พอได้ศึกษาธรรมะ ก็ทำให้รู้ความจริงที่ว่า "เราต้องตายแน่ๆ"
ตายกันทุกคน ช้าหรือเร็วก็ไม่มีใครรู้ได้....
จริงๆแล้วมันก็เหมือนสาปแช่งตัวเอง แต่ผมมักจะได้ยินคนแก่
พูดบ่อยๆ ว่าถ้าตายนะเอาไปเผาวัดนี้นะ กระดูกเอาไปรวมกันกับ
ญาติๆเรา ที่ดินแบ่งกี่ส่วนให้ใครบ้าง จัดการไว้เรียบร้อย
แต่... กับพวกเราวัยหนุ่มสาวที่ชีวิต(น่าจะอยู่กันอีกยาว หลายสิบปีมั้ง)
ไม่เคยเห็นใครวางแผนไว้เลย พูดถึงก็ไม่ได้หาว่า แช่งอีก....
พอตายจริงๆก็ต้องลำบากคุณริว
-----------------------------------------------------
มีของที่รัก หรืออะไรที่เราหวง สมบัติต่างๆของเรา
สมมุติถ้าเราตายไปจริงๆเราจะไปแสดงความหวงกับคนที่
เอาของ ของเราไปรึเปล่า (แบบในหนัง ฮาๆๆ )
------------------------------------------------------------------
ผมมีกีตาร์โปร่งอยู่ตัวหนึ่ง ผลิตแค่ 2,000 ตัวในโลก
หวงมากๆ อยู่ๆก็คิดว่า...ถ้าเราตายไปแล้ว
กีตาร์ตัวนี้จะไปอยู่ที่ไหน แม่พ่อจะรู้รึเปล่าว่า แพงนะ หายาก....
ไม่ผลิตแล้วนะ ใครจะมาขอซื้อถูกๆ หรือ จะให้ใครที่ไม่รู้คุณค่าไปรึเปล่า
(เกิดความทุกข์ขึ้นในใจ)
บ้านเรา รถเรา และที่สำคัญแฟนเรา
เราจะตามไปหึงไปหวง ไอ้หนุ่มที่มาจีบแฟนเรารึเปล่า ?
---------------------------------------------------------------------------
คิดๆๆแล้วก็คิด หาคำตอบให้ตัวเอง
จนได้ข้อสรุปให้ตัวเองว่า........
เฮ้ยยย ทุกสิ่งอย่างมันมีช่วงเวลาของมัน
หมดเวลาของเรา (ก็คือหมดเวลา)
สิ่งของที่หามาได้จริงๆแล้วคือเช่า นั่นแหละ
เมื่อเราตายก็คือหมดสัญญาเช่า (เอาอะไรไปไม่ได้)
เพราะไม่ใช่ของเราจริงๆ แฟนที่รักกันมาเขาก็ "หมดหน้าที่"
(( ทุกสิ่งอย่างล้วนจะหมดหน้าที่ ในวันที่เราหมดหน้าที่จากโลกนี้แล้ว))
--------------------------------------------------------------------------------
แล้วเราจะไปเฉยๆเหรอ ?
อะไรวะรักกันมากนะ อยู่ๆรู้สึกตัวอีกที (เราไปยับอะไรอยู่ในรถวะหนะ)
ว่าจะไปเที่ยวเมืองนอกซะหน่อย (อยู่ๆหมอเซอร์ไพรส์ บอกว่าเป็นมะเร็ง)
สิ้นปีนะแม่เดี๋ยวบินไปเที่ยวเชียงใหม่กัน
-----------------------------------------------------------------
ตายคืออะไร ?
ตายคือ... หายไปจากโลกนี้
ตายคือ... ไม่ได้ไปเที่ยวไหนกันอีกแล้วนะ
ตายคือ... ไปแล้วนะ อยู่กันดีๆ
ตายคือ... อะไรที่คิดไว้ว่าจะทำ ก็จะไม่ได้ทำ
แล้ว....เราทำอะไรได้บ้าง ?
ผมคิดว่าน่าจะทำได้อยู่ 4 อย่างคือ
1.ทำเฉย แล้วแต่ละกัน แล้วแต่เลย ยอม.....ตาย
2.ทำชิว โอเค ปล่อยไหลจะเป็นไงก็เป็น
3.ทำเป็นใจกว้าง คิดบวกรับได้และเข้าใจความเป็นไปทุกสิ่ง
4.ทำให้ดีที่สุด ในช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่
-----------------------------------------------------------------
หลังจากตั้งคำถาม ? และหาคำตอบให้ตัวเองได้แล้ว
ผมใช้ชีวิตรอบคอบขึ้น ไม่ขับรถเร็วอะไรเสี่ยงตาย
ก็เลือกที่จะไม่ทำ และยังกลัวตายเหมือนคนทั่วไป
แต่ไม่ใช่กลัวเจ็บปวดตอนจะตาย แต่ผมเห็นแก่ตัว
รู้สึกยังสุขไม่พอเลย อยากมีความสุขให้นานๆ
อยากเห็นรอยยิ้มคนที่เรารักอีก อยากนู้นนี่ไปหมด
อยู่ๆจะให้หายไปจากโลกนี้ คงทำใจยาก.....
อะไรที่ทำแล้วคนในครอบครัวจะมีความสุขผมจะทำทันที
พ่อแม่อยากเที่ยวไหน อยากกินอะไรบอกมาเลย
จัดให้ทันที เพราะไม่รู้ว่าวันนี้จะวันสุดท้ายของผม
หรือของแม่ หรือเราจะไปพร้อมกันหมดยกบ้านรึเปล่า
-----------------------------------------------------------------
คิดบวก และปรับมุมมองของตัวเอง
ยอมรับความจริงให้ได้ และใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด
เพื่อนๆพี่มีใครบ้าเหมือนผมบ้างครับ....
มีใครเคยวางแผน (การตายของตัวเอง) ไว้บ้างครับ ?
ตายกันทุกคน ช้าหรือเร็วก็ไม่มีใครรู้ได้....
จริงๆแล้วมันก็เหมือนสาปแช่งตัวเอง แต่ผมมักจะได้ยินคนแก่
พูดบ่อยๆ ว่าถ้าตายนะเอาไปเผาวัดนี้นะ กระดูกเอาไปรวมกันกับ
ญาติๆเรา ที่ดินแบ่งกี่ส่วนให้ใครบ้าง จัดการไว้เรียบร้อย
แต่... กับพวกเราวัยหนุ่มสาวที่ชีวิต(น่าจะอยู่กันอีกยาว หลายสิบปีมั้ง)
ไม่เคยเห็นใครวางแผนไว้เลย พูดถึงก็ไม่ได้หาว่า แช่งอีก....
พอตายจริงๆก็ต้องลำบากคุณริว
-----------------------------------------------------
มีของที่รัก หรืออะไรที่เราหวง สมบัติต่างๆของเรา
สมมุติถ้าเราตายไปจริงๆเราจะไปแสดงความหวงกับคนที่
เอาของ ของเราไปรึเปล่า (แบบในหนัง ฮาๆๆ )
------------------------------------------------------------------
ผมมีกีตาร์โปร่งอยู่ตัวหนึ่ง ผลิตแค่ 2,000 ตัวในโลก
หวงมากๆ อยู่ๆก็คิดว่า...ถ้าเราตายไปแล้ว
กีตาร์ตัวนี้จะไปอยู่ที่ไหน แม่พ่อจะรู้รึเปล่าว่า แพงนะ หายาก....
ไม่ผลิตแล้วนะ ใครจะมาขอซื้อถูกๆ หรือ จะให้ใครที่ไม่รู้คุณค่าไปรึเปล่า
(เกิดความทุกข์ขึ้นในใจ)
บ้านเรา รถเรา และที่สำคัญแฟนเรา
เราจะตามไปหึงไปหวง ไอ้หนุ่มที่มาจีบแฟนเรารึเปล่า ?
---------------------------------------------------------------------------
คิดๆๆแล้วก็คิด หาคำตอบให้ตัวเอง
จนได้ข้อสรุปให้ตัวเองว่า........
เฮ้ยยย ทุกสิ่งอย่างมันมีช่วงเวลาของมัน
หมดเวลาของเรา (ก็คือหมดเวลา)
สิ่งของที่หามาได้จริงๆแล้วคือเช่า นั่นแหละ
เมื่อเราตายก็คือหมดสัญญาเช่า (เอาอะไรไปไม่ได้)
เพราะไม่ใช่ของเราจริงๆ แฟนที่รักกันมาเขาก็ "หมดหน้าที่"
(( ทุกสิ่งอย่างล้วนจะหมดหน้าที่ ในวันที่เราหมดหน้าที่จากโลกนี้แล้ว))
--------------------------------------------------------------------------------
แล้วเราจะไปเฉยๆเหรอ ?
อะไรวะรักกันมากนะ อยู่ๆรู้สึกตัวอีกที (เราไปยับอะไรอยู่ในรถวะหนะ)
ว่าจะไปเที่ยวเมืองนอกซะหน่อย (อยู่ๆหมอเซอร์ไพรส์ บอกว่าเป็นมะเร็ง)
สิ้นปีนะแม่เดี๋ยวบินไปเที่ยวเชียงใหม่กัน
-----------------------------------------------------------------
ตายคืออะไร ?
ตายคือ... หายไปจากโลกนี้
ตายคือ... ไม่ได้ไปเที่ยวไหนกันอีกแล้วนะ
ตายคือ... ไปแล้วนะ อยู่กันดีๆ
ตายคือ... อะไรที่คิดไว้ว่าจะทำ ก็จะไม่ได้ทำ
แล้ว....เราทำอะไรได้บ้าง ?
ผมคิดว่าน่าจะทำได้อยู่ 4 อย่างคือ
1.ทำเฉย แล้วแต่ละกัน แล้วแต่เลย ยอม.....ตาย
2.ทำชิว โอเค ปล่อยไหลจะเป็นไงก็เป็น
3.ทำเป็นใจกว้าง คิดบวกรับได้และเข้าใจความเป็นไปทุกสิ่ง
4.ทำให้ดีที่สุด ในช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่
-----------------------------------------------------------------
หลังจากตั้งคำถาม ? และหาคำตอบให้ตัวเองได้แล้ว
ผมใช้ชีวิตรอบคอบขึ้น ไม่ขับรถเร็วอะไรเสี่ยงตาย
ก็เลือกที่จะไม่ทำ และยังกลัวตายเหมือนคนทั่วไป
แต่ไม่ใช่กลัวเจ็บปวดตอนจะตาย แต่ผมเห็นแก่ตัว
รู้สึกยังสุขไม่พอเลย อยากมีความสุขให้นานๆ
อยากเห็นรอยยิ้มคนที่เรารักอีก อยากนู้นนี่ไปหมด
อยู่ๆจะให้หายไปจากโลกนี้ คงทำใจยาก.....
อะไรที่ทำแล้วคนในครอบครัวจะมีความสุขผมจะทำทันที
พ่อแม่อยากเที่ยวไหน อยากกินอะไรบอกมาเลย
จัดให้ทันที เพราะไม่รู้ว่าวันนี้จะวันสุดท้ายของผม
หรือของแม่ หรือเราจะไปพร้อมกันหมดยกบ้านรึเปล่า
-----------------------------------------------------------------
คิดบวก และปรับมุมมองของตัวเอง
ยอมรับความจริงให้ได้ และใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด
เพื่อนๆพี่มีใครบ้าเหมือนผมบ้างครับ....