อดีตนายใหญ่ "ปราสาทสายฟ้า" ลงมือเขียนด้วยตัวเอง เกี่ยวกับเรื่องราวและประสบการณ์ของเขาที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ในฐานะที่เคยเป็นทั้งผู้จัดการทีมและเฮดโค้ชมาก่อน ทำให้ผมได้เจอกับประสบการณ์อันหลากหลายทั่วไป แต่คงไม่มีที่ไหนจะเหมือนกับที่ผมเจอที่บุรีรัมย์ ส่วนหนึ่งก็เพราะปรัชญาของเจ้าของสโมสรที่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานในแต่ละวันของทีมฟุตบอลในทุกระดับ
ซึ่งมันเป็นปรัชญาที่ไม่เหมือนใครในด้านการจัดการทีม
ผมรักนักเตะไทยและผมรักคนไทย พวกเขามีความแข็งแกร่งและมีจิตใจดี พวกนักเตะต่างก็เปิดใจเพื่อต้องการจะพัฒนาตัวเอง และผมก็เชื่อว่าผมได้สร้างความสัมพันธ์กับพวกเขาและแฟนๆ ผมคิดว่าผมได้นำความเป็นมืออาชีพที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน และผมก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขาพร้อมสำหรับมันหรืไม่
การโดนไล่ออกของผมเป็นเพราะไม่สามารถทำอะไรกับผลการแข่งขันได้ ผมเข้ามาถึงสโมสรเมื่อเดือนพฤษภาคมและได้เห็นว่ามีการจัดการที่แย่มากในทีมฟุตบอล นักเตะไม่ฟิต, ดูเนือยๆ และไม่มีแรงจูงใจ
อ่านบทความทั้งหมดต่อได้ที่
http://www.fourfourtwo.com/th/features/ktbikhekhiiyneng-prasbkaarnsanthiiburiiramy-yuuainetd
ก็อตบิขอเขียนเอง : ประสบการณ์สั้นๆที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ในฐานะที่เคยเป็นทั้งผู้จัดการทีมและเฮดโค้ชมาก่อน ทำให้ผมได้เจอกับประสบการณ์อันหลากหลายทั่วไป แต่คงไม่มีที่ไหนจะเหมือนกับที่ผมเจอที่บุรีรัมย์ ส่วนหนึ่งก็เพราะปรัชญาของเจ้าของสโมสรที่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานในแต่ละวันของทีมฟุตบอลในทุกระดับ
ซึ่งมันเป็นปรัชญาที่ไม่เหมือนใครในด้านการจัดการทีม
ผมรักนักเตะไทยและผมรักคนไทย พวกเขามีความแข็งแกร่งและมีจิตใจดี พวกนักเตะต่างก็เปิดใจเพื่อต้องการจะพัฒนาตัวเอง และผมก็เชื่อว่าผมได้สร้างความสัมพันธ์กับพวกเขาและแฟนๆ ผมคิดว่าผมได้นำความเป็นมืออาชีพที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน และผมก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขาพร้อมสำหรับมันหรืไม่
การโดนไล่ออกของผมเป็นเพราะไม่สามารถทำอะไรกับผลการแข่งขันได้ ผมเข้ามาถึงสโมสรเมื่อเดือนพฤษภาคมและได้เห็นว่ามีการจัดการที่แย่มากในทีมฟุตบอล นักเตะไม่ฟิต, ดูเนือยๆ และไม่มีแรงจูงใจ
อ่านบทความทั้งหมดต่อได้ที่ http://www.fourfourtwo.com/th/features/ktbikhekhiiyneng-prasbkaarnsanthiiburiiramy-yuuainetd