กสทช...ส่อวาระซ่อนเร้น!

กระทู้ข่าว
และแล้วคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ใน กสทช.ก็ทำเอาแวดวงสื่อสารโทรคมนาคมอึ้งกิมกี่ กับความ “บ้อท่า” ซื้อเวลาไปอีกตามเคย! กับการปิดบัญชีเงินรายได้นำส่งรัฐจากการให้บริการมือถือ 2จี คลื่น 1800 เมกกะเฮิร์ตส์ (MHz) ในช่วงมาตรการเยียวยาหลังสิ้นสุดสัมปทาน ตามประกาศ กสทช.ปี 2556 ที่ยักแย่ยักยันมากว่า 2 ปี แต่สุดท้ายบอร์ด กทค.ก็ยังเล่นเอาเถิดด้วยการตีลูกชิ่งให้ ส่งเรื่องไปให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และกระทรวงการคลังช่วยหาทางออกให้อีก

โดยอ้างว่าตัวเลขรายได้นำส่งแผ่นดินที่คณะทำงานตรวจสอบเงินนำส่งรายได้ในช่วงมาตรการเยียวยาที่ กทค.ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 56 ที่สรุปตัวเลขรายได้รายได้ตั้งแต่ 16 ก.ย.56 – 3 ธ.ค.58 มียอดรวมทั้งสิ้น 14,868.83 ล้านบาท แยกเป็นของทรูมูฟต้องนำส่ง 13,989.24 ล้านบาท และดีพีซี 879.59 ล้านบาทนั้นแตกต่างกับรายได้ตามแนวทางที่สำนักงาน กสทช.คำนวณได้ซึ่งมียอดแค่ 3,967.81 ล้านบาทเท่านั้น เป็นของทรูมูฟ 3,088.42 ล้านบาท และดีพีซี 879.39 ล้านบาท

บร๊ะเจ้า! อะไรมันแตกต่างกันไปถึง 10,000 ล้านบาทได้ ทำเอาบอร์ด กทค.ที่ประชุมกันกี่รอบต่อกี่รอบก็เคาะโต๊ะไม่ลง ต้องให้สำนักงาน กสทช.ทำเรื่องไปยัง สตง.และกระทรวงการคลังให้ช่วยพิจารณาร่วมอีกทาง

ก็ไม่รู้บอร์ด กทค.และกสทช.คิดอะไรอยู่ถึงได้โยน “เผือกร้อน” ที่ว่านี้ไปให้ สตง.และคลังมาร่วมสังฆกรรมด้วย  2 หน่วยงานที่ว่าได้เข้ามารับรู้มาตรการที่ กสทช.ดำเนินการไปหรือถึงจะมารู้ตื้นลึกหนาบางของการคำนวณรายได้ รายจ่ายในช่วงมาตรการเยียวยาตามประกาศ กสทช.ที่ว่านี้

จะส่งไปให้อายเขาทำไมกันในเมื่อเป็นอำนาจหน้าที่ของตนเองแท้ๆ!

แล้วก็ขอโทษเถอะ! แค่พิจารณาเงินรายได้นำส่งรัฐที่คณะทำงานตรวจสอบนำเสนอ 14,868 ล้านบาท กับตัวเลขที่สำนักงาน กสทช.นำเสนอมาแค่ 3,967 ล้านบาทนั้น บอร์ด กทค.ยังแยกแยะไม่ออกอีกหรือว่าตัวเลขไหนคือการปกป้องรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประเทศชาติ จะไปลุย “กำถั่ว” ยึดเอาตัวเลขของสำนักงาน กสทช. ที่ไม่รู้ไปนั่งเทียนกันมายังไงตัวเลขมันถึงได้ลดวูบจาก 14,800 กว่าล้านเหลือ 3,967 ล้านบาทกันได้!

จะว่าไปตัวเลขรายได้นำส่งแผ่นดินที่คณะทำงานตรวจสอบรายได้ที่สรุปเงินรายได้ที่สองค่ายต้องนำส่งรัฐวงเงิน 14,868 ล้านบาทนั้นก็มีที่มาที่ไปที่น่าเชื่อถือ เพราะเกาะติดการให้บริการมือถือมาตั้งแต่แรก ผิดกับตัวเลขของ กสทช.ที่เพิ่งจะมาเคาะกันเอาไม่กี่วันก่อนหน้านี้ก่อนส่งไปให้บอร์ด กทค.ชี้ขาด แค่นี้ยังดูไม่ออกอีกหรือ!

แค่ปลายตาดูวิธีการคำนวณ “สุดมั่วตุ้ม” ของ กสทช.ที่บอกว่ารายได้นำส่งรัฐที่ค่าย “ทรูมูฟ-กู้ดบอย” จะต้องนำส่งรัฐ 3,088.9 ล้านบาท ขณะที่อีกค่ายดีพีซีต้องนำส่ง 879.39 ล้านบาทนั้น ยังดูไม่ออกอีกหรือ? ฐานลูกค้าทรูมูฟที่มีมากถึง 17 ล้านเลขหมายเทียบกับอีกค่ายดีพีซีที่มีอยู่ไม่ถึง 2 ล้านเลขหมายนั้น ทำไมรายได้นำส่งรัฐถึงได้ใกล้เคียงกันกับอีกค่ายชนิดหายใจรดต้นคอเอาได้

ไหนว่าจะปกป้องรักษาผลประโยชน์ของรัฐ แต่ไหง กสทช.กลับไปกระโดดอุ้มตัวเลขที่บริษัทเอกชนนำเสนอมาที่อาจทำให้รัฐสูญเม็ดเงินรายได้เป็น 10,000 ล้านเอาได้เช่นนี้ ไม่เรียกว่าเอื้อประโยชน์เอกชนก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว!!!

แล้วก็ให้น่าแปลก 2 กรรมการ กสทช.ยิ่งหมอลี่ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และสุภิญญา กลางณรงค์ ที่ถือเป็นกรรมการ กสทช.ที่ทำหน้าปกปกปักษ์รักษาผลประโยชน์ของรัฐและผู้บริโภคมากที่สุดในองค์กรนี้กลับ "หายเข้ากลีบเมฆ" เงียบเป็นเป่าสาก!

ที่สำคัญการแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบรายได้ที่ว่าบอร์ด กทค.ก็ไม่ได้แอบไปตั้งอยู่หลังเขาที่ไหน ก็สำนักงาน กสทช.เองนั่นแหล่ะโม่แป้งขึ้นมากับมือโดยยืนยันนั่งยันว่ามีหลักการวิธีการคำนวณรายได้ ต้นทุนโครงข่ายและรายจ่ายค่าบริหารจัดการละเอียดยิบ แต่วันดีคืนดีกลับดอดไปตั้งคณะทำงานซ้ำซ้อนมาคำนวณตัวเลขขึ้นมาใหม่กระซวกตัวเองซะงั้น!

แค่ยึดถือหลักการที่ว่านี้บอร์ด กทค.ไม่เห็นจะต้องไปวิ่งรอกหาเกราะกำบังที่ไหนมาคุ้มครองตนเองเลย เพราะส่งไปทั้งคลังและ สตง.ก็คง "ตีแสกหน้า”กลับมาให้ได้อาย!

หรือจะต้องให้ “บิ๊กตู่” งัด ม.44 ล้างบางกันซะอีก องค์กรถึงจะรู้ว่าโมเดลไหนตัวเลขคือการปกปักษ์รักษาผลประโยชน์ของรัฐและประเทศชาติกันท่านเลขา กสทช.!!!
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่