จิตแพทย์บอก 'หนูแค่น้อยใจนิดหน่อย' ... น้อยใจ หรือ โรคซึมเศร้ากันแน่คะ?

กระทู้คำถาม
เมื่อประมาณ1เดือนก่อน พี่สาวที่เป็นญาติและสนิทกัยเราไปพบจิตแพท์แล้วกลับมาเล่าให้ฟังว่า ผู้เป็นแพทย์พูดกับเธอว่า 'หนูแค่น้อยใจ' โดยเธอได้เล่าเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตของเธอให้ฟัง

ครอบครัวของพี่สาวเรา ดู 'ภายนอก' เป็นครอบครัวที่อบอุ่นค่ะ ดูรักใคร่ักันดีมีหยอกล้อ กอดหอมแสดงความรักในที่สาธารณะได้โดยไม่เขินอาย เหมือนเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แม้ว่าต่างคนจะต่างอยู่กันละคนจังหวัดเพราะหน้าที่การงานและเรียน แต่ไม่มีใครรู้ถึงปัญหาภายในที่ทุกครอบครัวย่อมมีแน่นอนแค่มากน้อยต่างกันไป

และเราได้มีโอกาสพบเห็นโดยตรงกับตน คือ คำพูดของครอบครัวพี่เขามันบั่นทอนจิตใจ  เช่น
'ไม่ได้ตั้งใจให้หนูเกิดมา' โดยเอามาพูดเป็นเรื่องขำขัน

'ให้พ่อเกลียดหนูคนเดียวไม่พอ ต้องให้แม่ไม่รักหนูด้วยหรือไง' สาเหตุเพียงเพราะทะเลาะกันเรื่องความไม่เข้าใจ

เพียงเพราะพี่สาวเราไม่ปิดคอมเนื่องจากจะพักสายตาสัก15นาที แต่กลับกลายเป็นเรื่องทะเลาะจนโดนกระชากมาตบและกลายเป็นที่บั่นทอนจิตใจเด็กคนนึง

พี่สาวเราเดินเก็บเสื้อผ้สที่ตากไว้และพลาดเสื้อไปเกี่ยวกับจักรยานจนล้มโดนรถเป็นรอยเล็กน้อยรอยขูดไม่ได้ลึกแต่กลับ จะโดนฟาดพร้อมคำพูดว่า 'งั้นก็ตีลูกให้เนื้อแตกเหมือนรอยที่รถสิจะได้พอใจ'

ในวันที่พี่เราคิดสั้นเพราะครอบครัวด่าว่าเรื่องลืมถอดปลั๊กแทนที่จะพูดคุยกันดีๆ จนพี่เราทำร้ายตัวเองโดยการกรีดข้อมือและแม่ของพี่ได้รับรู้ แม่พูดเพียงว่า 'เลี้ยงมาไม่ได้ให้มาทำร้ายตัวเอง' แต่กลับไม่ถามหาเหตุผลหรือปรับความเข้าใจและปล่อยผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลายครั้งที่พี่สาวพยายามเอาใจคนในครอบครัว ทำของทำงานฝีมือให้ แต่กลับโดนเมินใส่ พูดว่าทำเองได้ไม่ต้อง สวนกลับมา ยอมรับค่ะว่าถ้าเป็นตัวดิฉันเองคงเจ็บไม่น้อย

ส่วนตัวพี่สาวเป็นคนที่ชอบวางแผนชีวิตและวาดฝันร้านกาแฟเอาไว้ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนตรีมของร้านไปเรื่อยๆตามความสนใจของเธอเพื่อหาสิ่งที่ใช่ที่ชอบให้ตนเอง แต่ทุกครั้งที่พี่เสนอมันออกไปกลับถูกครอบครัวปฏิเสธ และสวนกลับว่า 'จะทำได้หรอ จะมีคนสนใจหรอ จะมีลูกค้าสักกี่คน การตลาดไม่ได้เรื่อง นี่หนูจะเปลี่ยนอีกแล้วหรอ'

พี่บอกกับเราว่าคำพูดเหล่านั้นไม่ได้ช่วยให้ทีกำลังใจหรือฮึดสู้ขึ้นมาแต่มันกลับบั่นทอนมากขึ้นเรื่อยๆ จนพี่สาวของเราได้ทิ้งความฝันที่จะเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเอง ทิ้งทุกๆอย่างความฝัน ความหวัง จนคิดที่จะฆ่าตัวตาย และมีอาการกระตุกเกร็งเหมือนร่างกาย สมอง กับจิตใจพยายามต่อต้านกัน บ้างที่จู่ๆพี่สาวก็หยิบมีดพกมากำ บ้างก็ร้องไห้ออกมาทั้งๆที่ในจุดนั้นไม่มีสาเหตุอะไรให้ร้อง เช่นนั่งดูหนังผีก็ร้องไห้ออกมา ตั้งแต่เรารับรู้เรื่องของพี่สาวมันหนักขึ้นเรื่อยๆ จากเป็นคนรักสันโดษกลายเป็นคนที่เก็บตัวแทบไม่ออกจากห้องนอน แรกๆพี่แค่เป็นคนไม่ชอบการสุงสิงแต่กับเพื่อนๆภายนอกจะร่าเริงเสมอแต่พี่ก็อยู่คนเดียวเสมอ ไม่ค่อยมีเพื่อนที่สนิท พี่คอยแต่พูดว่าตัวเองผลาญเงินและเป็นภาระ อีกทั้งร่างกายไม่แข็งแรงเสี่ยงเป็นโรคหัวใจโตด้วยทุนเดิมเป็นคนหลอดเลือดเล็กอยู่ กับเสี่ยงเป็นซีสต์ในรังไข่ และเล่าถึงการวางแผนการตายให้เราฟัง พี่บอกกับเราว่าถึงอยู่ไปถ้าวันนึงโรคใดโรคหนึ่งออกอาการขึ้นมาก็ต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อรักษาพี่ไม่อยากผลาญเงินครอบครัวไปมากกว่านี้ อีกทั้งที่บ้านยังมีค่าใช้จ่ายสูงเรื่องหนี้ซื้อบ้าน ถ้าไม่มีพี่สักคนครอบครัวคงมีเงินมากกว่านี้ สบายกว่านี้ ถึงตอนนี้เราจะเคารพในการตัดสินใจของพี่สาว แต่ลึกๆเราก็อยากช่วยให้พี่เขามีกำลังใจอยู่ต่อ เป็นปี-2แล้วที่เราเห็นพี่เขาทุกข์ทนทรมานขนาดนี้

ส่วนตัวเราคิดว่าพี่ไม่ได้แค่น้อยใจครอบครัว แต่เป็นโรคซึมเศร้า และ เครียดสะสม มากกว่า อะค่ะ

ถ้าใครได้อ่านบทความนี้แล้วคิดเห็นยังไง มีความคิดเห็นยังไง หรือ พอจะรู้ว่ามีจิตแพทย์ดีๆที่ไหนแนะนำบ้างมั้ยคะ เราก็เป็นน้องคนนึงที่รักและห่วงพี่สาวอะค่ะ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่