรมากกิจกรรมต่างๆยังทำเหมือนเดิม อาจจะมีเพิ่มเติมคือคุยโทรศัพท์กับเราบ้าง ขออนุญาตกลับบ้านบ้างในวันหยุด และพาเราไปกินข้าวบ้างเวลาเราเข้ากรุงเทพ แต่พอคบกันไปสักระยะจนถึงตอนที่เราหมั้นกันแล้ว(เวลาที่เราเข้ากรุงเทพเราจะไปพักที่ห้องของเค้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเช่าห้องลง) เราก็ได้ขอให้เค้าลดกิจกรรมเหล่านี้ลงบ้าง ให้เวลากับเราบ้าง คุยกับเราบ้างเวลาที่เราเหงา หรือช่วงที่เราขับรถถ้าเราง่วงหรืออยากมีเพื่อนคุยเราก็อยากคุยกับเค้า บางทีเรามีปัญหาต้องการคนช่วยคิดหรือแนะนำเราก็อยากให้เป็นเค้า แต่ด้วยงานและภารกิจต่างๆของเค้าบางครั้งที่เราต้องการคุย หรือ ปรึกษาเค้าจะไม่ค่อยว่าง ทำให้เราต้องไปคุยกับแม่ กับน้องชาย หรือกับน้องที่เราสนิทมาก(คุยกันทุกวัน คุยกันทุกเรื่อง) แต่กิจกรรมของเค้าที่ทำ ก็ยังดำเนินต่อไปเหมือนเดิมอาจจะลดลงบ้างแต่ก็น้อยมาก ที่ลดลงได้บ้างคือบางวันแค่ซื้อกับข้าวไปให้แต่ไม่อยู่กินด้วย หรือกินด้วยก็ต้องขอตัวกลับก่อน หรือออกตัวก่อนว่าหลังจากปั่นจักรยานเสร็จจะขอตัวกลับทันที วันหยุดนักขัตฤกษ์ก็จะขออนุญาตกลับบ้าน) กิจกรรมต่างๆก็ยังทำเหมือนเดิมแค่ขอลดเวลาลงบ้าง ต่างจังหวัดก็ยังไปเหมือนเดิม และบ้านญาติของนายก็ยังไปเหมือนเดิม (เค้าบอกเราว่ามันคือหน้าที่ของเค้า ขอให้เราเข้าใจและอดทน ปีหน้าเค้าจะขอทำเรื่องย้ายกลับไปอยู่บ้านกับเราแต่กว่าจะดำเนินการเสร็จก็ประมาณปลายปี และไม่มีความแน่นอนว่าจะได้ย้ายหรือไม่ได้ย้ายด้วย) สิ่งเหล่านี้ดำเนินมาเรื่อยๆเราก็เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้างก็เริ่มมีการทะเลาะกันขึ้น เพราะความที่เราเป็นผู้หญิงเราก็อยากให้เค้ามีเวลาให้เราบ้าง แม้กระทั่งเราเข้ากรุงเทพไม่กี่วันก็อยากให้เค้าลดกิจกรรมบางอย่างเช่นปั่นจักรยาน งดซักวันเพื่อมีเวลาอันน้อยนิดอยู่กับเราบ้าง ไม่ใช่ไปปั่นทุกครั้งเหมือนเดิมกลับเกือบ 3 ทุ่มเราต้องนัดเพื่อนที่ทำงานกินข้าวบ้าง นัดน้องที่สนิทไปช้อปปิ้งบ้างเพื่อรอเวลาให้เค้ากลับ เวลาที่เราเข้ากรุงเทพเค้ามักจะบอกเราว่า นายก็เกรงใจเรานะเวลาที่เราไปเค้าเข้าใจ และไม่ใช้งานไม่ไหว้วานให้ไปไหน แต่เราสังเกตว่าทุกครั้งที่เราบอกว่าจะเข้าบริษัทช่วงสิ้นเดือน มักจะมีกิจกรรมจากนายเสมอว่าต้องไปโน่นนี่นั่น เราก็ต้องเข้าใจ(แต่จริงๆไม่เข้าใจ ว่าทำไมมันต้องมีกิจกรรมในวันที่เราจะไปหาคู่หมั้นของเราเกือบทุกครั้ง ทั้งๆที่ก่อนหน้าที่เราจะไปไม่มีกิจกรรมอะไรเลย) ถ้าโชคดีเราดันติดงานก็แล้วกันไป แต่ถ้าเราไม่ติดงานมันก็กลายเป็นปัญหาทันที เรื่องเหล่านี้วนเวียนไปมาซ้ำๆจนเราทะเลาะกัน จนมันเป็นปัญหาในชีวิตคู่ขึ้นมา เพราะเค้าแทบจะไม่มีเวลาให้เราเลย หรือมีก็น้อยมาก จากที่เข้าใจ กลายเป็นไม่เข้าใจและไม่รู้ว่าเราจะต้องอดทนอีกนานไหม เวลาทะเลาะกันเค้าก็จะบอกว่าเค้าจะพยายามปรับตัว มีเวลาให้เราบ้าง ขอให้เราเข้าใจและอดทนถ้าผ่านจุดนี้ไปได้ก็ไม่มีอะไรแล้ว ตัวเค้าทำแค่นี้เองคนอื่นๆต้องทำมากกว่าเค้าด้วยซ้ำเค้ายังผ่านกันไปได้เลย (แต่ในความคิดเรามันจะมีใครทนได้บ้างถ้ามันมาก และ หนักขนาดนี้ มันจะต้องคอยบริการ และรับใช้กันตลอดเวลาเลยหรอ ไหนบอกว่าเข้าใจ แต่เหมือนไม่เข้าใจอะไรเลย)

เรื่องราวก็ดำเนินแบบนี้มาเรื่อยๆก็มีทะเลาะกัน ระหองระแหงกัน ต้องมาคอยปรับความเข้าใจกันทุกครั้งเพื่อให้ผ่านจุดนี้ไปด้วยกันให้ได้ จนมาถึงตอนนี้นับระยะเวลาแล้วก็ใกล้จะถึงวันที่เราจะแต่งงานกันแล้ว เหลืออีกไม่กี่เดือนเอง ตอนนี้เตรียมงานและวางแผนยังไม่ถึง 20% เลยด้วยซ้ำเราแทบจะเป็นคนคิด คนไปหา คนไปดูทั้งชุดเพื่อนเจ้าสาวเจ้าบ่าว หาแหล่งของชำร่วย ร้านทำการ์ด ไปบรีฟกับร้านพรีเว้ดดิ้งคร่าวๆว่าจะถ่ายที่ไหนยังไง ส่วนคู่หมั้นเราเค้าก็ได้บอกแต่ว่าตามใจเราเราชอบแบบไหนก็เอาแบบนั้น(อืมมันใช่หรอ ไม่ช่วยกันหา ไม่ช่วยกันคิดเลยหรอ เวลาเราส่งชุดเพื่อนบ่าวสาวไปให้เลือกก็จะบอกว่าสวย แล้วแต่เรา แต่เอาข้อมูลนี้ไปคุยกับนายบอกนายอย่างนั้นอย่างนี้ มันใช่หรอมันต้องคุยต้องปรึกษากับเราป่าวถึงจะถูก)
แล้วมีอยู่วันหนึ่งเรานัดกับคู่หมั้นว่าจะไปดูของชำร่วยกัน เพราะเรามีโอกาสอยู่กรุงเทพแค่วันเดียว ตอนเช้าเราก็ไปทำธุระของเราคนเดียว ตอนบ่ายเราเจอกันประมาณบ่าย2 กว่าๆ เราก็ถามเค้าแล้วว่าบอกนายแล้วใช่ไหม เค้าบอกว่าบอกแล้วตั้งแต่เมื่อวานแต่ตอนที่ออกมานี่ไม่ได้บอกเพราะนายติดประชุม ฝากพี่ๆที่ทำงานบอกแล้วไม่มีปัญหา เราก็ไปดูของชำร่วยกันพอตอนเย็นเค้าชวนเราไปงานเลี้ยงของที่ทำงานเราไม่อยากไปแต่ก็เออๆๆไปไม่อยากขัด ระหว่างที่นั่งอยู่เพื่อนสนิทของคู่หมั้นเราไลน์มา บอกว่านายเริ่มบ่นแล้วนะ เราก็ให้เค้าถามเพื่อนไปว่าบ่นเรื่องอะไร ได้รับคำตอบว่าบ่น "เรื่องที่เรามา" (สตั๊นไป 3 วิ เริ่มงงว่า เรามาแค่วันเดียวเองเนี่ยนะ ถึงกับต้องบ่นเลยหรอ??) เราก็ได้เจอนายในงานนี้ด้วยเราก็ไหว้ตามปกติแต่สังเกตว่าเค้าหน้าบึ้งๆ ส่วนคู่หมั้นเราพอห็นนายมาก็รีบไปดูแล จัดเเจงเสิร์ฟ คอยบริการ ไปๆมาๆระหว่างโต๊ะที่เรานั่งกับโต๊ะของนาย จนเพื่อนของคู่หมั้นโทรมาหาถามว่านายอยุ่ไหนอยู่ตรงน้นหรือเปล่า เค้ามองหานายรอบๆบริเวณงานไม่เจอเลยกดโทรหานายทันที ปรากฏว่านายตัดสายทิ้งไม่รับโทรศัพท์เรายิ่งรู้สึกงงเข้าไปใหญ่ พอกลับถึงห้องเราเลยถามเค้าว่านายโกรธหรอ ได้รับคำตอบว่าคงโกรธเราก็ถามว่าเพราะอะไรเค้าตอบกลับมาว่า "นายคงอยากให้เค้าอยู่คอยบริการและอยู่ด้วยตลอดเวลา" โอ้แม่เจ้า มันใช่หรอเนี่ย แล้วเราล่ะเราเป็นคู่หมั้นนะนานๆจะมาเจอกันที แล้วอะไรคือสิ่งที่บอกว่านายเข้าใจ แล้วเราผิดอะไร เราต้องทำยังไงหรอ

ยังมีต่ออีกนะคะ วันนี้แค่นี้ก่อนค่ะ แล้วจะมาเล่าต่ออีกยาวเลยค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่