น้องซื้อบ้าน ผ่อนได้ไม่กี่เดือน ฟองสบู่แตกช่วงปี 40-41 จำเป็นต้องขาย พี่จึงผ่อนต่อโดยไม่เปลี่ยนชื่อผู้ซื้อ ระหว่างที่พี่ผ่อน น้องให้คนเช่าเก็บเงินใช้เอง เอาเข้าแบ็งค์ รีไฟแนนซ์ เอาเงินหมุนใช้เอง เมื่อคนเช่าออก น้องจึงเข้าอยู่อาศัยเกือบสิบปี พี่ให้อยู่ฟรี ไม่เคยได้ค่าเช่าบ้าน และน้องก็ไม่ต้องไปเสียค่าเช่าบ้านที่อื่น
...
น้องแต่งงานมีลูก ก็ยึดบ้านอาศัยกับลูกเมียตลอดมา เมื่อน้องมีเงิน ก็นำไปซื้อที่ดินใหม่ พี่ยอมยกบ้านนั้นให้น้อง แต่ขอแบ่งที่ดินครึ่งหนึ่ง ราคา 2 แสน เพื่อทำบ้านอยู่เพราะใกล้เกษียณแล้ว น้องไม่ยอมแบ่ง บอกว่า ที่ไม่ดี พี่จึงขอแค่ 1 ใน 4 ราคา 1 แสน น้องก็ยังคงไม่ยอมแบ่ง... ระหว่างนั้น น้องยืมเงินพี่อีก 95,000 บาท 5-6 ปี พี่ไม่คิดดอกเบี้ย น้องไม่เคยออกปากว่าจะคืนเงิน พี่มีธุระเรียกใช้ ก็ให้เงินน้องทุกครั้ง ให้แบบมากกว่าจ้างคนอื่นๆ
...
พี่จึงจำเป็นต้องหาซื้อที่ดินปลูกบ้านใหม่ แต่เงินตลอดชีวิตก็อย่ในบ้านที่น้องยึดอยู่อาศัยนั้น พี่จึงขอเงินคืนจากน้อง 5 แสนบาท น้องทำเฉยมา 2 ปี ลูกของพี่จึงต้องกู้เงินมาช่วย สมทบกับเงินเก็บของแม่ที่เหลือนิดหน่อย เพื่อซื้อที่ดินใหม่...
...
ถ้าเป็นท่านผู้อ่าน ท่านจะทำอย่างไรคะ
ผ่อนบ้านนับล้านในชื่อน้องชาย สุดท้ายน้องยึดบ้าน ไม่คืนเงิน
...
น้องแต่งงานมีลูก ก็ยึดบ้านอาศัยกับลูกเมียตลอดมา เมื่อน้องมีเงิน ก็นำไปซื้อที่ดินใหม่ พี่ยอมยกบ้านนั้นให้น้อง แต่ขอแบ่งที่ดินครึ่งหนึ่ง ราคา 2 แสน เพื่อทำบ้านอยู่เพราะใกล้เกษียณแล้ว น้องไม่ยอมแบ่ง บอกว่า ที่ไม่ดี พี่จึงขอแค่ 1 ใน 4 ราคา 1 แสน น้องก็ยังคงไม่ยอมแบ่ง... ระหว่างนั้น น้องยืมเงินพี่อีก 95,000 บาท 5-6 ปี พี่ไม่คิดดอกเบี้ย น้องไม่เคยออกปากว่าจะคืนเงิน พี่มีธุระเรียกใช้ ก็ให้เงินน้องทุกครั้ง ให้แบบมากกว่าจ้างคนอื่นๆ
...
พี่จึงจำเป็นต้องหาซื้อที่ดินปลูกบ้านใหม่ แต่เงินตลอดชีวิตก็อย่ในบ้านที่น้องยึดอยู่อาศัยนั้น พี่จึงขอเงินคืนจากน้อง 5 แสนบาท น้องทำเฉยมา 2 ปี ลูกของพี่จึงต้องกู้เงินมาช่วย สมทบกับเงินเก็บของแม่ที่เหลือนิดหน่อย เพื่อซื้อที่ดินใหม่...
...
ถ้าเป็นท่านผู้อ่าน ท่านจะทำอย่างไรคะ