ลาก่อนกับแบรนด์ชั้นนำที่ทำโทรศัพท์กันน้ำ แต่ไม่สามารถกันน้ำฝนได้

อยากบอกเล่าประสบการณ์ของผู้ที่เชื่อว่าของแพงจะดีจริงตามคำโฆษณา

คือเรื่องมีอยู่ว่า พอดีโทรศัพย์เครื่องเก่าที่มีปัญหาพอดีเลยคิดว่าจะหาโทรศัพท์ดีๆซักเครื่องมาไช้ พึ่งไปสะดุดตรง รุ่นไหญ่ หัวเรือรบของค่ายนี้คือ รุ่น 7 edge
ซึ่งข้อมูลของสินค้าก็ เว่ออวังอรังการไช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นกล้องที่ถ่ายภาพในที่มึด นี่คือ ไช้ได้จริง แบตอึดขึ้น อันนี้ก็ไช้ได้จริง และที่เด็ดสุดคือ กันน้ำจ้าาา เป็นสิ่งที่คนใช้โทรศัพท์ทุกคนต้องกาคือ มีระบบกันน้ำ ซึ่งกันได้ลึกถึง 1.5 เมตร 30นาที OMG!!! คือเด็ดดวง นี่เหระคือสิ่งที่ฉันถามหา ถามว่ากังวลเรื่องราคาใหมก็มีนิดนึงนะ แหมก็ราคาขนาดนั้น ในเศรษฐกิจแบบนี้ถือว่าคิดหนักพอสมควร แต่ไหนๆเครื่องเก่าที่เราไช้อยู่มันก็ของแบรนด์นี้ ไช้มาตั้งปีกว่าละ คงจะไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง(เครื่องเก่ารุ่น Note4 นะจ๊ะ ทนใช้ได้) จึงตัดสินใจ รีบคว้ามาเป็นเจ้าของ พอได้มาก็ ใช้มันอย่างทะนุถนอมปานไช่ในหิน ซื้อทั้งฟิมส์จาก ศูนย์เลยจ้า 900 บาทไทย ซึ่งก็รู้เหระว่า ฟิมส์ราคา 350 บาท แต่ก็ยอมติด เพราะของศูนย์มันต้องดี (ใช่มะ) พร้อมเครสหลังแบบมีฝาเปิดปิด อีก 1 อัน สิริรวมค่าสินค้า 30000 บาท ได้ตังทอนกลับบ้าน 10 บาท
หลังจากที่ได้เครื่องมา ก็ใช้งานแบบ เบามือมากที่สุด เท่าที่จะทำได้ (ก็เครื่องมันแพงอะ) ใช้มาได้ซักพักก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ ใช้ดีมากถึงมากที่สุด รักเลย จากวันที่ซื้อ ข้ามไปเลยนะครับ ข้ามไปจนถึงวันที่มีปัญหาเลยละกัน เพราะ น้ำเยอะแล้ว  

ปัญหาเริ่มจาก ช่วงนี้คือ ฝนตกบ่อย แล้วเราก็เป็นคนที่ต้องขับรถเครื่องตลอด ตากฝนบ้าง ตากแดดบ้าง เราก็พกโทรศัพท์ไปด้วย ซึ่งเราก็พยายามไม่ไห้มันเปียกฝนโดยตรงอยู่แล้ว แล้วมีอยู่วันนึงฝนตกหนักจนเราก็เปียกไปทั้งตัวและโทรศัพท์ก็ต้องโดนน้ำใจ คิดว่า จะเป็นอะไรไหมวะ เลยกลับมาเช็ดๆ ถอดเครส แล้วเอาทิชชู่เช็ดน้ำออก แล้วเอาไปผึ่งลมไห้แห้ง แล้วปิดเครื่องไว้ จนข้ามคืน ตอนเช้าค่อยเปิดเครื่องใช้งาน ก็ใช้งานได้ตามปกติเหระ (โล่งอก) แล้ววันต่อมาเจ้าของกระทู้ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนที่ต่างจังหวัด แล้วหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย แล้วสิ่งที่เจ้าของกระทู้กลัวก็เกิดขึ้น (ชิบหอยแล้ว!!!) อุทานออกมาดังมาก จะไม่ไห้ตกใจได้ไงคุณ น้ำขึ้นเป็นหยดเต็มทั้งกล้องหน้ากล้องหลังเลยคุณ เอาไงละทีนี้ จิตตก ทำไรไม่ถูก วิ่งเข้า 7-11 แล้วไปซื้อ โดโซะมา 4 ห่อ เทขนมทิ้งแล้ว เอาถุงกันชื้นในซองมาห่อโทรศัพย์ไว้ รอเวลาเข้าศูนย์เช็ค (ทำไมฉันซวยแบบนี้)
หลังจากที่เครื่องยังอยู่ที่ต่างจังหวัดเป็นเวลา สองวัน โดยไม่ได้ชาจน์แบทเลย เครื่องก็ยังไม่ดับนะ เราก็ยังใส่ถุงกันชื้นไว้ปกติ แต่ตอนนี้เครื่องก็เริ่มรวนๆแล้วเหระ เราก็ยิ่งใจเสีย รีบเอาไปเช็คที่ศูนย์ที่ซื้อมาเลยจ้า แบทก็ยังไม่กล้าชาจน์กลัวเครื่องช๊อต พอไปให้เจ้าหน้าที่เช็ค เขาก็บอกว่า น้ำเข้าทางช่องใส่ซิม (คุณพระ) แล้วเราก็ถามพนักงานว่า "น้ำจะเข้าไปได้ยังไง ในเมื่อตั้งแต่ซื้อไปเรายังไมไ่ด้ทำอะไรกับช่องใส่ซิมเลย มีแต่พนักงานของศูนย์ที่เป็นคนยัดซิมไส่ไห้ " พนักงานก็ทำมึนๆบอกว่าแค่ว่า "น้ำเข้าไปทางช่องใส่ซิมครับ ไห้ลูกค้าไปเช็คกับช่างที่ ศูนย์ซ่อมที่ซีคอนได้เลย" แค่เนี่ย แค่นี้จริงๆ เริส!!!

แล้วเราก็ต้องทำไงค่ะ ไปซีคอนสิค่ะ ด้วยความที่กลัวเครื่องเป็นอะไรไปมากกว่านี้ เราก็ต้องรีบค่ะ เดินหาศูนย์อยูนาน ในที่สุดเราก็เจอ ศูนย์ซ่อมของซุมซุง ไปถึงก็ กดบัตร รอคิว แล้วก็รอ รอ รอ รอ แล้วก็รอ พอเสียงสวรรค์เรียกคิวเราก็พุ่งตัวเข้าไป ที่พนีกงานแจ้งอาการของเราไห้พนักงานทราบ (ซึ่งตอนไปถึงเราได้แอบเช็คเครื่องไปนิดนึงว่า เครื่องเรายังติดไหม ซึ่งก็คือ ยังติดแต่แบตเหลือแค่ 3% คิดว่ากว่าจะไปถึงซีคอน แบตคงหมดพอดี) พอแจ้งอาการพนักงานก็รับเครื่องไปเช็ค แล้วก็แจ้งเรา บลา บลา บลา สรุปคือ "น้ำเข้านะค่ะ เข้าทางถาดใส่ซิม ซึ่งตัวถาดใส่ซิมจะมีตัววัดระดับน้ำเข้าอยู่ นี่ไงค่ะ เห็นไหมค่ะ บลา บลา บลา" เราก็ถามว่า "แล้วทำไมน้ำเข้าไปได้ ครับ ในเมื่อ โฆษณาคุณก็บอกอยู่ว่า กันน้ำลึก เมตรกว่า 30นาที นี่อะไร คือยังไงครับ ทำไมน้ำเข้า" พนักงานก็ว่า "ตัวซิลิโคนที่อยู่รอบถาดซิมอาจเสื่อมหรือปิดไม่สนิทค่ะ" (เฮ้ย!!!ซื้อได้สามเดือน ยังไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย ซิลิโคนเลยเสื่อมอะไรมันจะห่วยขนาดนั้น) แล้วน้องพนักงานก็ เดินไปให้ช่างที่หลังเคาเตอร์เช็ค สักพัก น้องก็เดินออกมาแจ้งว่า "เครื่องของคุณลูกค้า ไมไ่ด้ได้อยู่ในเงื่อนไขแล้วนะค่ะ ตอนนี้ ลูกค้าต้องซ่อมเอง และเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดค่ะ" (เราก็คิดในใจ.....เชี่ยละ) ถามน้องเขาไปว่า"แล้วค่าใช่จ่ายเท่าไหร่ครับ" น้องก็บอกคร่าวๆว่า
สิ่งที่ต้องเปลี่ยนตอนนี้คือ 1.จอค่ะ ตอนนี้จอช๊อตใช้ไม่ได้เสียไปแล้วค่ะ ค่สซ่อมจออยู่ที่ 5900-6000บาท รอสั่งจอ อีก 1 เดือนถึงจะได้ของ
2.บอร์ดค่ะ ตอนนี้ บอร์ดช๊อตค่ะต้องเปลี่ยนบอร์ดใม่ห ซึ่งราคาบอร์ดก็ อยู่ที่ประมาณ 6000 บาท ค่ะ ไม่รวมค่สช่างนะค่ะ

เราก็บอก "มันจะช๊อต จอจะพังได้ไงครับ ตอนเช้าผมยังใช้โทรศัพย์คุยกับแม่ผมอยู่เลย" น้องพนักงานก็ยังยืนยันคำเดิมว่า จอพังแล้ว บอร์ดเสียค่ะ ต้องเปลี่ยนอย่างเดียว  เชี่ย!!!! เราก็เลยบอก "ไม่เป็นไรครับ ผมซื้อเครื่องใหม่ดีกว่า" แล้วเราก็เดินจากน้องเขามาด้วยความเศร้า  จบ..............T-T

เรื่องของผมก็จบลงเพียงเท่านี้นะครับ เดี่ยวเรามาดูกันดีกว่าว่าตอนนี้ โทรศัพท์ผมเป็นยังไงตั้งแต่วันแรก
นี่คือรูปแรกที่เราถ่ายตอนที่รู้ว่า กล้องหน้าเริ่มมัวๆ
ฮัลโหลลลลล is me

และนี่คือ หลังจากที่รู้ว่าเครื่องน่าจะมีความชื้นเข้าไป สถาพเครื่องน่าสงสารมากโดนห้อมล้อมด้วยภุงกันชื้นจากซอง โดโซะ!!!


และนี่ก็คือ รูปปัจจุบัน หลังจากที่พนักงานบอกว่า เครื่องซ๊อตบอร์ดพัง เปิดเครื่องไม่ติดนะค่ะ



และขอบคุณ ที่ทำไห้รู้ว่า ฉันมั่นใจในคำโฆษณาของแบรนด์ดังๆ ไม่ได้เลย ขอบคุณค่ะ

ลาก่อน
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่