ประสบการณ์การเป็นครู (อัตราจ้าง)

สิ่งที่จะเล่าต่อไปนี้มันคือเรื่องจริงทุกประการ...เอาไว้เป็นแง่คิดสำหรับวัยรุ่นจบใหม่หรือใครหลายๆ คนที่ฝันจะเป็น "คุณครู" โดยสมัครเป็นครูอัตราจ้าง ย้ำว่าอัตราจ้าง อ่านแล้วโปรดคิดตามว่าถ้าตกอยู่ในสถานการณ์แบบที่ชั้ลเจอมาต่อไปนี้คุณจะทำอย่างไร ? .......  ถ้าพิมพ์ผิดพลาดประการใด ขออภัย ณ ที่กระทู้นี้ด้วย ..... เพราะหูกระจง ควรผูกให้ห่างจากตัวบ้าน

หลังจากที่เล่าถึงประสบการณ์การเป็นทหาร(อากาศ) ไปแล้ว สิ่งที่เล่าต่อไปนี้มันคือประสบการณ์ครั้งใหม่ ครั้งแรกที่ลองทำกับอาชีพนี้  นั้นก็คือ การเป็น "ครู"

             อย่างที่บอกในกระทู้ที่แล้วว่าชั้ลจบ ป.ตรีทางด้านภาษา ด้วยความที่รอความฝันของตัวเอง แต่กว่าจะเปิดสอบก็อีกหลายเดือน บวกกับคุณพระบิดาไม่อยากให้ว่างงาน เทศนาจมดินทุกครั้งที่ปรึกษาว่าทำงานอะไรดี .. สุดท้ายก็ต้องพึ่ง Google ค้นหางาน หาไปเรื่อยๆ จนสายตาไปสะดุดกับ ตำแหน่งครู ภาษาจีน อัตราจ้าง ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดตรัง ...... อ่านรายละเอียดทุกอย่างว่ามีการสอบยังไง ค่าจ้างเริ่มตันที่ 1X,XXX บาทนะ สุดท้ายจึงตัดสินใจบอกว่าพ่อว่าอยากสอบโรงเรียนนี้

ชั้ล : ยื่นเอกสารการสมัครให้พ่อ พ่อใส่แว่นพร้อมอ่านอย่างตั้งใจ
พ่อ : (อ่าน.....)  โรงเรียนนี้ ... ลูกมันไกลน่ะ วังเวงด้วย อยู่ได้เหรอ
ชั้ล : พ่อรู้ได้ไง
พ่อ : เออนาา รู้ก็แล้วกัน

สุดท้าย ถามไปถาม มา จนต้องเค้นเอาความจริง แกบอกว่าเมื่อก่อนแกมาจีบสาวที่ อำเภอนี้บ่อย ... เอ่อเริ่ด พ่อชั้ล

             วันไปสมัคร จำได้เลยว่าต้องตื่นเช้าอาบน้ำแต่งตัวให้ดูดีที่สุด แล้วก็ออกเดินทางโดยพ่อเป็นคนพาไปสมัคร จากบ้านถึงโรงเรียนก็เกือบ 40 กว่า กิโล พอถึงบริเวณหน้าโรงเรียน สิ่งที่เห็นคือ ป้ายเก่าๆ รั้วเก่าๆ ที่ยังทำไม่เสร็จ บ้านพักครู คุณลองนึกถึงสภาพบ้านพักครูบ้านไม้เก่าๆ ทาสีครีม แต่มันจางตามกาลเวลา แต่สำหรับที่นี่มันไม่ใช่ มันคือบ้านร้าง บ้านพักครูร้าง คือล่าท้าผีได้เลย ชั้ลมองพ่อ พ่อบอก ไงล่ะ วังเวงไหม ? ชั้ลก็เอาวะเป็นไงเป็นกัน ... ที่ไหนได้ อีกฟากนึงของโรงเรียน รั้วซึ่งติดกับสนามบอล คือสวยงามติดเหล็กดัด ประตูทางเข้าพร้อมป้ายโรงเรียนที่ดูสะอาดตา ..... พ่อก็เลี้ยวรถ ส่วนชั้ลก็ลงไปสมัครสอบครูอัตราจ้าง

สุดท้ายก็สมัครเสร็จไปด้วยดี ..... รอวันสอบ

วันสอบก็เหมือนเดิม มาเหมือนเดิม แต่มีเพื่อนสอบด้วย อีก 1 คน สรุปสมัครกันอยู่ 2 คน เริ่มสอบข้อเขียนตอน 9 โมง สอบเสร็จก็รอสัมภาษณ์งานโดย ผอ.โรงเรียน จะสัมภาษณ์เองหลังจากสอบข้อเขียนเสร็จนั่นคือ 10 โมง เมื่อสอบข้อเขียนเสร็จ ที่ไหนได้ มีครูมาบอกว่าสอบสัมภาษณ์ช่วงบ่าย เนื่องจาก ผอ.ต้องเคลียร์งาน.... โอเครคะ ได้

เวลาเที่ยง 50 นาที ก็มารอ ณ ห้องประชุม ผ่านไปเกือบ บ่าย 2 ยังไม่เรียกอีก คือบอกตามตรง อารมณืตอนนั้นคือ คว่ำปาก มองไปที่นาฬิกา พร้อมมองบน อยู่ตลอดเวลา เพราะตอนนั้น ฝนตก ยืนกันหน้าห้อง ผอ. กันแบบ เอือดๆ หน้าเหมือกกันทั้งคู่ .. ประเด็นคือ สงสารพ่อ ที่มานั่งรอทั้งวันทั้งที่มันควรจะทำให้เสร็จไปตั้งแต่ครึ่งเช้า .... เอดรอก สรุปวันนั้น สัมภาษณ์เสร็จ โรงเรียนเลิกพอดี กลับถึงบ้าน เกือบ 6 โมงเย็น....

วันประกาศผล ก็ได้ชั้ล คือดีใจมาก ชั้ลก็ตอบตกลง เพราะขี้เกียจหางานอื่นแล้ว .. นัดวันเซ็นต์สัญญาอารัยเรียบร้อย

เอาจริงๆ น่ะ ตอนนั้นคือเครียดมากก เป็นครูน่ะ ต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะภาพฝันของชั้ลต่ออาชีพครูคือ ใสๆ พูดเรียบร้อย ๆ ทุกอย่าง ที่ทำมา ไม่ว่าจะกรี๊ดๆ กับเพื่อนสาวใต้คณะต้องหายไป ต้องรักษาภาพพจน์ของตัวเอง ต้อง keep look เพราะมันคือ "อาชีพแม่พิมพ์ของชาติ"

แต่กับโรงเรียนนี้มัน "ไม่ใช่" อย่างที่คิด ถามว่าทำไม โปรดติดตามตอนต่อไป ... เด็ดแน่
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่