ตั้งแต่กลางปี 15 รัฐบาลได้ออกมาเตือน พี่น้องชาวเกษตรกรให้รับมือกับวิกฤตภัยแล้ง
หลังจากผมได้ติดตั้งอินเตอร์เนต กับกล้องวงจรปิดที่สวนผมเมื่อปลายเดือนมกราคม 2016
ทำให้ผมมีความใกล้ชิด ผูกพันกับสวนทุเรียนที่ปลูกมากเป็นพิเศษ เพราะสามารถเปิดดูกล้อง
วงจรปิดเมื่อไหร่ก็ได้ สามารถเห็นเหตุการณ์ความเป็นไป ของสวนได้ตามเวลาจริงที่เกิดขึ้น
ว่าปั๊มน้ำทำงานตามเวลาที่ตั้งไว้มั้ย ฝนตก หรือแดดออก มีใครมาที่สวน เป็นต้น
จนกระทั่ง วันหนึ่งเมื่อต้นเดือน มีนาคม ปีนี้ เพื่อนผมได้โทรมาบอกว่า พี่ น้ำที่คลองเริ่มแห้งแล้ว
ตอนนี้ที่จันท์ ชาวสวนกำลังเดือดร้อนหนัก เพราะไม่มีน้ำ ต้องทำทุกอย่าง เพื่อจะหาน้ำมารด สวน
เพราะ ผลไม้กำลังออกลูกต้องการน้ำมาก จะทำยังไงให้ถึงเดือน พฤษภาคม ซึ่งอีกตั้ง 2 เดือนเศษ
วิกฤตภัยแล้งมาเยือน เร็วกว่าที่คิด
ปกติน้ำที่คลอง ไม่เคยแห้งเลย ปีนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ที่น้ำคลองแห้งจนสามารถลงไปเดินที่ ท้องคลองได้
เหตุเพราะว่าที่เขื่อนเขาไม่ปล่อยน้ำลงมา เพราะต้องกักเก็บน้ำไว้ให้ได้นานที่สุดจนกว่าฤดูฝนจะมาหรือ
ฝนจะตก ช่วงวิกฤตแค่ 2 เดือนเศษ ๆ ทำให้ชาวสวน แทบจะ หมดตัวกัน ไร่ สวน เสียหายหนัก เพราะไม่มีน้ำ
ผลผลิต ที่ออกมา เมื่อไม่มีน้ำ ชาวสวนก็จำเปนต้อง เลี้ยงต้นไว้ ด้วยการตัดผลทุเรียน มังคุด เงาะ ออก
ถ้ายังไม่มีน้ำ หลายๆ วัน ต้นไม้ก็ตาย โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นพืชที่อ่อนแอ ขาดน้ำไม่กี่วันก็ตายแล้ว
ปีนี้ สวนที่จันท์เสียหายเยอะมาก เพราะไม่มีน้ำ
ทุเรียนที่ผม เพิ่งปลูกได้ ไม่ถึงปียังไม่มีลูก แต่ต้นก็โตมากแล้ว ประเด็นก็คือทำอย่างไงให้ประคองให้
ผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ ก็ต้องวัดดวงกัน อย่างเก่งก็แค่ ปลูกใหม่หมดเท่านั้น เสียหายเป็นแสน แต่ไม่เท่ากับ
การที่ต้องเริ่มต้น นับหนึ่งใหม่อีก ผมจำได้ว่าตอนมาซื้อสวนที่นี่ใหม่ๆ มีคนพูดว่าน้ำที่คลองนี้ไม่เคยแห้ง
วันนี้ ตอนนี้ และเดี๋ยวนี้ น้ำแห้งขอด ทุกอย่างเป็นไปได้ เป็นชาวเกษตรกร มันลำบากอย่างนี้เอง
บ่นไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้มันดีขึ้น แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนดีกว่า
ลืมบอกไปว่าตัวผมอยู่กรุงเทพ งานแรกที่ผมทำก็คือ ผมเปลี่ยนระบบออโตเมติคของปั๊มน้ำ เป็นบังคับด้วยมือ
ยังโชคดีที่ทางเขื่อนเขาปล่อยน้ำมาเป็นระยะๆ ไม่ปล่อยให้สวนตายกันหมด โดยบางครั้ง 3 วันปล่อยน้ำมาทีนึง
บางครั้งก็ 7 วัน ทีนึง ซึ่งปล่อยครั้งนึงน้ำก็อยู่ในคลองประมาณวันหนึ่งก็แห้งแล้ว ช่วงเวลาที่ปล่อยน้ำก็มักเป็นตอน
กลางคืน หลังเที่ยงคืนไปแล้ว
ผมจำได้ว่าต้องเข้าจันท์เป็นการด่วนเพื่อไปติดตั้ง สปอตไลท์ที่ริมคลอง เพื่อเปิดดูตอนกลางคืนว่า
น้ำในคลองจะมาเมื่อไหร่จะได้เปิดปั๊มน้ำเลย จนผมมีความรู้สึกว่าเอาเปรียบชาวสวนคนอื่นเขามากเกินไป
รึเปล่า เพราะว่าสวนผมเปิดปั๊มทีเดียวรดน้ำได้ทั้งสวน แค่ชั่วโมงเดียวก็พอแล้ว
หน่ำซ้ำยังเปิดสปอตไลท์ดูน้ำในคลองจอนกลางคืนว่ามารึยัง จนต้องถามเพื่อนผมว่า กติกาชาวสวน
นั้นเป็นยังไง เพื่อนผมบอกว่า ทุกคนก็ตัวรอดกันทั้งนั้นล่ะ พี่ไม่สูบน้ำ คนอื่นเขาก็สูบ น้ำมีจำกัด
โดยเฉพาะเหนือสวนพี่ขึ้นไป เป็นสวนกล้วยเป็น พันไร่ เขาต่อท่อ 20 นิ้ว ลงไปในคลองดูดทั้งวันทั้งคืนเลย
น้ำเหลือมาถึงพี่ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว. ยังไงตอนมีน้ำก็รดให้เต็มที่เลย ทุเรียนต้นยังเล็กไม่เป็นไร รดทีหนึ่ง
อยู่ได้อีกหลายวัน ประคองตัวให้รอดก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง
วิกฤต 2 เดือนกว่า ทำให้ผมเรียนรู้ว่า เทคโนโลยี่มีประโยชน์มากจริงๆ ตอนที่เรามีและใช้มัน
ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเปิดปั๊มทีเดียว รดน้ำได้ทั้งสวน ใช้สั่งการด้วยโทรศัพท์ หรือ ไอแพด ดูน้ำจากกล้อง
วงจรปิด สั่งเปิดสปอตไลท์เพื่อดูน้ำตอนกลางคืนว่าเขื่อนปล่อยน้ำมารึยัง ตัวผมอยู่กรุงเทพ สวนอยู่
จันท์ ผมตื่นมาทุกคืน ตั้งแต่เที่ยงคืนยันเช้า เพื่อเปิดกล้องดูว่าน้ำมารึยังจะได้เปิดปั๊มน้ำ ผมโชคดีมากตรงที่ว่า
ได้อาศัยเทคโนโลยี่มาช่วย อย่างทันเวลากับเหตุการณ์ ไม่เช่นคงจะต้องเหนื่อย สาหัสสากรรจ์กว่านี้มาก
ในที่สุด สวนทุเรียนผมก็รอดและผ่านพ้นภัยแล้งไปด้วยดี และคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้คงไม่ให้เกิดขึ้นอีก
ถือเป็นบทเรียนที่ต้องได้รับการแก้ไข เพราะผมจะต้องขุดเจาะบ่อบาดาล เพื่อป้องกันเรื่องขาดน้ำ
อย่างว่าล่ะครับ ทำเกษตรถ้าขาดน้ำ ชีวิตจบสิ้นแน่
เมื่อผมต้องเป็นเกษตรกรจำเปน ตอน 12 เผชิญ วิกฤตเมื่อภัยแล้งมาเยือน
หลังจากผมได้ติดตั้งอินเตอร์เนต กับกล้องวงจรปิดที่สวนผมเมื่อปลายเดือนมกราคม 2016
ทำให้ผมมีความใกล้ชิด ผูกพันกับสวนทุเรียนที่ปลูกมากเป็นพิเศษ เพราะสามารถเปิดดูกล้อง
วงจรปิดเมื่อไหร่ก็ได้ สามารถเห็นเหตุการณ์ความเป็นไป ของสวนได้ตามเวลาจริงที่เกิดขึ้น
ว่าปั๊มน้ำทำงานตามเวลาที่ตั้งไว้มั้ย ฝนตก หรือแดดออก มีใครมาที่สวน เป็นต้น
จนกระทั่ง วันหนึ่งเมื่อต้นเดือน มีนาคม ปีนี้ เพื่อนผมได้โทรมาบอกว่า พี่ น้ำที่คลองเริ่มแห้งแล้ว
ตอนนี้ที่จันท์ ชาวสวนกำลังเดือดร้อนหนัก เพราะไม่มีน้ำ ต้องทำทุกอย่าง เพื่อจะหาน้ำมารด สวน
เพราะ ผลไม้กำลังออกลูกต้องการน้ำมาก จะทำยังไงให้ถึงเดือน พฤษภาคม ซึ่งอีกตั้ง 2 เดือนเศษ
วิกฤตภัยแล้งมาเยือน เร็วกว่าที่คิด
ปกติน้ำที่คลอง ไม่เคยแห้งเลย ปีนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ที่น้ำคลองแห้งจนสามารถลงไปเดินที่ ท้องคลองได้
เหตุเพราะว่าที่เขื่อนเขาไม่ปล่อยน้ำลงมา เพราะต้องกักเก็บน้ำไว้ให้ได้นานที่สุดจนกว่าฤดูฝนจะมาหรือ
ฝนจะตก ช่วงวิกฤตแค่ 2 เดือนเศษ ๆ ทำให้ชาวสวน แทบจะ หมดตัวกัน ไร่ สวน เสียหายหนัก เพราะไม่มีน้ำ
ผลผลิต ที่ออกมา เมื่อไม่มีน้ำ ชาวสวนก็จำเปนต้อง เลี้ยงต้นไว้ ด้วยการตัดผลทุเรียน มังคุด เงาะ ออก
ถ้ายังไม่มีน้ำ หลายๆ วัน ต้นไม้ก็ตาย โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นพืชที่อ่อนแอ ขาดน้ำไม่กี่วันก็ตายแล้ว
ปีนี้ สวนที่จันท์เสียหายเยอะมาก เพราะไม่มีน้ำ
ทุเรียนที่ผม เพิ่งปลูกได้ ไม่ถึงปียังไม่มีลูก แต่ต้นก็โตมากแล้ว ประเด็นก็คือทำอย่างไงให้ประคองให้
ผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ ก็ต้องวัดดวงกัน อย่างเก่งก็แค่ ปลูกใหม่หมดเท่านั้น เสียหายเป็นแสน แต่ไม่เท่ากับ
การที่ต้องเริ่มต้น นับหนึ่งใหม่อีก ผมจำได้ว่าตอนมาซื้อสวนที่นี่ใหม่ๆ มีคนพูดว่าน้ำที่คลองนี้ไม่เคยแห้ง
วันนี้ ตอนนี้ และเดี๋ยวนี้ น้ำแห้งขอด ทุกอย่างเป็นไปได้ เป็นชาวเกษตรกร มันลำบากอย่างนี้เอง
บ่นไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้มันดีขึ้น แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนดีกว่า
ลืมบอกไปว่าตัวผมอยู่กรุงเทพ งานแรกที่ผมทำก็คือ ผมเปลี่ยนระบบออโตเมติคของปั๊มน้ำ เป็นบังคับด้วยมือ
ยังโชคดีที่ทางเขื่อนเขาปล่อยน้ำมาเป็นระยะๆ ไม่ปล่อยให้สวนตายกันหมด โดยบางครั้ง 3 วันปล่อยน้ำมาทีนึง
บางครั้งก็ 7 วัน ทีนึง ซึ่งปล่อยครั้งนึงน้ำก็อยู่ในคลองประมาณวันหนึ่งก็แห้งแล้ว ช่วงเวลาที่ปล่อยน้ำก็มักเป็นตอน
กลางคืน หลังเที่ยงคืนไปแล้ว
ผมจำได้ว่าต้องเข้าจันท์เป็นการด่วนเพื่อไปติดตั้ง สปอตไลท์ที่ริมคลอง เพื่อเปิดดูตอนกลางคืนว่า
น้ำในคลองจะมาเมื่อไหร่จะได้เปิดปั๊มน้ำเลย จนผมมีความรู้สึกว่าเอาเปรียบชาวสวนคนอื่นเขามากเกินไป
รึเปล่า เพราะว่าสวนผมเปิดปั๊มทีเดียวรดน้ำได้ทั้งสวน แค่ชั่วโมงเดียวก็พอแล้ว
หน่ำซ้ำยังเปิดสปอตไลท์ดูน้ำในคลองจอนกลางคืนว่ามารึยัง จนต้องถามเพื่อนผมว่า กติกาชาวสวน
นั้นเป็นยังไง เพื่อนผมบอกว่า ทุกคนก็ตัวรอดกันทั้งนั้นล่ะ พี่ไม่สูบน้ำ คนอื่นเขาก็สูบ น้ำมีจำกัด
โดยเฉพาะเหนือสวนพี่ขึ้นไป เป็นสวนกล้วยเป็น พันไร่ เขาต่อท่อ 20 นิ้ว ลงไปในคลองดูดทั้งวันทั้งคืนเลย
น้ำเหลือมาถึงพี่ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว. ยังไงตอนมีน้ำก็รดให้เต็มที่เลย ทุเรียนต้นยังเล็กไม่เป็นไร รดทีหนึ่ง
อยู่ได้อีกหลายวัน ประคองตัวให้รอดก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง
วิกฤต 2 เดือนกว่า ทำให้ผมเรียนรู้ว่า เทคโนโลยี่มีประโยชน์มากจริงๆ ตอนที่เรามีและใช้มัน
ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเปิดปั๊มทีเดียว รดน้ำได้ทั้งสวน ใช้สั่งการด้วยโทรศัพท์ หรือ ไอแพด ดูน้ำจากกล้อง
วงจรปิด สั่งเปิดสปอตไลท์เพื่อดูน้ำตอนกลางคืนว่าเขื่อนปล่อยน้ำมารึยัง ตัวผมอยู่กรุงเทพ สวนอยู่
จันท์ ผมตื่นมาทุกคืน ตั้งแต่เที่ยงคืนยันเช้า เพื่อเปิดกล้องดูว่าน้ำมารึยังจะได้เปิดปั๊มน้ำ ผมโชคดีมากตรงที่ว่า
ได้อาศัยเทคโนโลยี่มาช่วย อย่างทันเวลากับเหตุการณ์ ไม่เช่นคงจะต้องเหนื่อย สาหัสสากรรจ์กว่านี้มาก
ในที่สุด สวนทุเรียนผมก็รอดและผ่านพ้นภัยแล้งไปด้วยดี และคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้คงไม่ให้เกิดขึ้นอีก
ถือเป็นบทเรียนที่ต้องได้รับการแก้ไข เพราะผมจะต้องขุดเจาะบ่อบาดาล เพื่อป้องกันเรื่องขาดน้ำ
อย่างว่าล่ะครับ ทำเกษตรถ้าขาดน้ำ ชีวิตจบสิ้นแน่