โรงเรียนควรเพิ่มวิชาบังคับปรัชญาและจิตวิทยาเข้าไปในเนื้อหาไหม?

(ยาวนิดนึงนะ แต่อย่างน้อยก็สั้นกว่าหนังสือนิยายละกัน ช่วยกันวิเคราะห์จะขอบพระคุณมาก)
ศาสตร์ที่ใกล้ตัวคนเราที่สุดและมีผลต่อการเรียนรู้ นิสัย ความคิด ซึ่งเราอยู่กับมันตลอดเวลา
ผมว่าต้องยกให้ 2 วิชานี้นะ เห็นชัดๆเลยว่าคนไทยขาดหลักคิด ขาดเหตุผล
ไม่รู้ถึงแก่นของชีวิตที่แท้จริง และแก่นของการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข
ทำไมผมถึงกล้าพูดแบบนั้น ปัญหาที่ทำให้ผมบอกแบบนี้มันมีมากมายจนนับไม่ถ้วน

โดยเฉพาะการด่ากันทางโซเชียล
การที่คนกล้าด่ากันทางโซเชียลข้อหนึ่งก็เพราะว่าคิดว่าตัวเองไม่ต้องรับผิดชอบคำพูด(ซึ่งจริงๆแล้วถูกฟ้องร้องได้สบายมาก)
คนประเภทนี้จะมีความรับผิดชอบแค่ความทุกข์ของตัวเอง กลัวโดนต่อย กลัวโดนคนประจาน กลัวโดนชี้หน้าด่า ฯลฯ
ซึ่งในโซเชียล ความกลัวของคนพวกนี้มันไม่มี เพราะการตามตัวมันค่อนข้างยาก เราจึงแยกประเภทคนพวกนี้ออกได้ง่ายมาก
แต่สำหรับคนอีกแบบคือมีความรับผิดชอบต่อคนอื่น สิ่งที่คนพวกนี้กลัวคือ กลัวคู่สนทนาทุกข์ใจ กลัวความคิดเค้าจะเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง
กลัวว่าการพูดคุยอย่างหวังดีจะสูญเปล่า กลัวจะถูกปฏิเสธความหวังดี ฯลฯ
จะเห็นว่าสิ่งที่คนที่มีความรับผิดชอบต่อผู้อื่นมันมีมากมายและเกิดขึ้นได้ตลอดไม่ว่าจะสื่อสารทางไหน
แต่ไม่ได้แปลว่าคนที่ดีจะทำสิ่งที่แย่บ้างไม่ได้ เพราะบางทีการป้องกันตัวเองด้วยการตอบโต้ก็ควรทำ
เพื่อไม่ให้เกิดความเก็บกด ความเก็บกดคืออะไร
สำหรับคนทั่วไปอาจไม่เคยคิดอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน
แต่สำหรับผม ความเก็บกดนั้นหมายถึงการตอกย้ำอารมณ์ด้านลบ
ไม่ว่าจะถูกตอกย้ำโดยผู้อื่นหรือตัวเองเก็บมาคิดก็ใช่ทั้งนั้น
มันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ การเก็บกดนี้เริ่มแรกมันจะมาจากสังคมรอบข้างที่ยัดเยียดการกระทำแย่ๆให้คนๆหนึ่ง
แต่เมื่อมันเกิดบ่อยมากพอ สมองของคนที่ถูกกระทำจะคิดโดยอัตโนมัติเมื่ออยุ่ในเหตุการณ์ใกล้เคียง
และเมื่อหนักข้อเข้าไปอีก สมองจะคิดแทบตลอดเวลาที่ว่าง แม้จะไม่ถูกกระทำแล้วก็ตาม
นี่คือกลไกในการผลิต"ฆาตกร"กลไกหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องง่ายและก็ไม่ยากเช่นกัน
หากคุณทำให้คนๆหนึ่งไม่มีที่ยืนในสังคมเมื่อไหร่ นั่นแหล่ะคือคุณกำลังสร้างคนแบบที่ว่า
ส่วนเหตุผลลึกๆว่าทำไมผมถึงบอกเช่นนี้ผมขอไม่พูดละกัน
เพราะหากผมพูดไปแล้วมีคนที่จิตใจกำลังอ่อนแอ คุณอาจจะเผลอเชื่อผมโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นก็ได้
เอาง่ายๆว่ามันคือหนึ่งในชุดข้อมูลที่เลวที่อาจมีคนกำลังคิดแบบนั้น

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ยังไงเราก็ต้องอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขให้ได้
การสื่อสารเป็นหนึ่งในสิ่งหลักที่จะตัดสินชีวิตของคนๆหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นการบอกกล่าวหรือตำหนิหรือโต้แย้ง จำเป็นต้องไม่หยาบคายหรือ-ดัน
หากคุณไม่พูดให้ดีๆ คนอื่นก็จะพูดไม่ดีกับคุณ และก็ไม่มีเหตุผลที่คุณจะห้ามใครด่าคุณกลับด้วย
คำพูดที่จริงใจคือคำพูดที่พูดโดยอยากให้คนฟังนั้นรับฟัง ไม่ใช่คำพูดที่ออกมาโดยสุนัขในปาก
เพราะการที่คุณพูดไม่น่าฟังนั้นหมายถึงการระบายอารมณ์ในความยึดติดเหตุผลของตัวเองออกมา ไม่ใช่การหวังดีต่อผู้ฟัง
เป็นเหมือนการผลักภาระความอัดอั้นตันใจของตนด้วยคำพูดหยาบๆให้ไปตกถึงผู้ฟังที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แล้วตัวคนพูดก็สบายตัวไป
หากคุณยังระงับอารมณ์ตัวเองให้ไม่พูดในสิ่งแย่ๆไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าคนฟังจะทนได้เช่นกัน

***สุดท้ายนี้ กรุณาอย่าใช้ข้อมูลของ จขกท ในการอ้างอิงใดๆ เพราะ จขกท พูดตามประสบการณ์เหมือนหนังสือทั่วๆไป***

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่