ผมสงสัยอย่างเดียวครับ..
เอาสั้น ๆ เลยว่า..
จริง ๆ สงสัยหลายเรื่องแต่ผมสงสัยอย่างนึงที่มันโคตร paradox เช่น
"ก่อนเกมเจอซาอุ เรามีเวลาเตรียมตัว 10 วัน เลยได้ผลการแข่งขันที่ดี แต่พอเกมเจอญี่ปุ่น เรามีเวลาเตรียมตัวน้อยผลเลยออกมาไม่ดี"
ผมฟังแล้วเข้าใจถูกมั้ยครับว่า โค้ชโก้ มีเวลาเตรียมทีมเจอซาอุ 10 วัน (เจอซาอุ วันที่ 1 )
แต่เจอญี่ปุ่นหลังจากนั้น 5 วัน (วันที่ 6)
แสดงว่าโค้ชโก้ มีเวลาเตรียมทีมเจอญี่ปุ่น 15 วันใช่หรือไม่
ความจริงที่ปรากฏออกมาไม่ใช่ว่า โค้ชโก้มีเวลาเตรียมทีมเจอญี่ปุ่นมากกว่าซาอุหรอกหรือ
จากคำที่สัมภาาณ์ออกมา มันฟังราวกับว่า ทั้ง 2 วันแข่งกีฬาคนละประเภท คือซ้อมฟุตบอล 10 วันแข่งกับซาอุ แล้วอีก5 วันซ้อมตระกล้อแข่งกับญี่ปุ่น
หรือแผนของโค้ชในแต่ละเกม มันแยกเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จนไม่สามารถเอาทั้ง 2 เกมมา mix กันได้เลย จึงต้องแยะการซ้อมแต่ละเกมแบบขาดจากกัน
...............................
กลับมาดู ประเด็นที่ฮอตตอนนี้
ซิโก้บอกว่า ขอเวลา 10 วันเก็บตัวก่อนเจอ UAE และ อิรัก
ผมถามคำเดียวว่า............
นั่นหมายถึง โค้ชโก้ มีเวลาทำงาน 30 วันก่อนเจอ UAE และ 35 วัน ก่อนเจออิรัก
หรือโค้ชโก้ มีเวลาทำงาน 30 วันก่อนเจอ UAE และ อีก 5 วัน ก่อนเจออิรัก
...............................................
นอกจากเรื่องการเก็บตัวนักบอล ผมขอพูด เรื่องการจัดลำดับความสำคัญ
หลายคนคงเคยเจอโค้ชจอมเขี้ยว จอมแทคติกทั้งหลายแหล่ วางแผนเพื่อประโยชน์สูงสุดกับทีม
ถ้าลำดับเวลาการแข่งเป็นอย่างที่ผมเสนอไป ผมถามกลับไปที่แนวคิดโค้ชอย่างเดียวว่า โค้ชเคยจัดลำดับความสำคัญมั้ยว่า...
เจอใครต้องได้กี่แต้ม เช่นว่า..
ระหว่าง เรามีเวลาเตรียมตัวเจอ UAE = โค้ชโก้เตรียมงาน 23 วัน + เก็บตัว 7 วัน (ถ้าไม่ได้วันเพิ่ม)
กัน เรามีเวลาเตรียมเจอ อิรัก = โค้ชโก้มีเวลาเตรียมงาน 23 วัน + เก็บตัว 12 วัน
คำถามว่า เราควรเล่นเน้นผลเสมอนัดไหน และใส่นัดไหนให้เต็มตัว
ผมถามกลับไปถึงเกมก่อน 2 นัดแรก ที่พาพวกเราแทบหมดความหวังไปแล้ว
ผมถามว่า ถ้าเวลาในเก็บตัวมีผลจริง
ผลการแข่งขันกับ ญี่ปุ่น ต้องดีกว่ากับ ซาอุ ใช่ไม่ใช่
... และ นัดต่อไป
ผลการแข่งขัน กับ อิรัก ต้องดีกว่า ผลที่เจอกับ UAE ใช่ไม่ใช่
ผมถามแค่นี้แหละครับ
เวลาเก็บตัวมีผลกับนักบอลขนาดไหน
เอาสั้น ๆ เลยว่า..
จริง ๆ สงสัยหลายเรื่องแต่ผมสงสัยอย่างนึงที่มันโคตร paradox เช่น
"ก่อนเกมเจอซาอุ เรามีเวลาเตรียมตัว 10 วัน เลยได้ผลการแข่งขันที่ดี แต่พอเกมเจอญี่ปุ่น เรามีเวลาเตรียมตัวน้อยผลเลยออกมาไม่ดี"
ผมฟังแล้วเข้าใจถูกมั้ยครับว่า โค้ชโก้ มีเวลาเตรียมทีมเจอซาอุ 10 วัน (เจอซาอุ วันที่ 1 )
แต่เจอญี่ปุ่นหลังจากนั้น 5 วัน (วันที่ 6) แสดงว่าโค้ชโก้ มีเวลาเตรียมทีมเจอญี่ปุ่น 15 วันใช่หรือไม่
ความจริงที่ปรากฏออกมาไม่ใช่ว่า โค้ชโก้มีเวลาเตรียมทีมเจอญี่ปุ่นมากกว่าซาอุหรอกหรือ
จากคำที่สัมภาาณ์ออกมา มันฟังราวกับว่า ทั้ง 2 วันแข่งกีฬาคนละประเภท คือซ้อมฟุตบอล 10 วันแข่งกับซาอุ แล้วอีก5 วันซ้อมตระกล้อแข่งกับญี่ปุ่น
หรือแผนของโค้ชในแต่ละเกม มันแยกเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จนไม่สามารถเอาทั้ง 2 เกมมา mix กันได้เลย จึงต้องแยะการซ้อมแต่ละเกมแบบขาดจากกัน
...............................
กลับมาดู ประเด็นที่ฮอตตอนนี้
ซิโก้บอกว่า ขอเวลา 10 วันเก็บตัวก่อนเจอ UAE และ อิรัก
ผมถามคำเดียวว่า............
นั่นหมายถึง โค้ชโก้ มีเวลาทำงาน 30 วันก่อนเจอ UAE และ 35 วัน ก่อนเจออิรัก
หรือโค้ชโก้ มีเวลาทำงาน 30 วันก่อนเจอ UAE และ อีก 5 วัน ก่อนเจออิรัก
...............................................
นอกจากเรื่องการเก็บตัวนักบอล ผมขอพูด เรื่องการจัดลำดับความสำคัญ
หลายคนคงเคยเจอโค้ชจอมเขี้ยว จอมแทคติกทั้งหลายแหล่ วางแผนเพื่อประโยชน์สูงสุดกับทีม
ถ้าลำดับเวลาการแข่งเป็นอย่างที่ผมเสนอไป ผมถามกลับไปที่แนวคิดโค้ชอย่างเดียวว่า โค้ชเคยจัดลำดับความสำคัญมั้ยว่า...
เจอใครต้องได้กี่แต้ม เช่นว่า..
ระหว่าง เรามีเวลาเตรียมตัวเจอ UAE = โค้ชโก้เตรียมงาน 23 วัน + เก็บตัว 7 วัน (ถ้าไม่ได้วันเพิ่ม)
กัน เรามีเวลาเตรียมเจอ อิรัก = โค้ชโก้มีเวลาเตรียมงาน 23 วัน + เก็บตัว 12 วัน
คำถามว่า เราควรเล่นเน้นผลเสมอนัดไหน และใส่นัดไหนให้เต็มตัว
ผมถามกลับไปถึงเกมก่อน 2 นัดแรก ที่พาพวกเราแทบหมดความหวังไปแล้ว
ผมถามว่า ถ้าเวลาในเก็บตัวมีผลจริง ผลการแข่งขันกับ ญี่ปุ่น ต้องดีกว่ากับ ซาอุ ใช่ไม่ใช่
... และ นัดต่อไป ผลการแข่งขัน กับ อิรัก ต้องดีกว่า ผลที่เจอกับ UAE ใช่ไม่ใช่
ผมถามแค่นี้แหละครับ