พ่อเหนื่อยจากการทำงาน กลับบ้านมาเจอเราซึ่งตอนนั้นเราเป็นหวัด เราไอค่อกแค่กน่ารำคาญ พ่อหงุดหงิด พ่อเอาสายเข็มขัดตีเราหนักมาก เหตุการณ์ในช่วงนั้นเราจำได้แค่นี้
ตอนเด็กๆดำที่สุดในบ้านค่ะ ถูกล้อว่าถูกเก็บมาจากกองถ่าน ถูกล้อมาตลอดจนวันนึงทนไม่ได้ ไล่ตีพี่น้อง เหมือนคนบ้า ตะโกนบอกว่าให้เลิกล้อได้แล้ว สุดท้ายยายมาเห็น ยายตีเราด้วยไม้แขวนเสื้อ จำได้เลยว่าขาเต็มไปด้วยรอยตี
ช่วงเข้าป.1 กลับมาที่บ้าน นั่งเล่นของเล่นอยู่ พี่สาวเข้ามาแย่ง เอาไปเล่น ร้องไห้ไม่ยอมหยุด แม่โมโหเลยเอาเราไปทิ้งไว้หน้าบ้าน ล็อคประตูไว้ไม่ยอมให้เราเข้า
ตอน ป.4 เราติดการ์ตูนหนักมาก จนสอบตก แม่ด่าเราหนักมาก เอาโทรศัพท์เราไปโยนทิ้ง หอบหนังสือ แผ่นซีดีของเราไปทิ้งจนหมด
ม.1 ทะเลาะกับแม่ เราบอกว่าจะเรียนep แต่แม่บังคับให้เราเรียน gp เราไม่อยากเรียน เพราะเราไม่ชอบวิทย์คณิต เราต่อต้านแม่มาก แม่โกรธจนตบหน้าเรา แกบอกว่า ทำให้แค่นี้ก็ไม่ได้ ขอแค่นี้เอง ดูพี่เป็นตัวอย่างสิ
เมื่อไม่นานมานี้ ทะเลาะกับพ่อเรื่องคบเพื่อน พ่อตามสืบทุกอย่างในโซเชี่ยลมีเดียเรา เขาบอกไม่ไว้ใจ เราทำตัวแย่ลง ทั้งๆที่เรายังเหมือนเดิม ประโยคนึงที่จำได้ขึ้นใจคือตอนที่เรากับพ่อทะเลาะกันจนมีปากมีเสียง เขาถามว่าเพื่อนหนูเป็นยังไง ทำไมหนูกลายเป็นแบบนี้ เราตอบว่าเพื่อนหนูปกติดี
เขาตอบกลับว่า เพื่อนหนูปกติ แต่หนูนั่นแหละไม่ปกติ จากนั้นก็ทะเลาะกันค่ะ เราปกติประตูเข้าห้อง พ่อตามมา แกบีบคอเราอัดผนังห้อง ด่าเราด้วยคำพูดแย่ๆ
ที่ติดฝังอยู่ในใจที่สุดคงจะเป็นคำว่า หนูนั่นแหละไม่ปกติ มะนอาจเป็นคำที่พ่อเราพูดแบบไม่ได้คิด แต่มันฝังลึกลงในจิตใจเราจริงๆค่ะ
เราจำเรื่องแย่ๆที่เกิดกับชีวิตเราในแต่ละช่วงได้ไม่แน่ชัด แต่เราโตมา ครอบครัวเราเพรียบพร้อมดี ไม่เคยอดอยาก หรือลำบากอะไร พ่อของเราเป็นคนผเด็จการ ไม่เคยฟังใคร นิสัยส่วนตัวเขาคือจะด่าว่าด้วยคำรุนแรงมาก สุดท้ายก็มาทำดีด้วย เรียกสั้นๆก็ตบหัวแล้วลูบหลัง แม่ของเราก็เหมือนแม่คนอื่นๆ ไม่มีอะไรหวือหวา ที่สุดตลอดการใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้มา เราถูกเปรียบเทียบกับพี่สาวตลอด เพราะตลอดชั้นประถมและมัธยม ครูประจำชั้นเรากับพี่เป็นคนๆเดียวกันตลอด เราได้ยินปล่อยกับประโยคที่ว่า ทำให้ดีเหมือนพี่สาวหน่อยสิ / พี่สาวเธอเก่งนะ ลองเอาเขาเป็นแบบอย่าง
ก่อนหน้านี้เราเป็นคนร่าเริงมาก มากๆๆ เรายิ้มบ่อย พูดมาก ชอบเล่นมุก แต่หลังจากทะเลาะกับพ่อครั้งนั้น เราเปลี่ยนไปมาก เราเก็บตัวอยู่ในห้อง เราไม่ยิ้ม ไม่พูด ไม่มีปฏิสัมพันกับคนในบ้าน แต่เวลาอยู่ต่อหน้าเพื่อนเราจะฝืนยิ้ม พยายามหัวเราะ หลายครั้งเราอยากฆ่าตัวตายค่ะแต่เราคิดได้ทันและเราไม่อยากเจ็บ เวลาเราทะเลาะกับใคร หรือรู้สึกอึดอัดเราจะระบายลงกับตัวเอง เราจิกตัวเองจนเลือดไหล เพราะเราไม่รู้จะไประบายที่ไหน
เรารู้สึกว่าบ้านมันไม่ใช่ที่สำหรับเรา เรามีแค่ห้องนอนแคบๆชองเราแค่นั้นที่เป็นที่พึ่งเดียว เวลานั่งกินข้าวบนโต๊ะ ทุกคนพูดคุยกับสนุกสนาน อบอุ่น บรรยากาศของครอบครัว ดูมีเราคนเดียว เราดูเป็นส่วนเกิน
ช่วงชีวิตตอนเด็กที่เรายกขึ้นมา เราอยากรู้ว่ามันส่งผลต่อเราในตอนนี้มั้ยคะ เราเป็นอะไรเราต้องปรับปรุงตรงไหน
รู้สึกแย่กับชีวิตค่ะ นอนร้องไห้ทุกวัน
มีความคิดหลายครั้งว่าอยากไปพบจิตแพทย์ แต่แม่บอกว่าเปลืองตังค์ ไม่ได้ช่วยอะไร
เราเป็นคนเรียบเรียงคำไม่ค่อยถูก เราหวังว่าคนที่เข้ามาอ่านจะเข้าใจประโยคที่เราจะสื่อค่ะ เรารู้สึกสิ้นหวังในชีวิตเรามากๆจริงๆ
เรื่องในอดีตของเรา มันส่งผลต่อปัจจุบันของเราได้หรือเปล่าคะ
ตอนเด็กๆดำที่สุดในบ้านค่ะ ถูกล้อว่าถูกเก็บมาจากกองถ่าน ถูกล้อมาตลอดจนวันนึงทนไม่ได้ ไล่ตีพี่น้อง เหมือนคนบ้า ตะโกนบอกว่าให้เลิกล้อได้แล้ว สุดท้ายยายมาเห็น ยายตีเราด้วยไม้แขวนเสื้อ จำได้เลยว่าขาเต็มไปด้วยรอยตี
ช่วงเข้าป.1 กลับมาที่บ้าน นั่งเล่นของเล่นอยู่ พี่สาวเข้ามาแย่ง เอาไปเล่น ร้องไห้ไม่ยอมหยุด แม่โมโหเลยเอาเราไปทิ้งไว้หน้าบ้าน ล็อคประตูไว้ไม่ยอมให้เราเข้า
ตอน ป.4 เราติดการ์ตูนหนักมาก จนสอบตก แม่ด่าเราหนักมาก เอาโทรศัพท์เราไปโยนทิ้ง หอบหนังสือ แผ่นซีดีของเราไปทิ้งจนหมด
ม.1 ทะเลาะกับแม่ เราบอกว่าจะเรียนep แต่แม่บังคับให้เราเรียน gp เราไม่อยากเรียน เพราะเราไม่ชอบวิทย์คณิต เราต่อต้านแม่มาก แม่โกรธจนตบหน้าเรา แกบอกว่า ทำให้แค่นี้ก็ไม่ได้ ขอแค่นี้เอง ดูพี่เป็นตัวอย่างสิ
เมื่อไม่นานมานี้ ทะเลาะกับพ่อเรื่องคบเพื่อน พ่อตามสืบทุกอย่างในโซเชี่ยลมีเดียเรา เขาบอกไม่ไว้ใจ เราทำตัวแย่ลง ทั้งๆที่เรายังเหมือนเดิม ประโยคนึงที่จำได้ขึ้นใจคือตอนที่เรากับพ่อทะเลาะกันจนมีปากมีเสียง เขาถามว่าเพื่อนหนูเป็นยังไง ทำไมหนูกลายเป็นแบบนี้ เราตอบว่าเพื่อนหนูปกติดี
เขาตอบกลับว่า เพื่อนหนูปกติ แต่หนูนั่นแหละไม่ปกติ จากนั้นก็ทะเลาะกันค่ะ เราปกติประตูเข้าห้อง พ่อตามมา แกบีบคอเราอัดผนังห้อง ด่าเราด้วยคำพูดแย่ๆ
ที่ติดฝังอยู่ในใจที่สุดคงจะเป็นคำว่า หนูนั่นแหละไม่ปกติ มะนอาจเป็นคำที่พ่อเราพูดแบบไม่ได้คิด แต่มันฝังลึกลงในจิตใจเราจริงๆค่ะ
เราจำเรื่องแย่ๆที่เกิดกับชีวิตเราในแต่ละช่วงได้ไม่แน่ชัด แต่เราโตมา ครอบครัวเราเพรียบพร้อมดี ไม่เคยอดอยาก หรือลำบากอะไร พ่อของเราเป็นคนผเด็จการ ไม่เคยฟังใคร นิสัยส่วนตัวเขาคือจะด่าว่าด้วยคำรุนแรงมาก สุดท้ายก็มาทำดีด้วย เรียกสั้นๆก็ตบหัวแล้วลูบหลัง แม่ของเราก็เหมือนแม่คนอื่นๆ ไม่มีอะไรหวือหวา ที่สุดตลอดการใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้มา เราถูกเปรียบเทียบกับพี่สาวตลอด เพราะตลอดชั้นประถมและมัธยม ครูประจำชั้นเรากับพี่เป็นคนๆเดียวกันตลอด เราได้ยินปล่อยกับประโยคที่ว่า ทำให้ดีเหมือนพี่สาวหน่อยสิ / พี่สาวเธอเก่งนะ ลองเอาเขาเป็นแบบอย่าง
ก่อนหน้านี้เราเป็นคนร่าเริงมาก มากๆๆ เรายิ้มบ่อย พูดมาก ชอบเล่นมุก แต่หลังจากทะเลาะกับพ่อครั้งนั้น เราเปลี่ยนไปมาก เราเก็บตัวอยู่ในห้อง เราไม่ยิ้ม ไม่พูด ไม่มีปฏิสัมพันกับคนในบ้าน แต่เวลาอยู่ต่อหน้าเพื่อนเราจะฝืนยิ้ม พยายามหัวเราะ หลายครั้งเราอยากฆ่าตัวตายค่ะแต่เราคิดได้ทันและเราไม่อยากเจ็บ เวลาเราทะเลาะกับใคร หรือรู้สึกอึดอัดเราจะระบายลงกับตัวเอง เราจิกตัวเองจนเลือดไหล เพราะเราไม่รู้จะไประบายที่ไหน
เรารู้สึกว่าบ้านมันไม่ใช่ที่สำหรับเรา เรามีแค่ห้องนอนแคบๆชองเราแค่นั้นที่เป็นที่พึ่งเดียว เวลานั่งกินข้าวบนโต๊ะ ทุกคนพูดคุยกับสนุกสนาน อบอุ่น บรรยากาศของครอบครัว ดูมีเราคนเดียว เราดูเป็นส่วนเกิน
ช่วงชีวิตตอนเด็กที่เรายกขึ้นมา เราอยากรู้ว่ามันส่งผลต่อเราในตอนนี้มั้ยคะ เราเป็นอะไรเราต้องปรับปรุงตรงไหน
รู้สึกแย่กับชีวิตค่ะ นอนร้องไห้ทุกวัน
มีความคิดหลายครั้งว่าอยากไปพบจิตแพทย์ แต่แม่บอกว่าเปลืองตังค์ ไม่ได้ช่วยอะไร
เราเป็นคนเรียบเรียงคำไม่ค่อยถูก เราหวังว่าคนที่เข้ามาอ่านจะเข้าใจประโยคที่เราจะสื่อค่ะ เรารู้สึกสิ้นหวังในชีวิตเรามากๆจริงๆ