เป็นไปได้ไม๊ที่คนเราจะมีสัมผัสที่ 6 ในระยะเวลาสั้นๆแล้วก็หายไป

สวัสดีสมาชิกพันทิปนักอ่านทุกคนค่ะ วันนี้เราจะมาแบ่งปันเรื่องราวที่เคยได้เจอมาเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว
ไม่มีเจตนาจะยืนยันว่าสิ่งเร้นลับมีอยู่จริงๆ แต่จะมาแชร์ประสปการณ์ที่เราเคยเจอมาให้เพื่อนๆได้อ่านกันนะคะ
     เราเป็นคนต่างจังหวัดแถบภาคอิสานตอนล่าง เรื่องราวความเชื่อ ผีสางเทวดา เป็นเรื่องที่อยู่คู่กับชาวบ้านมานานแล้วคงทราบกันดี
ก่อนที่จะป่วยหนัก ไม่เคยรับรู้ ไม่เคยมองเห็นหรือสัมผัสอะไรได้เลย จนเมื่อขึ้น ม.1 เราได้ป่วยเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ อาการค่อนข้างหนัก
เดินไม่ได้ พูดไม่ได้ แต่ความรู้สึกยังมีอยู่ มีสติดีทุกอย่าง คืนแรกที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลเราเห็นมีชายแก่ๆคนนึงมานั่งเฝ้าเรา ซึ่งตอนนั้นเรารู้ดีว่า
ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่คนรู้จัก แต่เรากลับไม่รู้สึกกลัวอะไรเลย เรากลับรู้สึกดีและอบอุ่นมากๆ เป็นชายแก่ตัวใหญ่ๆสูงๆผมหงอกทั้งหัว หน้าตาดูใจดี
ใส่เสื้อสีขาว และเราก็เห็นแกมานั่งเฝ้าเราทุกวันๆโดยที่ไม่ได้พูดได้จาอะไรเลย ตอนนั้นเหมือนผ่านความตายมาเลยเพราะอาการเราหนักมากๆ
แต่เรื่องนี้เรายังไม่ได้เล่าให้ใครฟังนะคะ เพราะว่าเรายังพูดไม่ได้ค่ะ
      เมื่อเรากลับมาพักฟื้นที่บ้าน ตอนนั้นยังเดินไม่ได้ต้องกายภาพบำบัดอยู่ พูดก็ยังไม่ชัด แต่เรายังจำเรื่องราวต่างๆได้ดี จำทุกคนได้
เพื่อนที่มาเยี่ยมเราทุกคนเราจำได้หมดเลย แต่เราเริ่มสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่บ้านของเราเอง เวลาที่เราจะนอนเมื่อไหร่เราก็จะเห็นเป็นผู้ชายคนนึงมาด่าเรา
แล้วก็ตะโกนอยู่ไม่หยุดเลยว่าออกไปๆมานอนขวางกูทำไม กูจะออกไปไหนไม่ได้เลย ซึ่งตอนที่เราเจอเรายังพูดไม่ได้นะคะ ได้แต่ร้องให้กอดแม่
ช่วงนั้นเรานอนไม่ได้เลยในใจมีแต่ความกลัว ต้องลงไปนอนกับแม่ตลอด แม่ก็เข้าใจว่าเราฝันร้ายก็คอยปลอบๆกันไปทุกวันๆ บางวันเราก็เห็นแบบว่า
มายืนเป็นเงาดำๆข้างๆมุ้งแล้วก็ด่าว่าเขาอยุ่กันไม่ได้ จนเมื่ออาการป่วยของเราดีขึ้น พูดได้ เดินได้ เราก็เล่าให้แม่ฟังว่าเราเจออะไรบ้าง แม่ก็ไม่พูดอะไร
และก็บอกเราแค่ว่าไม่ต้องคิดมากนะลุกยังไงลูกก็ต้องได้เรียน ตอนนั้นแม่บอกว่าคิดว่าเราคิดมากกลัวไม่ได้ไปเรียน เพราะหยุดเรียนไปหลายเดือน
     ตอนนั้นยอมรับว่ากลัวมาก เพราะคนที่เจอที่บ้านไม่ได้มาแบบที่เจอที่โรงพยาบาล แต่ตอนนั้นก็ทุกคนในครอบครัวก็ยังไม่เชื่อว่าเราเห็นจริงๆนะ
ทุกคนคิดว่าสมองเราคงยังฟื้นฟูไม่ได้เต็มร้อย และอาจจะคิดมาก
     จนเมื่อวันนั้นมาถึง จำได้ว่าวันนั้นพี่สาวบอกให้เราไปนอนด้วยเนื่องจากหน้าหนาว นอนข้างล่างจะลมแรง เราก็จำใจขึ้นไปนอนบนบ้าน พอเราเคลิ้มๆ
กำลังจะหลับ ผู้ชายคนเดิมก็มาอีก ด่าเราว่าออกไปกันซะทีกูอยู่ไม่ได้เลย พวกทำไมไม่รู้จักจำ ไม่กลัวกูเลยใช่ไม๊ ตอนนั้นเรากลัวมาก นอนร้องให้ ตัวสั่น
แต่พี่สาวกับหลานที่นอนอยุ่ข้างๆกลับไม่รู้อะไร พยายามจะเรียกพี่สาวแต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ แล้วผู้ชายคนนั้นก็เดินเข้ามาๆใกล้ๆกับมุ้งที่เรานอน
เรารับรู้ได้จริงๆว่าเขามากระชากแขนเราแล้วพูดว่าออกไปจากที่ของกูซะที จะออกไปดีๆไม๊ ตอนนั้นเรากลัวสุดขีด พยายามสลัดแขนออกให้หลุด
จนสุดท้ายเรารู้สึกว่าไม่ไหวจริงๆก็เลยนึกในใจว่าพ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยหนูด้วย สักพักนึงเราก็กรี๊ดขึ้นสุดเสียง แล้วทุกคนในบ้านก็ตื่นแล้วมาห้อมล้อมเรา
     คืนนั้นเราก็เลยไม่นอนเลย นั่งกอดแม่ร้องให้ทั้งคืน จนตอนเช้าแม่ก็ตัดสินใจเอาเรื่องที่เราเล่าให้ฟังไปปรึกษากับหลวงตาที่วัด แล้วก็ได้รับคำตอบว่า
บ้านของเราไปสร้างทับที่ๆเขาเคยอยู่ ให้ทำพิธีขอขมาแล้วย้ายเขาไปตำแหน่งอื่นซะ พอกลับมาที่บ้านพ่อกับแม่ก็ลองเอาจอบไปขุดตามตำแหน่งที่หลวงตาบอกมาก็ปรากฎว่าเจอเหมือนแหขาดๆ ข้างในมีเหมือนชามดินแตกๆอยู่ จากนั้นก็ทำบุญบ้านและทำพิธีย้ายเขาออกมาจากจุดนั้น
      พอหลังจากทำพิธีเสร็จ เราก็ไม่เคยเจอเขาอีกเลย สามารถนอนคนเดียวได้ แล้วแม่ก็มาบอกเราว่าคนแก่ที่เราเจอที่โรงพยาบาลน่าจะเป็นปู่ของเรา ที่เราไม่รู้จักเพราะว่าท่านเสียก่อนที่เราจะเกิดแล้วค่ะ ตอนที่แม่กลับไปบ้านพ่อที่บุรีรัมย์แม่ก็หารูปถ่ายของปู่มาให้เราดู แต่เป็นรูปหมู่ถ่ายกันหลายคน
และเราก็บอกกับแม่ว่าคนนี้แหละที่เราเห็นที่โรงพยาบาล ซึ่งก็เป็นปู่เราจริงค่ะ ( ตอนนั้นแม่ยังไม่ได้บอกว่าปุ่คนไหน ) พ่อเรานี่ถึงกับน้ำตาซึมเลยค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่