เราชื่อตูน เราจะเรียกแทนคนนั้นว่า ไฟซิ นะ เริ่มเรื่องละกัน เราไปแลกเปลี่ยนที่มาเลมาเป็นโครงการที่นักเรียนไทยและนักเรียนมาเลต้องร่วมมือกันทำวิจัยเกี่ยวกับแผนธุรกิจ แล้วเราก็ได้อยู่กลุ่มที่มีเด็กไทย 3 คน เด็กมาเล 3 คน ซึ่งเรา 6 คนต้องทำวิจัยร่วมกัน 2 อาทิตย์ ซึ่งวันนั้นเค้าให้แนะนำตัวทีละคน เราก็แนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ ขณะที่เราแนะนำตัวเด็กมาเล ที่ชื่อ ไฟซิ ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกับเรา ก็นั่งถ่ายรูปเราแล้วนั่งยิ้ม เราก็คิดในใจว่าเค้าต้องตลกสำเนียงเราแน่เลยในใจก็เริ่มอคติ แล้วเวลาที่เค้าให้นั่งร่วมกับกลุ่มที่ทำวิจัยเป็นอะไรที่ทรมานมาก กว่าจะผ่านแต่ละนาที โอ้ยย

พอวันที่สอง นัดรวมกลุ่มอีกละ เค้าก็แบ่งหน้าที่ว่าแต่ละคนทำหน้าที่อะไร ซึ่งเราภาษาอังกฤษก็ไม่แข็งแรงมากนัก แล้วเค้าก็พูดภาษามาเลซะส่วนใหญ่ คือแบบอยากกลับบ้านแล้ว ฟังไม่รู้เรื่อง แล้วเราเป็นคนที่รู้สึกอะไรจะแสดงออกทางสีหน้าชัดเจนมาก ไฟซิ ก็เข้ามาถามตลอดนะว่าไหวมั้ย? เข้าใจมั้ย? และที่ประทับใจคือ เค้าพยายามแปลในกูเกิลเป็นภาษาไทยแล้วพูดกับเรา น่าร๊ากกก

หลังจากนั้นเราก็พูดกันมากขึ้น เลยตัดสินใจถามว่า "วันแรกแอบถ่ายรูปเราแล้วยิ้มอะไร ตลกสำเนียงเราหรอ" เค้าอมยิ้ม แล้วตอบกลับว่า "เสียงเราเหมือนตัวการ์ตูนเหมาะกับชื่อเลย แล้วที่แอบถ่ายเพราะไม่ค่อยเห็นผู้หญิงแต่งตัวแบบนี้" เพราะที่มาเลส่วนมากจะเป็นมุสลิมคลุมผ้า
วันต่อมาเพื่อน ไฟซิ ก็เข้ามาคุยกับเรา อยู่ๆเค้าก็ถามว่า ไฟซิ เป็นไงบ้างในสายตาเรา? เราก็เริ่มเอะใจ 555 แล้วเพื่อนไฟซิ ก็บอกว่า ไฟซิ โสดมาปีกว่าแล้ว ไฟซิเคยบอกกับเพื่อนว่าอยากมีแฟนคนใหม่ที่ไม่ใช่คนมาเล คิดว่าจะมาหาแฟนที่โครงการนี้ แล้ว ไฟซิ ก็แอบปลื้มเราตั้งแต่วันแรกที่เจอแล้ว
อร้ายย

นาทีนั้นก็แทบละลายไปกับพื้น คือเราเองก็โสดมาปีกว่าแล้วเหมือนกัน มันเข็ดกับรักเก่า จนคิดว่าไม่เอาแล้วคนไทย และเคยพูดกับเพื่อนเล่นๆว่าหลังจากกลับจากโครงการนี้จะไม่นกกลับไทย 5555555 คืนนั้นคือแบบ นอนไม่หลับ กลัวเพื่อน ไฟซิ จะเอาไปบอกคนอื่นว่าเราก็แอบปลื้มไฟซิ เหมือนกัน เพราะเราสองคนอยู่กลุ่มเดียวกัน ต้องเจอหน้ากันทุกวัน กลัวมองหน้าไม่ติด
พอรุ่งขึ้น ต้องลงพื้นที่ทำวิจัย สังเกตที่เพื่อนกลุ่มมาเลกับไทย จะมองหน้าเราแล้วอมยิ้ม คือรู้แล้วว่าเรื่องนี้ต้องรั่วแล้วแน่เลย นาทีนี้มุดดินกลับไทยได้มั้ย

พีคกว่านั้นคือ เราต้องลงพื้นที่ตามชุมชน ซึ่งลำบากมาก น้ำไฟก็ไม่สะดวก บังเอิญเจ็บฉี่อีก เลยบอกเพื่อนที่มาเลพูดกับชาวบ้านให้หน่อยว่าจะขอเข้าห้องน้ำ ชาวบ้านก็บอกว่าน้ำที่นี่ไม่ไหล ถ้าจะเข้าห้องน้ำต้องขับรถไปรีสอร์ทริมทะเลนู่น เดี๋ยวจะพาไปเอง จังหวะที่กำลังจะสตาร์ทรถเครื่อง ไฟซิ ก็โผล่มาพอดี แล้วบอกว่าเดี๋ยวพาไปเอง แกรรร ชั้นเขิลล 5555 จากนั้นเราก็ซ้อนท้าย ไฟซิ ขับไปหาห้องน้ำที่รีสอร์ทริมทะเล ในใจก็มโนไปไกลว่าเค้าต้องเป็นห่วงเราแน่ๆ 555 ระหว่างทางคือแบบ ต่างคนต่างเงียบ ในใจนี่อยากขอเซลฟี่แล้วโทรไปเม้าท์กับเพื่อนที่ไทยฟังมาก และก็ผ่านทะเล ไม่รู้ทำไมวันนั้นทะเลสวยกว่าทุกวัน อากาศก็ดีกว่าปกติ
ไฟซิ ก็เริ่มพูดว่า "อากาศดีเนอะ ชอบมั้ย" เราก็ตอบไปว่า "อื้มม" แต่ในใจนี่แทบจะกริ้ด ได้แต่ภาวนาว่าอย่าเพิ่งเจอห้องน้ำเลย 5555 หลังจากนั้นเราก็ลงพื้นที่วิจัยต่อ เวลาที่ไม่เข้าใจภาษามาเล ก็จะคอยแปลเป็นอังกฤษให้ฟัง เวลาที่เครียดก็จะคอยสร้างเสียงหัวเราะให้คนรอบข้าง นี่เป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้อยากอยู่มาเลต่อ 5555
เราไม่ได้เป็นแฟนกันทีนะ แต่มีชื่อเรียกกัน ไฟซิ จะเรียกเราว่า cow ที่แปลว่าวัว เพราะเวลาเรางง ไฟซิ จะบอกว่าเราหน้าเหมือนวัว 5555 ในใจก็คิดนะว่า อยากด่าเราว่าควายแต่คงเกรงใจ 555 เราก็เรียก ไฟซิ ว่า Monkey เพราะอยู่นิ่งๆไม่ได้เหมือนลิง ต้องหาอะไรทำตลอด แต่มีเรื่องบังเอิญตลอดนะ เรากับไฟซิ จะมีอะไรคล้ายๆกันหลายอย่าง แต่ละวันจะใส่เสื้อสีเดียวกันตลอด ระยะเวลาที่โสดก็ปีกว่าเหมือนกัน มีความคิดจะหาแฟนต่างชาติเหมือนกัน มีความคิดคล้ายๆกัน มีความชอบคล้ายๆกัน อาจจะแค่บังเอิญมั้ง 555
ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่มาเล ไฟซิ จะทำกิจกรรมเดิมๆซ้ำๆคือ แอบถ่ายรูปเรา ขอถ่ายรูปคู่ด้วย ชอบเล่นผมเรา และจะมีเรื่องให้เราหัวเราะตลอดเวลา จะมีอยู่วันนึง ที่เราจะเพ้อในไอจีว่าอยากกลับบ้าน ไฟซิ ก็จะถามทันทีว่าเป็นอะไร? ถ้าบอกว่ากับเครียดเรื่องวิจัย ไฟซิ ก็จะรับงานส่วนของเราไปทำเองหมด จนเพื่อนไทยที่ไปด้วยกันจะด่าเราตลอด 55555
แต่ก็คิดนะถ้าเราคบกันจริงคงต้องปรับตัวหลายอย่าง ศาสนาก็ต่าง ภาษาก็ต่าง การกินการอยู่ก็ต่าง ระยะทางก็ไกลกันมาก ยอมรับว่าแอบหวัง แต่ก็เผื่อใจไว้แล้ว อย่างน้อยก็ได้เพื่อนต่างชาติที่ดีมากๆคนนึง พอถึงวันก่อนกลับ เราก็นั่งคุยกัน ไฟซิ บอกว่าถ้าเค้ามาไทยต้องพาเค้าเที่ยว แต่ถ้าเราไปมาเลเค้าจะดูแลเอง แล้วเค้าก็ส่งรูปที่เค้าแอบถ่ายเราตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย คือภาพเยอะมาก สามารถสร้างเป็นเรื่องเป็นราวได้เลย เกิดมาไม่เคยมีใครแอบถ่ายรูปเราทุกการกระทำแบบนี้ทีอ้ะ 55555
ทุกวันนี้เราก็ยังติดต่อกันอยู่นะ เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่ก็แอบคิดว่า ถ้าเค้าใช่จริงๆ เราคงกลับมาเจอกันอีก แต่เค้าคือแรงบันดาลใจให้เราฝึกภาษาอังกฤษและมลายูมากขึ้น เผื่อมีโอกาสได้เป็นสะใภ้มาเล 555
พรหมลิขิตกับโครงการแลกเปลี่ยน
พอวันที่สอง นัดรวมกลุ่มอีกละ เค้าก็แบ่งหน้าที่ว่าแต่ละคนทำหน้าที่อะไร ซึ่งเราภาษาอังกฤษก็ไม่แข็งแรงมากนัก แล้วเค้าก็พูดภาษามาเลซะส่วนใหญ่ คือแบบอยากกลับบ้านแล้ว ฟังไม่รู้เรื่อง แล้วเราเป็นคนที่รู้สึกอะไรจะแสดงออกทางสีหน้าชัดเจนมาก ไฟซิ ก็เข้ามาถามตลอดนะว่าไหวมั้ย? เข้าใจมั้ย? และที่ประทับใจคือ เค้าพยายามแปลในกูเกิลเป็นภาษาไทยแล้วพูดกับเรา น่าร๊ากกก
หลังจากนั้นเราก็พูดกันมากขึ้น เลยตัดสินใจถามว่า "วันแรกแอบถ่ายรูปเราแล้วยิ้มอะไร ตลกสำเนียงเราหรอ" เค้าอมยิ้ม แล้วตอบกลับว่า "เสียงเราเหมือนตัวการ์ตูนเหมาะกับชื่อเลย แล้วที่แอบถ่ายเพราะไม่ค่อยเห็นผู้หญิงแต่งตัวแบบนี้" เพราะที่มาเลส่วนมากจะเป็นมุสลิมคลุมผ้า
วันต่อมาเพื่อน ไฟซิ ก็เข้ามาคุยกับเรา อยู่ๆเค้าก็ถามว่า ไฟซิ เป็นไงบ้างในสายตาเรา? เราก็เริ่มเอะใจ 555 แล้วเพื่อนไฟซิ ก็บอกว่า ไฟซิ โสดมาปีกว่าแล้ว ไฟซิเคยบอกกับเพื่อนว่าอยากมีแฟนคนใหม่ที่ไม่ใช่คนมาเล คิดว่าจะมาหาแฟนที่โครงการนี้ แล้ว ไฟซิ ก็แอบปลื้มเราตั้งแต่วันแรกที่เจอแล้ว
อร้ายย
พอรุ่งขึ้น ต้องลงพื้นที่ทำวิจัย สังเกตที่เพื่อนกลุ่มมาเลกับไทย จะมองหน้าเราแล้วอมยิ้ม คือรู้แล้วว่าเรื่องนี้ต้องรั่วแล้วแน่เลย นาทีนี้มุดดินกลับไทยได้มั้ย
ไฟซิ ก็เริ่มพูดว่า "อากาศดีเนอะ ชอบมั้ย" เราก็ตอบไปว่า "อื้มม" แต่ในใจนี่แทบจะกริ้ด ได้แต่ภาวนาว่าอย่าเพิ่งเจอห้องน้ำเลย 5555 หลังจากนั้นเราก็ลงพื้นที่วิจัยต่อ เวลาที่ไม่เข้าใจภาษามาเล ก็จะคอยแปลเป็นอังกฤษให้ฟัง เวลาที่เครียดก็จะคอยสร้างเสียงหัวเราะให้คนรอบข้าง นี่เป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้อยากอยู่มาเลต่อ 5555
เราไม่ได้เป็นแฟนกันทีนะ แต่มีชื่อเรียกกัน ไฟซิ จะเรียกเราว่า cow ที่แปลว่าวัว เพราะเวลาเรางง ไฟซิ จะบอกว่าเราหน้าเหมือนวัว 5555 ในใจก็คิดนะว่า อยากด่าเราว่าควายแต่คงเกรงใจ 555 เราก็เรียก ไฟซิ ว่า Monkey เพราะอยู่นิ่งๆไม่ได้เหมือนลิง ต้องหาอะไรทำตลอด แต่มีเรื่องบังเอิญตลอดนะ เรากับไฟซิ จะมีอะไรคล้ายๆกันหลายอย่าง แต่ละวันจะใส่เสื้อสีเดียวกันตลอด ระยะเวลาที่โสดก็ปีกว่าเหมือนกัน มีความคิดจะหาแฟนต่างชาติเหมือนกัน มีความคิดคล้ายๆกัน มีความชอบคล้ายๆกัน อาจจะแค่บังเอิญมั้ง 555
ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่มาเล ไฟซิ จะทำกิจกรรมเดิมๆซ้ำๆคือ แอบถ่ายรูปเรา ขอถ่ายรูปคู่ด้วย ชอบเล่นผมเรา และจะมีเรื่องให้เราหัวเราะตลอดเวลา จะมีอยู่วันนึง ที่เราจะเพ้อในไอจีว่าอยากกลับบ้าน ไฟซิ ก็จะถามทันทีว่าเป็นอะไร? ถ้าบอกว่ากับเครียดเรื่องวิจัย ไฟซิ ก็จะรับงานส่วนของเราไปทำเองหมด จนเพื่อนไทยที่ไปด้วยกันจะด่าเราตลอด 55555
แต่ก็คิดนะถ้าเราคบกันจริงคงต้องปรับตัวหลายอย่าง ศาสนาก็ต่าง ภาษาก็ต่าง การกินการอยู่ก็ต่าง ระยะทางก็ไกลกันมาก ยอมรับว่าแอบหวัง แต่ก็เผื่อใจไว้แล้ว อย่างน้อยก็ได้เพื่อนต่างชาติที่ดีมากๆคนนึง พอถึงวันก่อนกลับ เราก็นั่งคุยกัน ไฟซิ บอกว่าถ้าเค้ามาไทยต้องพาเค้าเที่ยว แต่ถ้าเราไปมาเลเค้าจะดูแลเอง แล้วเค้าก็ส่งรูปที่เค้าแอบถ่ายเราตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย คือภาพเยอะมาก สามารถสร้างเป็นเรื่องเป็นราวได้เลย เกิดมาไม่เคยมีใครแอบถ่ายรูปเราทุกการกระทำแบบนี้ทีอ้ะ 55555
ทุกวันนี้เราก็ยังติดต่อกันอยู่นะ เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่ก็แอบคิดว่า ถ้าเค้าใช่จริงๆ เราคงกลับมาเจอกันอีก แต่เค้าคือแรงบันดาลใจให้เราฝึกภาษาอังกฤษและมลายูมากขึ้น เผื่อมีโอกาสได้เป็นสะใภ้มาเล 555