สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่ผู้คนนิยมเลี้ยงมากที่สุด และคำกล่าวที่ว่า “สุนัขเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์” ไม่เกินจริงเลย ความรักความผูกพันระหว่างสุนัขและมนุษย์มีเรื่องเล่าที่น่าประทับใจมากมาย และมีสุนัขที่ได้รับเกียรติสร้างเป็นอนุสาวรีย์พร้อมเรื่องราวน่าจดจำ ที่คนไทยรู้จักกันดีคือ ย่าเหลและฮาชิโกะ
ย่าเหลเป็นสุนัขที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเลี้ยงและโปรดปราน เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังดำรงพระยศเป็นพระบรมโอรสาธิราชฯ ได้เสด็จฯ ไปตรวจเรือนจำจังหวัดนครปฐม ทรงรับลูกสุนัขพันทาง เพศผู้ ขนปุย หางเป็นพวง สีขาว มีแต้มดำ หูตก เกิดในเรือนจำจังหวัดนครปฐมมาเลี้ยงไว้ และพระราชทานนามว่า "ย่าเหล" ตามชื่อตัวละครเอก เอมิล ยาร์เลต์ (Emile Jarlet) จากบทละครฝรั่งเศสเรื่อง “My Friend Jarlet”
ย่าเหลเป็นสุนัขที่ฉลาดแสนรู้และช่างประจบ เป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่ง จนสร้างความอิจฉาและเกลียดชังในหมู่ข้าราชบริพารบางคน ย่าเหลชอบหนีออกไปเที่ยวนอกวังทำให้พระเจ้าอยู่หัวต้องทรงตามหาอยู่หลายครั้ง หลังเข้ามาอยู่ในวังได้ราวห้าปีมีผู้ไปพบย่าเหลนอนตายข้างกำแพงพระบรมมหาราชวังด้านวัดโพธิ์ ท่าเตียน มีรอยถูกปืนยิง พระเจ้าอยู่หัวทรงโทมนัสอย่างยิ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานศพแก่ย่าเหล มีหีบใส่ศพอย่างดี (ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์วัดพระปฐมเจดีย์) ทั้งยังให้มหาดเล็กแต่งตัวเป็นสัตว์นานาชนิดเข้าร่วมขบวนแห่ศพด้วย นอกจากนี้ยังมีของชำร่วยแจกในงานศพ เป็นผ้าเช็ดหน้าพิมพ์รูปย่าเหลและมีตราวชิระที่มุมด้านขวา พระราชทานเป็นของที่ระลึกแก่ทุกคนที่ไปร่วมงาน หลังงานศพของย่าเหล พระเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ย่าเหล หล่อด้วยโลหะทองแดง ประดิษฐานไว้หน้าพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ในพระราชวังสนามจันทร์ และได้ทรงพระราชนิพนธ์บทกลอนไว้อาลัยแก่ย่าเหล จารึกไว้ที่ด้านข้างของอนุสาวรีย์
ส่วน ฮาชิโกะ เป็นสุนัขเพศผู้ พันธุ์ อากิตะอินุ (Akita Inu) สีขาวครีม ของ ฮิเดะซะบุโร อุเอะโนะ (Hidesamuroh Ueno) ศาสตราจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล (มหาวิทยาลัยโตเกียวในปัจจุบัน) เขาตั้งชื่อสุนัขของเขาว่าฮาชิ ฮาชิโกะจะไปรอศาสตราจารย์อุเอะโนะกลับจากมหาวิทยาลัยทุกวันใกล้กับสถานีรถไฟชิบุย่า (Shibuya) จนกระทั่งในวันหนึ่งเจ้านายของฮาชิโกะได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันจากภาวะเลือดออกในสมอง และไม่ได้กลับไปที่สถานีรถไฟอีก แต่ฮาชิโกะยังคงมารอศาสตราจารย์อุเอะโนะที่สถานีชิบุย่าทุกวัน
หลังจากศาสตราจารย์อุเอะโนะเสียชีวิต อดีตคนสวนของศาสตราจารย์ ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟรับนฮาชิโกะมาดูแลแทน ต่อมานักศึกษาคนหนึ่งที่สนใจและเชี่ยวชาญในเรื่องสุนัขอากิตะซึ่งมีเหลืออยู่ไม่มาก ได้มาเห็นฮาชิโกะที่สถานีรถไฟแล้วตามกลับไปที่บ้านจึงทราบประวัติของฮาชิโกะ เขาได้เขียนบทความเกี่ยวกับความจงรักภักดีของฮาชิโกะไปตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์จนเรื่องราวของฮาชิโกะกลายเป็นเรื่องโด่งดังในญี่ปุ่น เริ่มมีผู้คนจำนวนหนึ่งที่นำขนมและอาหารไปให้แก่ฮาชิโกะที่สถานีรถไฟ ตำนานของฮาชิโกะกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติในเรื่องความซื่อสัตย์ จงรักภักดี และรู้คุณ
ในปี ค.ศ. 1934 สมเด็จพระราชินีญี่ปุ่นโปรดฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ฮาชิโกะหล่อด้วยทองแดงและนำไปตั้งไว้ที่สถานีรถไฟชิบุย่า ซึ่งในขณะนั้นฮาชิโกะยังมีชีวิตอยู่ในช่วงปีสุดท้าย ฮาชิโกะตายในวันที่ 8 มีนาคม 1935 โดยมีคนพบร่างของฮาชิโกะนอนฟุบอยู่ในบริเวณที่มันคอยเจ้านายมาเกือบสิบปี ร่างของฮาชิโกะถูกเก็บรักษาและจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติญี่ปุ่น และมีป้ายอนุสรณ์ของฮะชิโกตั้งอยู่ในสุสานอาโอยามะ (Aoyama) กรุงโตเกียว ในปี 2009 มีภาพยนตร์ที่สร้างจากชีวิตของฮาชิโกะออกมาชื่อ ฮาชิ หัวใจพูดได้ (Hachi: A Dog's Tale) และต้นปี 2014 คนที่รักและปรารถนาให้ฮาชิโกะได้พบกับเจ้านาย ได้รวบรวมทุนทรัพย์ให้ช่างหล่อรูปฮาชิโกะได้พบกับศาสตราจารย์อุเอะโนะ ในโอกาสครบรอบ 90 ปีแห่งการรอคอย (ครบรอบ 80 ปี นับจากวันที่ที่ฮาชิโกะจากโลกนี้หรือ 90 ปี นับตั้งแต่ปีที่เจ้านายของฮาชิโกะจากไป) โดยตั้งไว้ที่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยโตเกียว
อนุสาวรีย์ฮาชิโกะที่สถานีชิบุย่าในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ทดแทนของเดิมที่ถูกหลอมเอาโลหะไปใช้ในช่วงสงคราม เป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ที่หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นจะไปสัญญารักกันต่อหน้าฮาชิโกะ
ย่าเหลและฮาชิโกะ
สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่ผู้คนนิยมเลี้ยงมากที่สุด และคำกล่าวที่ว่า “สุนัขเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์” ไม่เกินจริงเลย ความรักความผูกพันระหว่างสุนัขและมนุษย์มีเรื่องเล่าที่น่าประทับใจมากมาย และมีสุนัขที่ได้รับเกียรติสร้างเป็นอนุสาวรีย์พร้อมเรื่องราวน่าจดจำ ที่คนไทยรู้จักกันดีคือ ย่าเหลและฮาชิโกะ
ย่าเหลเป็นสุนัขที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเลี้ยงและโปรดปราน เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังดำรงพระยศเป็นพระบรมโอรสาธิราชฯ ได้เสด็จฯ ไปตรวจเรือนจำจังหวัดนครปฐม ทรงรับลูกสุนัขพันทาง เพศผู้ ขนปุย หางเป็นพวง สีขาว มีแต้มดำ หูตก เกิดในเรือนจำจังหวัดนครปฐมมาเลี้ยงไว้ และพระราชทานนามว่า "ย่าเหล" ตามชื่อตัวละครเอก เอมิล ยาร์เลต์ (Emile Jarlet) จากบทละครฝรั่งเศสเรื่อง “My Friend Jarlet”
ย่าเหลเป็นสุนัขที่ฉลาดแสนรู้และช่างประจบ เป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่ง จนสร้างความอิจฉาและเกลียดชังในหมู่ข้าราชบริพารบางคน ย่าเหลชอบหนีออกไปเที่ยวนอกวังทำให้พระเจ้าอยู่หัวต้องทรงตามหาอยู่หลายครั้ง หลังเข้ามาอยู่ในวังได้ราวห้าปีมีผู้ไปพบย่าเหลนอนตายข้างกำแพงพระบรมมหาราชวังด้านวัดโพธิ์ ท่าเตียน มีรอยถูกปืนยิง พระเจ้าอยู่หัวทรงโทมนัสอย่างยิ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานศพแก่ย่าเหล มีหีบใส่ศพอย่างดี (ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์วัดพระปฐมเจดีย์) ทั้งยังให้มหาดเล็กแต่งตัวเป็นสัตว์นานาชนิดเข้าร่วมขบวนแห่ศพด้วย นอกจากนี้ยังมีของชำร่วยแจกในงานศพ เป็นผ้าเช็ดหน้าพิมพ์รูปย่าเหลและมีตราวชิระที่มุมด้านขวา พระราชทานเป็นของที่ระลึกแก่ทุกคนที่ไปร่วมงาน หลังงานศพของย่าเหล พระเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ย่าเหล หล่อด้วยโลหะทองแดง ประดิษฐานไว้หน้าพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ในพระราชวังสนามจันทร์ และได้ทรงพระราชนิพนธ์บทกลอนไว้อาลัยแก่ย่าเหล จารึกไว้ที่ด้านข้างของอนุสาวรีย์
ส่วน ฮาชิโกะ เป็นสุนัขเพศผู้ พันธุ์ อากิตะอินุ (Akita Inu) สีขาวครีม ของ ฮิเดะซะบุโร อุเอะโนะ (Hidesamuroh Ueno) ศาสตราจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล (มหาวิทยาลัยโตเกียวในปัจจุบัน) เขาตั้งชื่อสุนัขของเขาว่าฮาชิ ฮาชิโกะจะไปรอศาสตราจารย์อุเอะโนะกลับจากมหาวิทยาลัยทุกวันใกล้กับสถานีรถไฟชิบุย่า (Shibuya) จนกระทั่งในวันหนึ่งเจ้านายของฮาชิโกะได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันจากภาวะเลือดออกในสมอง และไม่ได้กลับไปที่สถานีรถไฟอีก แต่ฮาชิโกะยังคงมารอศาสตราจารย์อุเอะโนะที่สถานีชิบุย่าทุกวัน
หลังจากศาสตราจารย์อุเอะโนะเสียชีวิต อดีตคนสวนของศาสตราจารย์ ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟรับนฮาชิโกะมาดูแลแทน ต่อมานักศึกษาคนหนึ่งที่สนใจและเชี่ยวชาญในเรื่องสุนัขอากิตะซึ่งมีเหลืออยู่ไม่มาก ได้มาเห็นฮาชิโกะที่สถานีรถไฟแล้วตามกลับไปที่บ้านจึงทราบประวัติของฮาชิโกะ เขาได้เขียนบทความเกี่ยวกับความจงรักภักดีของฮาชิโกะไปตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์จนเรื่องราวของฮาชิโกะกลายเป็นเรื่องโด่งดังในญี่ปุ่น เริ่มมีผู้คนจำนวนหนึ่งที่นำขนมและอาหารไปให้แก่ฮาชิโกะที่สถานีรถไฟ ตำนานของฮาชิโกะกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติในเรื่องความซื่อสัตย์ จงรักภักดี และรู้คุณ
ในปี ค.ศ. 1934 สมเด็จพระราชินีญี่ปุ่นโปรดฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ฮาชิโกะหล่อด้วยทองแดงและนำไปตั้งไว้ที่สถานีรถไฟชิบุย่า ซึ่งในขณะนั้นฮาชิโกะยังมีชีวิตอยู่ในช่วงปีสุดท้าย ฮาชิโกะตายในวันที่ 8 มีนาคม 1935 โดยมีคนพบร่างของฮาชิโกะนอนฟุบอยู่ในบริเวณที่มันคอยเจ้านายมาเกือบสิบปี ร่างของฮาชิโกะถูกเก็บรักษาและจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติญี่ปุ่น และมีป้ายอนุสรณ์ของฮะชิโกตั้งอยู่ในสุสานอาโอยามะ (Aoyama) กรุงโตเกียว ในปี 2009 มีภาพยนตร์ที่สร้างจากชีวิตของฮาชิโกะออกมาชื่อ ฮาชิ หัวใจพูดได้ (Hachi: A Dog's Tale) และต้นปี 2014 คนที่รักและปรารถนาให้ฮาชิโกะได้พบกับเจ้านาย ได้รวบรวมทุนทรัพย์ให้ช่างหล่อรูปฮาชิโกะได้พบกับศาสตราจารย์อุเอะโนะ ในโอกาสครบรอบ 90 ปีแห่งการรอคอย (ครบรอบ 80 ปี นับจากวันที่ที่ฮาชิโกะจากโลกนี้หรือ 90 ปี นับตั้งแต่ปีที่เจ้านายของฮาชิโกะจากไป) โดยตั้งไว้ที่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยโตเกียว
อนุสาวรีย์ฮาชิโกะที่สถานีชิบุย่าในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ทดแทนของเดิมที่ถูกหลอมเอาโลหะไปใช้ในช่วงสงคราม เป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ที่หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นจะไปสัญญารักกันต่อหน้าฮาชิโกะ