นักเขียน ๒๑ ก.ย.๕๙

กระทู้สนทนา
เรื่องสั้น

นักเขียน

เพทาย

เขานั่งอยู่บนเก้าอี้เก่าคร่ำคร่า ที่โต๊ะเขียนหนังสือซึ่งชราภาพพอกัน

ตรงหน้าของเขามีกระดาษเปล่าซ้อนกันอยู่สองสามแผ่น

ปากกาลูกลื่นราคาถูกแทรกอยู่ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือขวา

เขากำลังจะเขียนหนังสือ หรือที่ถูกเขาอยากจะเขียนหนังสือ

แต่ไม่มีตัวหนังสืออยู่บนแผ่นกระดาษบนโต๊ะ เพราะเขาไม่รู้จะเขียนอะไร

ถ้าเป็นสมัยก่อน เขาคงจะควักบุหรี่ออกมาจุดสูบ แล้วพ่นควันขึ้นไปบนเพดาน

แต่ในสมัยนี้ เขาเลิกสูบบุหรี่เสียแล้ว ไม่ใช่เพราะกลับจะเกิดโรคต่าง ๆ ที่โฆษณาอยู่ด้านหลังซองบุหรี่ทุกชนิด

แต่เป็นเพราะเขาไม่มีเงินซื้อมากกว่า
...................................................................................
เขาเป็นนักเขียน

เขาเคยเขียนเรื่องสั้นขายมานานแล้ว นานเท่าไรก็จำไม่ได้เหมือนกัน

ได้เงินเพียงเล็กน้อยไม่พอยาไส้ แต่เขาก็อยู่มาได้

ตั้งแต่ตัวคนเดียวจนเดี๋ยวนี้มีเพิ่มขึ้นขึ้นอีกสามชีวิต

คือเมียหนึ่งคนและลูกชายหญิง ไม่เกินเก้าขวบ

ด้วยการที่เมียของเขาร้อยพวงมาลัยขายมาตั้งแต่เริ่มพบกันจนถึงบัดนี้
...............................................................

เขาเขียนหนังสือด้วยดินสอก่อน แล้วจึงเปลี่ยนมาเป็นปากกาลูกลื่น ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

แต่เดี๋ยวนี้นักเขียนทั้งหลายได้เปลี่ยนมาเขียนผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์กันทั้งนั้น

ส่วนเขาไม่มีจะเปลี่ยน ไม่มีแม้แต่สมัยที่ใช้เครื่องพิมพ์ดีด

เขาเขียนเรื่องสั้นไม่กี่หน้า แล้วก็ส่งทางไปรษณีย์ไปยังสำนักงานหนังสือพิมพ์

รายเดือน รายสัปดาห์ รายปักษ์ และรายลอตเตอรี่ เพราะเดี๋ยวนี้ไม่มีเรื่องสั้นในหนังสือพิมพ์รายวันแล้ว

เขาเขียนจนบรรณาธิการที่เคยรู้จักกัน ก็เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนหน้าไปหมดแล้ว

แม้จะมีนักเขียนเรื่องสั้นเพิ่มขึ้นมาทดแทนคนที่หายไปอีกมากมาย

และก็มีหนังสือพิมพ์ชื่อใหม่ ๆ แนวใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีกนับร้อยร้อยชื่อ

แต่เขาก็ไม่มีโอกาสที่จะเขียนเรื่องขายได้มากขึ้น

เพราะเรื่องของเขาไม่ทันสมัยไม่เข้ากับรสนิยมของผู้อ่านในปัจจุบัน

เขาส่งเรื่องไปที่สำนักไหน ก็หายเงียบไปเสียเป็นส่วนมาก

ครั้นเอาเรื่องสั้นเก่าเก่าที่เคยพิมพ์ตามวารสารแล้ว มารวมเล่ม

แต่ไปเสนอที่สำนักพิมพ์ไหน ก็บอกให้รอไว้ก่อน หรือรับไว้พิจารณาแต่ก็หายเงียบไปเป็นปี
. ..........................................................................

แต่เขาก็ยังไม่เลิกเขียนหนังสือ แม้เมียเขาจะเคยค่อนขอดว่าเดี๋ยวนี้นักเขียนไส้แห้งมีเหลือ อยู่เพียงคนเดียวคือเขา

เขาน่าจะเลิกเขียนแล้วมาช่วยเธอร้อยพวงมาลัยขาย จะได้ทุ่นแรงเธอบ้าง

เพราะรายได้จากการขายพวงมาลัยของเธอ ได้ใช้เป็นค่าอาหารการกินทั้งสามมื้อ

ค่าหนังสือเรียน และค่าเครื่องแบบนักเรียนของลูกชายหญิง แม้จะไม่เสียค่าเล่าเรียน

และค่าเช่าบ้านอีกอย่างหนึ่งเท่านั้นที่ไม่ต้องเสีย เพราะเขาสร้างมันมาด้วยสองมือของเขาเอง

จากไม้ฝาลังบรรจุสิ้นค้า ที่เก็บมาจากห้างใหญ่ใกล้ ใกล้นั้น

แต่ก็รวมทั้งค่าเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ขวดดำดำที่เขาดื่มเป็นประจำด้วย
...................................................................................

เขาไม่เคยฟังเสียงเรียกร้องของเมีย และ อาจจะยักไหล่ไม่ให้เมียเห็นด้วย

เขาจะทำได้อย่างไร นักเขียนต้องกลายเป็นนักร้อยพวงมาลัย

ไม่มีทางจะเป็นไปได้อย่างแน่นอน เขาคิดอยู่ในใจ

เขาต้องเขียนหนังสือ เพราะเขาเกิดมาเพื่อเขียน
หนังสือ

ส่วนวันนี้เมียเขาไปทำงานประจำของเธออยู่ที่ปากซอย ลูกสองคนไปโรงเรียนวัดใกล้บ้าน

ตัวเขานั่งอยู่เดียวดายมานานหลายชั่วโมงแล้ว ก็ยังเขียนไม่ออก

ปากกาดูเหมือนจะแห้งกรัง

..................................................

...................................................

................................................................

เขาได้ยินเสียงวิทยุแหบแหบ ข้างบ้านส่งเสียงแกรกกรากจากการถ่ายทอดรายการออกรางวัลสลากกินแบ่งประจำงวดต้น
เดือน

เขาครุ่นคิดอยู่นิดหนึ่ง

แล้วก็จรดปากกาลงบนกระดาษที่ว่างเปล่านั้น

เลขเด็ดจากอาจารย์นกกระเต็น............สามตัว
บน...............๐๐๗...................


###########
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่