[CR] *ล่า ท้า ฝน* ไปเที่ยวทะเลกระบี่ด้วยงบสบายกระเป๋า (BG 2000นิดๆ)


สวัสดีค๊าาา อมยิ้ม17 วันนี้จะมารีวิวทริปทะเลเล็กๆ ที่จขกท.เพิ่งไปมาสดๆร้อนๆ ต้องรีบเขียนทิ้งไว้เดี๋ยวลืมรายละเอียด ฮิฮิ อมยิ้ม07
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงไปเที่ยวทะเลช่วงหน้าฝน ต้องบอกก่อนว่าจขกท.ไปเจอแพ็คเก็จ(ตั๋วเครื่องบิน + ที่พัก) บนเว็ปไซต์ท่องเที่ยวโดยบังเอิญ ก็เลยกดเข้าไปดูเล่นๆ ราคาน่าสนใจเลยทีเดียว รู้ตัวอีกทีกดจองกดโอนเงินเสร็จสรรพเลยจ้า Facepalm บวกกับช่วงนี้ว่างๆอยู่ด้วยก็เลยปล่อยเลยตามเลย

ราคาแพ็คเก็จที่ซื้อมาคือ 1,732 บาท ราคาสำหรับ 2 คน (ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพ/กระบี่ + ที่พักโรงแรม 2 คืน)
ระยะเวลาที่ไป 3 วัน 2 คืน เราเดินทางช่วงปลายเดือน เรียกได้ว่าล่าท้าฝนกันสุดๆ  หลังจากทำการจองและโอนเงินเรียบร้อยแล้วก็นับวันรอเวลาที่จะได้ไปเที่ยว ยิ่งใกล้ยิ่งตื่นเต้นเพราะเป็นการไปเที่ยวภาคใต้ครั้งแรกของจขกท.ด้วย

เมื่อเสื้อผ้าพร้อม หน้าพร้อม เงินพร้อม calendarแจ้งเตือน ก็ไปเที่ยวกันเล้ยยยย!! เม่าออกรถ


ดอกไม้วันแรก
จขกท.ได้ไฟลท์ตอนเช้า  เวลา 08:55  ออกจากบ้านตอน 05:40 ขึ้นรถเม(ฟรี)แถวบ้านไปลงจตุจักร ถึงจตุจักรประมาณ 06:00
จากนั้นก็ต่อรถเมสาย A1 เพื่อไปดอนเมือง (รถจะมาจอดรอตั้งแต่เช้า ถ้าคนเยอะก็จะออกเลย) ถึงสนามบินดอนเมือง 06:30
รถเมสาย A1 จะจอดส่งที่หน้าอาคารผู้โดยสารขาเข้า เพราะฉะนั้นจะสะดวกและประหยัดเวลามาก
ถึงสนามบินปุ๊บก็เข้าไปเช็คอินทันที แพ็คเก็จที่ซื้อมานั้น coกับสายการบิน Air-Asia ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีบริการ Self-Check In ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที แต่ไม่สามารถเลือกที่นั่งได้ โชคดีหน่อยก็อาจจะได้นั่งติดกัน จขกท.กับแฟนโดนเครื่อง Check In แรนด้อมที่นั่งห่างกันหัวเครื่องกับท้ายเครื่องเลยจ้า แต่ขากลับได้ที่ติดกัน



Check In เรียบร้อย ก็ท้องร้องซะแล้ว หาอะไรกินรองท้องก่อนดีกว่า ..หันซ้ายหันขวา Mc อยู่ใกล้สุด กินนี้แหล่ะ!


หนังท้องยังไม่ทันตึง หนังตาก็เริ่มหย่อน ไปงีบบนเครื่องกันดีกว่า ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว!



10:15 และแล้วก็ถึงกระบี่ เครื่องลงปุ๊บ ฝนตกปั๊บ ร้องไห้ร้องไห้ร้องไห้


นั่งรอฝนหยุดสักพัก ก็เดินออกจากสนามบินกระบี่ ตรงไปยังถนนใหญ่เพื่อรอรถสองแถว (ตามพันทิป)
เดินๆๆ แล้วก็เดินๆๆๆ ประมาณเกือบ 2 กิโล ก็ถึงศาลารอรถ ระหว่างรอรถสองแถวก็มีพี่ผู้ชายใจดีเดินมาถามว่าจะไปไหน เราบอกว่าไปอ่าวนางคะ เขาก็บอกว่าจะไปส่งรถที่นั่นพอดี น่าจะผ่านโรงแรมเราเดี๋ยวแวะจอดให้ โมเม้นนั้นคือแบบ.. ฮืออออ ทำไมใจดีจุง และรีบวิ่งหน้าตั้งขึ้นรถพี่แกเลยค่ะ5555 พี่คนนี้เขาทำงานอยู่ที่สนามบิน น่าจะเป็นพนักงานหรือเจ้าของบริษัทท่องเที่ยวและเช่ารถ(ดูจากนามบัตรที่เขาให้มา) ระหว่างทางเขาก็แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเมืองกระบี่และชวนเรากับแฟนคุยตลอดทางเลย ใจดีและเฟรนลี่มาก   อมยิ้ม36


สรุปว่าพี่เขาผ่านโรงแรมที่เราจองไว้จริงๆด้วย กลายเป็นเดินทางจากสนามบินมาที่พักไม่เสียกะตังเลยสักบาท ฤกษ์ดีสุดๆ
ถึงโรงแรมแล้ว 11:40 โชคดีที่ห้องว่างพอดี ก็สามารถ Check In เข้าพักได้เลย (ปกติแล้วตามกฎของโรงแรม Check in หลัง 14:00)
โรงแรมอ่าวนาง อิโค่ อินน์  อยู่ห่างจากหาดอ่าวพระนางประมาณ 1.2 กิโลเมตร ห้องใหญ่ดี มีระเบียง มีโต๊ะเครื่องแป้ง ไฟกับปลั๊กเยอะมาก

  


ชอบห้องน้ำ มีไฟหน้ากระจก มีอ่างอาบน้ำ และฝักบัวแรงมาก



หลังจากเข้าห้อง พักผ่อนตามอัธยาศัย ดื่มน้ำปัสสาวะเสร็จเรียบร้อยก็เริ่มหิวอีกรอบ รออะไรละ ไปหาไรกินสิจ๊ะ
มื้อแรกที่กระบี่ เมนู : ปูผัดผงกะหรี่ & แกงส้มปลากระพง+ข้าวสวย 1 โถ    
ร้าน : Cheap Cheap       
ค่าเสียหาย : 330 บาท
รสชาด : ถือว่าอร่อยในระดับนึง เหมาะสมกับราคา (แกงส้มเผ็ดไปนิส ขนาดบอกว่าเอาไม่เผ็ด TT)  
ให้คะแนน 7/10


อิ่มแล้วววววว เดินย่อยกันดีมั้ยตัวเธอว์ ไปออกตามหาทัวร์ที่ดีและราคาน่ารักสำหรับวันพรุ่งนี้กันเถอะ
ระหว่างทางเดินจากโรงแรมไปอ่าวพระนาง จะมีซุ้มทัวร์อยู่ตลอดทาง ก็ถามราคากันไปเรื่อยๆ เนียนเป็นชาวต่างชาติบ้างอะไรบ้างสนุกดี ^^

ถามไปเป็นสิบๆร้าน ลงเอยที่ร้านหัวมุมถนน ป้าแกเหมือนอยากขาย ลดราคาให้เยอะมาก (แม้หน้าจะไม่ค่อยรับลูกค้าเท่าไหร่ แต่ใจถึงให้อภัย)
สรุปได้นั่งสปีดโบ๊ท ทัวร์เกาะห้อง (เกาะห้อง ลากูน เกาะผักเบี้ย เกาะลาดิ้ง) ในราคา 550 บาท ต่อคน (ปกติราคาสปีดโบ๊ทจะ 650 up) ส่วนราคาของเรือหางยาวจะถูกกว่าราคาสปีดโบ๊ทประมาน 100-300 บาท แล้วแต่อารมณ์คนขาย 5555 ล้อเล่นจร่ะ ทั้งสปีดโบ๊ทและเรือหางยาว ราคาจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ (low season/high season, หรือช่วงมรสุม) และจำนวนคนบนเรือจ้า


ได้ตั๋วทัวร์เสร็จ ฝนเทลงมาอีกแล้วจ้าาาา แวะหลบฝน 10 นาที ก็ไปเดินเล่นที่ชายหาดอ่าวพระนาง
น้ำดูขุ่นเพราะฝนตกนะคะ จริงๆแล้วน้ำเป็นสีฟ้าเข้มสวยมาก


พอฟ้าเปิด น้ำเริ่มนิ่ง สีน้ำทะเลก็ค่อยๆกลับมาสดใสอีกครั้ง


วิ่งหลบฝน เดินเล่นกันเหนื่อยแล้ว ได้เวลากินข้าวเย็น 19:00
ร้านนี้พนักงานของโรงแรมแนะนำมา บอกว่าถูกและอร่อย พอมาชิมแล้วเห้ยยยย ! อร่อยจริง และก็ถูกด้วย ฟินฝุดๆ
เมนู : ข้าวผัดสับปะรดทะเล & ทะเลทอด    
ร้าน : Boat Noodle       
ค่าเสียหาย : 120 บาท (จานละ 60)
รสชาด : อร่อยจริง อร่อยเกินราคา แม้หน้าตาดูเฉยๆไม่หวือหวา ให้เยอะด้วย อิ่มมาก    
ให้คะแนน 9.5/10



อิ่มของคาวแล้วมาต่อของหวาน
เมนู : โรตีมะม่วง & ช๊อคโกแลต      
ร้าน : ไม่ทราบชื่อ อยู่ตรงหัวมุมหาดอ่าวพระนาง    
ค่าเสียหาย : 50 บาท
รสชาด : แปลกๆดี เกิดมาเพิ่งเคยกิน แต่ไม่แย่ อร่อยแบบแปลกๆ                
ให้คะแนน 6/10 (แพงให้น้อยด้วย TT )


ว่าจะเดินเล่นต่อ แต่ฝนตกอีกแล้วววว เลยต้องกลับห้องแบบเซ็งๆ ฝนฝนฝน


ดอกไม้วันที่สอง
จากที่เราซื้อทัวร์ไว้เมื่อวาน เราก็จะเดินทางทัวร์กันวันนี้ เย้ ซึ่งทัวร์จะมารับที่โรงแรมเพื่อพาไปรวมกลุ่มกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ

ตื่นแต่เช้า ไปกินโจ๊กไก่ 07:30 (แถวนี้ร้านอาหารส่วนใหญ่จะเปิดสายๆนะคะ เท่าที่เห็นคือมีร้านนี้ร้านเดียว แต่ในร้านจะขายข้าวเหนียวไก่ทอด ปาท่องโก๋ และมีชากาแฟด้วยค่ะ)  
ร้าน : ไม่ทราบชื่อร้าน เป็นร้านโจ๊กอยู่ตรงข้ามมัสยิดคร่า       
ค่าเสียหาย :  ถ้วยละ 35 บาท
รสชาด : ปานกลาง เหมาะสมกับราคา (ถ้วยเล็กไปนิสส ผู้ชายทานอาจจะไม่อิ่ม เลยต้องสั่งปาท่องโก๋เพิ่ม การตลาดเยี่ยม)
ให้คะแนน 7/10


ประมาณ 08:30 พนักงานทัวร์ก็มารับที่โรงแรม โดยรถสองแถวเพื่อไปรวมกลุ่มกับลูกทัวร์คนอื่นๆ ที่จุดลงชื่อค่ะ
เมื่อถึงจุดลงชื่อแล้ว ก็ลงมาเซ็นชื่อและทางทัวร์ก็จะให้สติ๊กเกอร์แผ่นเล็กๆมาให้เราแปะกับเสื้อ (เพื่อแยกเป็นกลุ่ม แบ่งตามกลุ่มทัวร์)


เมื่อลูกทัวร์ลงชื่อกันครบแล้ว พี่พนักงานทัวร์ก็ขับรถพาเราไปส่งที่หาดนพรัตน์ธารา เพราะเรือหางยาวและสปีดโบ๊ทจอดอยู่ที่นั่น


พอขึ้นเรือแล้วก็ออกเดินทางได้เลยจ้าาาา ปึ๊นนนนนนนนนน (เสียงสปีดโบ๊ท)ออกทะเล ออกทะเลออกทะเล


ตอนอยู่บนอยู่บนสปีดโบ๊ท พี่ๆพนักงานก็มีการแนะนำตัวและบอกรายละเอียดเกี่ยวกับตารางทัวร์ & เก็บค่าอุทยาน (คนไทย คนละ 60 บาท สำหรับชาวต่างชาติจะ charge เพิ่ม แล้วแต่ทัวร์ว่าจะมากน้อยแค่ไหน) ระหว่างการเดินทางพี่ๆพนักงานทัวร์ก็มีการพูดคุยหยอกล้อกับลูกทัวร์ตลอด ทำให้บรรยากาศการเดินทางไม่น่าเบื่อ แถมยังเพิ่มความสนุกอีกด้วย
สรุปแล้วทั้งเรือมีจขกท.กับแฟนเป็นคนไทยแค่ 2 คน นอกนั้นเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด พี่ๆพนักงานจึงดูแลบริการเรากับแฟนเป็นพิเศษ และเขายังบอกอีกว่าให้เต็มใจช่วยเหลือและจะเทคแคร์ลูกค้าคนไทยเป็นอย่างดี ฟินฟิน

ถึงแล้วววววววววววเกาะแรก "เกาะผักเบี้ย" 10:00
พี่พนักงานเรียกว่าเกาะเจมส์มาร์ เพราะเขามาถ่ายละครที่นี่ (เพิ่งรู้เหมือนกันนะเนี้ย)


พี่ๆพนักงานเขาให้เวลา 40 นาทีสำหรับเที่ยวชมเกาะนี้ เดินเล่น ถ่ายรูปได้ไม่ถึง15นาที ฝนก็เทลงมาหน้าตาเฉย ไม่ถงไม่ถามสุขภาพนักท่องเที่ยวส๊ากกก คำ TT  ทำให้น้ำทะเลขุ่น ฟ้ามืด ถ่ายรูปก็ไม่สวยแล้วทีนี้


หลังจากรอฝนซา ประมาน 10นาที ก็เตรียมตัวขึ้นเรือ เดินทางไปยังเกาะต่อไป
"เกาะลาดิ้ง" 10:40


ตอนที่เรามาถึงเกาะนี้ ฝนก็ยังตกปอยๆอยู่ ฟ้าเลยมืดๆนิดหน่อย




พี่พนักงานให้เวลาเราอยู่บนเกาะประมาน 20 นาที ก็เรียกมาทานข้าว ก็จะได้มาเป็นข้าวกล่อง พร้อมน้ำดื่มขวดเล็กๆ บางทัวร์ก็เป็นบุฟเฟ่นะคะ อิจฉามาก (อาหารและน้ำรวมอยู่ในราคาทัวร์แล้ว)
เมนู : ข้าวผัดหมู +ไข่เจียว
รสชาด : ถ้าจะให้เสียตังซื้อเองขอกินข้าวเซเว่นดีกว่า T^T
ให้คะแนน 3/10



เกาะนี้มีน้องแมวด้วย ลูกทัวร์คนจีนดูตื่นเต้นกับเจ้าเหมียวตัวน้อยนะคะ



ปล. จะเขียนต่อเรื่อยๆนะคะ พอดีคอมดับแล้วมันไม่เซฟให้ เลยต้องเซฟเองเรื่อย
ชื่อสินค้า:   เกาะห้อง กระบี่
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่