ดั่งใจรักลวง 3

กระทู้สนทนา
กลับมาแล้ว


+++++++++++++++++++++

ตญาวีวางสายไปแล้ว พร้อมกับสายฝนที่เพิ่งจะโปรยผ่านหัวใจของคนเป็นน้อง ก็พลอยแห้งแล้งผากไปกับคำพูดประโยคท้ายๆ ของพี่สาว.... ความหวังที่จะมีใครสักคนอยู่ข้างเดียวกันก็พังสลายไป ใบหน้างามก้มต่ำลงมองพื้น ปล่อยให้หยดน้ำตาไหลลงมาเงียบๆ ยามที่คิดว่าไม่มีใครเห็น

    “ผมมาเยี่ยมคุณตันหยง”

    เสียงห้าวๆ นั้น ไม่ได้พูดอยู่กับหล่อน... หากพูดกับพยาบาลในชุดขาว ที่เข้ามาตรวจสัญญาณชีพของผู้ป่วยเตียงถัดไป ตุลยาปาดน้ำตา... เพราะไม่คุ้นชินกับเสียง จึงเงยหน้าขึ้นมองตาม

    “คุณทิม”

    มารดาของหล่อนตื่นมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบได้ หากสีหน้าซูบซีด ดูตระหนกตกใจเมื่อเห็นอีกฝ่าย รีบกระวีกระวาดจะลุกนั่ง สุดท้ายก็งอตัวเพราะต่อสู้กับความเจ็บในท้องไม่ไหว

    “คุณแม่ ... อย่าเพิ่งลุกค่ะ” ตุลยารีบเข้าไปขวาง ประคองร่างผอมให้นอนลงกับหมอน ห่มผ้าให้อย่างอ่อนโยน “หมอบอกว่าให้นอนเฉยๆ ก่อน เดี๋ยวจะล้มไป”

    “คุณทิม”

    เจ้าของชื่อวางกระเช้าผลไม้ลงบนโต๊ะข้างเตียง เข้ามายืนเงียบๆ อยู่ด้านข้าง พิศมองหญิงสาวตัวเล็กบาง ที่จับต้องห่มผ้าจัดหมอนให้มารดาอย่างคล่องแคล่วว่องไว

    “ยัยตาล มัวแต่มายุ่งกับแม่อยู่ สวัสดีคุณทิมเขาเสียสิ”

    หล่อนเพิ่งได้สติหันมามอง ดวงตาสีนิลงามขลับ จับจ้องเสี้ยวหน้าคร้าม คม ของ ‘คุณทิม’ ที่แม่ของหล่อนเรียก เขาเป็นผู้ชายร่างสูง ไหล่กว้างดูกำยำ ผิวสีไม่เข้ม ไม่ขาวจัดเหมือนอย่างชาวกรุง เครื่องหน้าดูครบครันไปด้วยความเหมาะเจาะอย่างบุรุษเพศ ผมสีดำสนิทไม่เป็นทรงเท่าใดนัก ท่าทางเขาเหมือนคนทำงานกลางแจ้ง ไม่ดูสะอาดสำอางเหมือนหนุ่มออฟฟิศคนอื่น

    “สวัสดีค่ะ ... คุณธฤต” มือเรียวบางพนมไหว้โดยอัตโนมัติ ท่าทางเคร่งขรึม ไม่มีรอยยิ้มนั้นทำให้หล่อนรู้สึกอึดอัด มิหนำซ้ำยังกระดากใจ ยามเมื่อต้องคิดย้อนกลับไปถึงสิ่งที่มารดาบอกตัวเอง

    “ตุลยาค่ะ ที่หยงเคยบอกให้คุณทิมฟังไงคะ ลูกสาวคนเล็กของหยง เรียนคหกรรม ทำอาหารเก่งเชียว ดูแลแม่ ดูแลพี่ตัวเองก็ไม่เคยขาด”

    ตุลยากลืนน้ำลาย... น้ำเสียงอ่อนโยนของแม่หล่อนไม่คุ้นชิน

    หากดูท่าทางอีกฝ่ายก็ไม่ได้สนใจเท่าใดนัก นอกจากสายตาคมกริบที่ปรายมองหล่อนในแว่บแรกที่ได้เห็นแล้ว ก็ไม่มีชั่ววินาทีใดที่สายตาคู่นั้นจะหันกลับมาเป็นครั้งที่สองอีก... เขาดูเฉยเมย...ไม่ยินดียินร้ายจนหล่อนเองเดาใจไม่ออก

    “ได้ข่าวว่าคุณหยงคิดสั้นถึงกับกินยาฆ่าตัวตาย” เขาพูดประโยคยาวขึ้นมาเป็นครั้งแรก “อย่าให้ถึงกับขนาดนั้นเลยครับ ชีวิตของคนเรามีค่า อย่าเอามาทิ้งโดยที่ยังไม่ได้ดิ้นรน หนี้สินหนึ่งล้านไม่ได้เยอะไปสักเท่าไหร่หรอก บางคนล้มเป็นร้อยๆ ล้าน เขาก็ยังมีโอกาสเติบโตขึ้นมาใหม่ได้เลย”

    “หยงเกรงใจคุณทิม ... ผัดผ่อนมาก็หลายเดือนแล้ว”

(มีต่อ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่