ผมมักจะหงุดหงิดที่มีคนขับรถเข้าอีซี่พาส แล้วเครื่องไม่ทำงาน ทำให้ชะงักกันไปหมด
ในใจก็คิดว่า เป็นอะไรนักหนานะ ทำไมเข้าช่องผิด บลาๆ
จนมาเจอกกับตัว เมื่อวาน เข้าทางด่วนตรงท่าเรือคลองเตย
เจอว่าเครื่องไม่อ่าน ก็มีเจ้าหน้าที่เอาเครื่องไปแสกนก็ผ่านมาได้ แต่ก็มีเสียงออกลำโพงมาว่า ให้แจ้งเจ้าของรถ
ให้นำเครื่อง Easy Pass ไปเปลี่ยนด้วย
พอวันนี้ เข้าทางด่วนแถวพระรามสามเหมือนเดิม เครื่องไม่อ่าน
แล้วคิดว่าพอมีเวลาอยู่บ้าง เลยตรงไปที่สำนักงานในด่านเพื่อขอเปลี่ยน
เจอเจ้าหน้าที่ บอกว่า เปลี่ยนไม่ได้ ต้องทำเรื่องยกเลิกการใช้ โดย
ต้องเอาเครื่อง เอาสำเนาบัตรประชาชน และ สำเนาสมุดบัญชี
นั่นคือ ต้องเสียเวลากว่าจะได้เงินคืน (ไม่รู้ว่ากี่วัน ไม่ได้ถาม โมโหก่อน)
แล้วต้องทำขอสมัครใช้ใหม่
เจ้าหน้าที่บอกว่า เครื่องรุ่นนี้ ไม่มีให้เปลี่ยนแล้ว และไม่ได้ใช้วิธีเปลี่ยน
ด่านเมื่อวาน บอกไม่ถูก ด้วยเป็นเครื่องของทางด่วน 1 หรือ 2 อะไรนี่แหละ
(เหมือนจะบอกว่าคนละบริษัทกัน) ผมเลยบอกว่า ผมไม่ได้สนใจหรอกว่า
จะเป็นโครงการไหน แต่เมื่อให้บริการแบบนี้ สิ่งที่ควรทำคือ
มีเครื่องพร้อมที่จะเปลี่ยนให้ลูกค้าในทันทีที่เครื่องเสีย หรือเครื่องหมดอายุเนื่องจากถ่านหมด
ซึ่งก็ไม่ได้มีความยากในทางปฏิบัติเลย ถ้ารู้ว่าในระบบคอมพิวเตอร์มันออนไลน์
มันมีข้อมูลอยู่แล้วว่า ในหมายเลขเครื่องนี้มีเงินอยู่เท่าไหร่ ก็จัดการเปลี่ยนสิครับ
ให้คิดว่าตัวเครื่องก็เหมือนสมุดบัญชี มีการหมดเล่มยกเลิกเล่มเก่า ออกสมุดเล่มใหม่
ที่แบงค์ทำกัน มันก็ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็เสร็จ
ไม่เห็นต้องคิดอะไรให้มันมากเรื่องเลย
ส่วน จะให้เป็นหลักฐานว่าใครเป็นผู้เปลี่ยนก็ไม่ยาก
ลงข้อมูลในเครื่องว่าผู้ที่มาเปลี่ยนมีหมายเลขบัตรประชาชนอะไร ชื่ออะไร ก็เพียงพอแล้ว
จึงถึงบทสรุปไม่ได้ว่า ที่ทำแบบนี้ เพราะไม่ฉลาด หรือตั้งใจให้มันยุ่งยาก
เงินก็เก็บล่วงหน้า ประชาชนจะใช้ใหม่ก็จะเก็บล่วงหน้าไปอีก
ไม่รู้ว่า ฉลาดน้อย หรือ ชอบเอาเปรียบประชาชน ปัญหาของ EASY PASS รุ่นแรก ๆ
ในใจก็คิดว่า เป็นอะไรนักหนานะ ทำไมเข้าช่องผิด บลาๆ
จนมาเจอกกับตัว เมื่อวาน เข้าทางด่วนตรงท่าเรือคลองเตย
เจอว่าเครื่องไม่อ่าน ก็มีเจ้าหน้าที่เอาเครื่องไปแสกนก็ผ่านมาได้ แต่ก็มีเสียงออกลำโพงมาว่า ให้แจ้งเจ้าของรถ
ให้นำเครื่อง Easy Pass ไปเปลี่ยนด้วย
พอวันนี้ เข้าทางด่วนแถวพระรามสามเหมือนเดิม เครื่องไม่อ่าน
แล้วคิดว่าพอมีเวลาอยู่บ้าง เลยตรงไปที่สำนักงานในด่านเพื่อขอเปลี่ยน
เจอเจ้าหน้าที่ บอกว่า เปลี่ยนไม่ได้ ต้องทำเรื่องยกเลิกการใช้ โดย
ต้องเอาเครื่อง เอาสำเนาบัตรประชาชน และ สำเนาสมุดบัญชี
นั่นคือ ต้องเสียเวลากว่าจะได้เงินคืน (ไม่รู้ว่ากี่วัน ไม่ได้ถาม โมโหก่อน)
แล้วต้องทำขอสมัครใช้ใหม่
เจ้าหน้าที่บอกว่า เครื่องรุ่นนี้ ไม่มีให้เปลี่ยนแล้ว และไม่ได้ใช้วิธีเปลี่ยน
ด่านเมื่อวาน บอกไม่ถูก ด้วยเป็นเครื่องของทางด่วน 1 หรือ 2 อะไรนี่แหละ
(เหมือนจะบอกว่าคนละบริษัทกัน) ผมเลยบอกว่า ผมไม่ได้สนใจหรอกว่า
จะเป็นโครงการไหน แต่เมื่อให้บริการแบบนี้ สิ่งที่ควรทำคือ
มีเครื่องพร้อมที่จะเปลี่ยนให้ลูกค้าในทันทีที่เครื่องเสีย หรือเครื่องหมดอายุเนื่องจากถ่านหมด
ซึ่งก็ไม่ได้มีความยากในทางปฏิบัติเลย ถ้ารู้ว่าในระบบคอมพิวเตอร์มันออนไลน์
มันมีข้อมูลอยู่แล้วว่า ในหมายเลขเครื่องนี้มีเงินอยู่เท่าไหร่ ก็จัดการเปลี่ยนสิครับ
ให้คิดว่าตัวเครื่องก็เหมือนสมุดบัญชี มีการหมดเล่มยกเลิกเล่มเก่า ออกสมุดเล่มใหม่
ที่แบงค์ทำกัน มันก็ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็เสร็จ
ไม่เห็นต้องคิดอะไรให้มันมากเรื่องเลย
ส่วน จะให้เป็นหลักฐานว่าใครเป็นผู้เปลี่ยนก็ไม่ยาก
ลงข้อมูลในเครื่องว่าผู้ที่มาเปลี่ยนมีหมายเลขบัตรประชาชนอะไร ชื่ออะไร ก็เพียงพอแล้ว
จึงถึงบทสรุปไม่ได้ว่า ที่ทำแบบนี้ เพราะไม่ฉลาด หรือตั้งใจให้มันยุ่งยาก
เงินก็เก็บล่วงหน้า ประชาชนจะใช้ใหม่ก็จะเก็บล่วงหน้าไปอีก