สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 12
ปฏิวัติ รัฐประหาร วนเวียนไม่รู้จบ
ทหารกับการเมืองไทย มันไม่เคยแยกออกจากกันได้
แปลกตรงที่ว่า ผ่านมา 60 ปี ก็ยังมีประชาชนส่วนหนึ่ง ยังงมงายอยู่กับการรัฐประหาร
ดูถูกตัวเอง ว่าไม่มีปัญญาเลือกผู้นำเอง
น่าสงสารนะ.
ทหารกับการเมืองไทย มันไม่เคยแยกออกจากกันได้
แปลกตรงที่ว่า ผ่านมา 60 ปี ก็ยังมีประชาชนส่วนหนึ่ง ยังงมงายอยู่กับการรัฐประหาร
ดูถูกตัวเอง ว่าไม่มีปัญญาเลือกผู้นำเอง
น่าสงสารนะ.
สมาชิกหมายเลข 8435017 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5637935 ถูกใจ, Archery Rookies ถูกใจ, The fox in the stock ถูกใจ, peejim ถูกใจ, มังกรน้อยในสายฝน ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2917203 ขำกลิ้ง, ทาร์ซานเจ้าป่า ถูกใจ, - Jupiter - ถูกใจ, ไม่กินเผ็ด ถูกใจรวมถึงอีก 26 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 14
ตามประวัติศาสตร์แล้วไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่คนไทยที่จำต้องลี้ภัยออกนอกประเทศไปมักจะไม่ค่อยมีความสุขและอายุไม่ยืน มักจะตายลงอย่างรวดเร็วแทบทุกคน มีแค่ 2-3 คนเท่านั้นที่ออกไปแล้วอยู่ได้นานหน่อย
สมัยจอมพลแปลกต้องยอมรับผลงานอีกอย่างหนึ่งคือสามารถจัดการให้ประเทศไทยเกิดสถานีโทรทัศน์ได้สำเร็จเป็นประเทศที่ 3 ในทวีปเอเชีย แต่ถ้านับภาคพื้นทวีปแล้วไทยจะเป็นประเทศแรกในภาคพื้นทวีปเอเชียที่มีสถานีโทรทัศน์
ตอนที่จอมพลสฤษดิ์รัฐประหารนั้นบ้านเมืองอยู่ในสภาพที่เละเทะมากเนื่องจากนโยบายการสร้างรัฐตำนรวจของจอมพลแปลก ทำให้ตำรวจมีอำนาจมากและมีผู้มีอิทธิพลเต็มไปหมด มีการซ้อมผู้ต้องหากันบ่อยๆ นักเลงอันธพาลเต็มบ้านเต็มเมือง เกิดเพลิงไหม้ทุกวันเพราะคนจีนวางเพลิงหวังเอาประกัน พอจอมพลสฤษดิ์เข้ามาก็สั่งจัดการอย่างเด็ดขาดจัดการบรรดาผู้มีอิทธิพลและนักเลงอันธพาลหมดโดยจับส่งไปคุกลาดยาวและบางขวาง ใครวางเพลิงหากพบหลักฐานชัดเจนจอมพลสฤษดืก็สั่งยิงเป้าในที่เกิดเหตุเลย ทำให้คนที่ผ่านช่วงเวลานั้นมามักจะชอบจอมพลสฤษดิ์ที่ทำให้บ้านเมืองสงบปลอดภัยกัน
สมัยจอมพลแปลกต้องยอมรับผลงานอีกอย่างหนึ่งคือสามารถจัดการให้ประเทศไทยเกิดสถานีโทรทัศน์ได้สำเร็จเป็นประเทศที่ 3 ในทวีปเอเชีย แต่ถ้านับภาคพื้นทวีปแล้วไทยจะเป็นประเทศแรกในภาคพื้นทวีปเอเชียที่มีสถานีโทรทัศน์
ตอนที่จอมพลสฤษดิ์รัฐประหารนั้นบ้านเมืองอยู่ในสภาพที่เละเทะมากเนื่องจากนโยบายการสร้างรัฐตำนรวจของจอมพลแปลก ทำให้ตำรวจมีอำนาจมากและมีผู้มีอิทธิพลเต็มไปหมด มีการซ้อมผู้ต้องหากันบ่อยๆ นักเลงอันธพาลเต็มบ้านเต็มเมือง เกิดเพลิงไหม้ทุกวันเพราะคนจีนวางเพลิงหวังเอาประกัน พอจอมพลสฤษดิ์เข้ามาก็สั่งจัดการอย่างเด็ดขาดจัดการบรรดาผู้มีอิทธิพลและนักเลงอันธพาลหมดโดยจับส่งไปคุกลาดยาวและบางขวาง ใครวางเพลิงหากพบหลักฐานชัดเจนจอมพลสฤษดืก็สั่งยิงเป้าในที่เกิดเหตุเลย ทำให้คนที่ผ่านช่วงเวลานั้นมามักจะชอบจอมพลสฤษดิ์ที่ทำให้บ้านเมืองสงบปลอดภัยกัน
สมาชิกหมายเลข 1493245 ถูกใจ, peejim ถูกใจ, มังกรน้อยในสายฝน ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2917203 ถูกใจ, ทาร์ซานเจ้าป่า ถูกใจ, - Jupiter - ถูกใจ, pairrypotter ถูกใจ, Boromir ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3402855 ถูกใจ, ชุนเทียน ถูกใจรวมถึงอีก 3 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 2
เรื่องพวกนี้ถ้าตามอ่านดีๆจากหลายๆแหล่ง
จะเข้าใจสิ่งที่เกิดในบ้านเราขณะนี้มากครับ

ป.ล.ข่าวนี้ไม่แน่ใจว่ายุคไหน แต่ยังใช้ได้ในยุค 5 G
จาก Facebook
จะเข้าใจสิ่งที่เกิดในบ้านเราขณะนี้มากครับ

ป.ล.ข่าวนี้ไม่แน่ใจว่ายุคไหน แต่ยังใช้ได้ในยุค 5 G
จาก Facebook
peejim ถูกใจ, ทาร์ซานเจ้าป่า ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 818749 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3392230 ถูกใจ, Boromir ถูกใจ, ยิ้มแล้วโลกสดใส ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1171324 ถูกใจ, bermAggie ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3402855 ถูกใจ, ชุนเทียน หลงรักรวมถึงอีก 6 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 13
แจมด้วย เรื่อง งานด้านปฎิรูปที่ดินก็แล้วกันครับ
ผมเห็นว่าเรื่องการปฏิรูปที่ดิน เป็นเรื่องใหญ่
แนวทางการปฎิรูปที่ดิน ตามสมุดปกเปลือง ของ ปรีดี สุดโต่งและเป็นอุดมคติที่เลื่อนลอยเกินไป จึงล้มเหลว
ไม่เพียงล้มเหลว ยังน่าจะมีส่วนให้เกิดความแยกแม้ในคณะบุคคล 2475 เอง
ความพยายามปฎิรูปที่ดิน อีกครั้งในสมัยจอม พล ป แม้แนวทางจะดูอยู่ในความจริงมากขึ้น
ก็ยังคงไม่อาจผลักดันให้เกิดสภาพตามอุดมคติได้ ทั้งยังมีส่วนสำคัญให้ รักษาอำนาจเอาไว้ไม่ได้
ผมเข้าใจว่าทั้งสองท่าน มีเจตนาดี แต่ตั้งใจเกินไปจนมองสภาพการณ์ตามจริงพลาด

ที่ตัดมา: [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://4laws.info/2014/06/13/164/
ข้อมูลแหล่งอื่นๆ อากู๋มีให้เยอะครับ ใครสนใจก็ลองหาๆ อ่านดู
คิดว่าผม เอาอิฐมาล่อหยก ก็แล้วกัน
ผมเห็นว่าเรื่องการปฏิรูปที่ดิน เป็นเรื่องใหญ่
แนวทางการปฎิรูปที่ดิน ตามสมุดปกเปลือง ของ ปรีดี สุดโต่งและเป็นอุดมคติที่เลื่อนลอยเกินไป จึงล้มเหลว
ไม่เพียงล้มเหลว ยังน่าจะมีส่วนให้เกิดความแยกแม้ในคณะบุคคล 2475 เอง
ความพยายามปฎิรูปที่ดิน อีกครั้งในสมัยจอม พล ป แม้แนวทางจะดูอยู่ในความจริงมากขึ้น
ก็ยังคงไม่อาจผลักดันให้เกิดสภาพตามอุดมคติได้ ทั้งยังมีส่วนสำคัญให้ รักษาอำนาจเอาไว้ไม่ได้
ผมเข้าใจว่าทั้งสองท่าน มีเจตนาดี แต่ตั้งใจเกินไปจนมองสภาพการณ์ตามจริงพลาด

ที่ตัดมา: [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://4laws.info/2014/06/13/164/
ข้อมูลแหล่งอื่นๆ อากู๋มีให้เยอะครับ ใครสนใจก็ลองหาๆ อ่านดู
คิดว่าผม เอาอิฐมาล่อหยก ก็แล้วกัน
peejim ถูกใจ, ทาร์ซานเจ้าป่า ถูกใจ, - Jupiter - ถูกใจ, Boromir ถูกใจ, my skye ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3402855 ถูกใจ, ชุนเทียน ถูกใจ, ไม่บอกดีกว่า ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3333266 ถูกใจ, cnck4 ถูกใจรวมถึงอีก 1 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
รัฐประหาร.....16 ก.ย 2500.....อวสาน จอมพล ป. ตลอดกาล
โดยครั้งนี้นำโดย จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้มีสมญาว่า "จอมพลผ้าขาวม้าแดง"
หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 ก.พ 2500 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น
"การเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของไทย"
รัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ถึงแม้จะชนะเลือกตั้ง แต่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับ
ของประชาชน โดยเฉพาะนิสิต นักศึกษา วิกฤตศรัทธาจึงเกิดกับรัฐบาลตั้งแต่บัดนั้น
รูป พาดหัวหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับการโกงการเลือกตั้ง
และแล้ว หลังจากการเลือกตั้งผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ ในวันที่ 2 มีนาคม 2500
นิสิต นักศึกษา ชุมนุมประท้วงการเลือกตั้ง รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน
โดยให้ จอมพล สฤษดิ์ เป็นผู้ปราบการชุมนุม เมื่อขบวนนักศึกษาที่มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล
เคลื่อนมาถึงบริเวณสะพานมัฆวานก็พบกำลังทหารหน่วยหนึ่งตั้งประจัญหน้าไม่ยอมให้ผ่าน
เหตุการณ์ตึงเครียดมาก ทันใดนั้นเสียงของผู้บังคับหน่วยทหารได้ดังขึ้นว่า
"ทหารอย่าทำร้ายประชาชน ทุกคนปลดอาวุธ"
เสียงไชโยโห่ร้องของประชาชนดังขึ้น บรรยากาศดีขึ้นทันที และนายทหารที่คุมหน่วยนั้น
ต่อมาถูกยกย่องว่าเป็น "วีรบุรุษสะพานมัฆวาน" นายทหารผู้นั้นชื่อ ร้อยเอก อาทิตย์ กำลังเอก
รูป พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก
เมื่อจอมพล สฤษดิ์ มาถึงสะพานมัฆวาน ก็เจรจากับนักศึกษาให้อยู่ในความสงบ
และอาสาเป็นคนนำผู้ชุมนุมไปพบ จอมพล ป. ที่ทำเนียบด้วยตนเอง
เมื่อมาถึงทำเนียบ จอมพล ป จึงต้องออกมาพบผู้ชุมนุมที่สนามหญ้าหน้าทำเนียบ
โดยยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาไม่สะอาด และยอมให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่
ขณะนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ค่อยวางใจ จอมพลสฤษดิ์ จึงได้ประกาศให้สัญญากับผู้ชุมนุม
และเมื่อการชุมนุมยุติลงแล้ว จอมพล สฤษดิ์ ได้กล่าวทิ้งท้ายเป็นวลีอมตะในประวัติศาสตร์การเมืองไทยว่า
"พบกันใหม่ เมื่อชาติต้องการ"
หลังจากเหตุการณ์ชุมนุมครั้งนั้น ฝ่ายที่สนับสนุนจอมพล ป. เริ่มหวาดระแวง
จอมพลสฤษดิ์ โดยเฉพาะพลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ (พี่เขย พลเอก ชาติชาย ชุณหวัณ )
ซึ่งเป็นอธิบดีตำรวจ (กองกำลังตำรวจขณะนั้น มีอาวุธใกล้เคียงทหาร) พยายามหลายครั้ง
ที่จะจับกุมจอมพล สฤษดิ์ แต่ก็ไม่สำเร็จ
รูป พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ เจ้าของวลี "ไม่มีอะไรภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ "
ในวันที่ 14 กรกฏาคม 2500 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดจอมพล ป ครบรอบ 60 ปี
จอมพล สฤษดิ์ ได้นำสุนัขไปเป็นของขวัญ และพูดกับจอมพล ป. ว่า
"จะซื่อสัตย์กับท่านเหมือนหมาตัวนี้"
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ในวันที่ 15 กันยายน คณะทหารมีแถลงการณ์ให้จอมพล ป. และ พลตำรวจเอก เผ่า ลาออก
รัฐบาลจึงวางแผนจับกุม จอมพล สฤษดิ์ และพวกทันที ทำให้คณะทหารไม่มีทางเลือก
และชิง รปห ก่อนในวันที่ 16 กันยายน 2500
เมื่อ รัฐประหารสำเร็จ จอมพล ป. ได้หลบหนีออกไปทางเขมร และลี้ภัยอยู่ที่นั่น 3 เดือน
ก่อนที่บั้นปลายชีวิต จะไปอยู่ที่ญี่ปุ่น และถึงอสัญกรรมที่บ้านพักชานกรุงโตเกียว ในวันที่
11 มิถุนายน 2507 รวมอายุ 67 ปี ปิดฉาก นายกรัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดในเมืองไทย
ภาพบั้นปลายชีวิต จอมพล ป ขณะที่อยู่บ้านพักในญี่ปุ่น
ป.ล ข้อมูลบางส่วนและรูปภาพได้มาจาก วิกีพีเดีย , เวป rueanthai.com ,และ google
ป.ล 2 ฉายา จอมพล ผ้าขาวม้าแดง มาจากเวลาที่อยู่กับสาวๆ จอมพล สฤษดิ์ มักนุ่งผ้าขาวม้าแดง
ป.ล 3 หลังจากรัฐประหารสำเร็จ จอมพล สฤษดิ์ ให้นาย พจน์ สารสิน เป็นนายกได้ประมาณ 3 เดือนจึงให้
พลโท ถนอม กิตติขจร (ยศขณะนั้น) เป็นนายกคนต่อไป
ป.ล 4 การได้ตำแหน่ง นายก ของพลโท ถนอม เพราะว่า ยิ้มสวยกว่าคู่แข่งคือ พลโท ประภาส จารุเสถียร
ป.ล 5 การเมืองหลังปฎิวัติ 24 มิถุนายน 2475 เต็มไปด้วยการแย่งอำนาจ และกลับสู่ความสงบที่แท้จริง
หลังจากรัฐประหารครั้งนี้
ป.ล 6 วลี "ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว" เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ชุมนุมครั้งนี้ แต่ก็เป็นวลีอมตะ
ประจำตัวจอมพล สฤษดิ์ เหมือนกัน
ป.ล 7 ยังมีเกร็ดคำพูดแบบสนุกสนานอีกมากมาย จะทยอยเขียนให้อ่าน ถ้า ฟีดแบ็ค กระทู้นี้ดี