"ปีนัง....เที่ยวง่ายใกล้นิดเดียว"

มาเล่าสู่กันฟัง แชร์บรรยากาศการไปเที่ยว ต่างแดนในราคาประหยัดสุดๆ ไปลุยกันเลย ^^ Go Go
เป็นการเดินทางที่ไม่ได้มีแผนอะไรมากมาย เราสองคนตกลงปลงใจแล้วก็ตกลงไปกัน แบบงงๆ เหตุการณ์มันแบบรวดเร็วมาก เริ่มจากตั๋วโปรโมชั่น กรุงเทพฯ – หาดใหญ กับสายการบิน Lion Air โปรแรง สุดๆ 375 บาท เราจึงสอยมาก่อนแล้วก็คิดว่า จะไป ปีนัง กันโดยการนั่งรถตู้จากหาดใหญ่ไปเพื่อช่วยประหยัด ค่าใช้จ่าย แต่หากใครมีงบประมาณมากอีกสักหน่อยก็แนะนำให้บินตรงลงปีนัง เลยนะค่ะ เพราะกว่าจะนั่งรถ ผ่าน ตม ก็กินเวลาไป 4 ชั่วโมงกว่าไปแล้วค่ะ นั่งกันจนเมื่อยเลยทีเดียว
เราเดินทางจากดอนเมืองไปลงหาดใหญ่ไฟล์ 10.00 เช้า ถึงหาดใหญ่  11.15 จากนั้นนั่งรถตู้จากหาดใหญ่ไปปีนัง ราคา 800 บาท ไป – กลับ รถไปส่งและไปรับที่โรงแรมเลยค่ะ เราขึ้นรถตู้รอบ 12.30 น. เราถึงปีนังราวๆ เกือบหกโมงเย็นแล้วค่า ซึ่งก็หมดไป 1 วันยังไม่ได้เที่ยวเลยแฮ่ะ แง๊ๆๆๆ เราพักกันที่ Great Hose ชื่อ Malabar ค่ะ พนักงาน พูดไทยได้ ช่วยเหลือดีมากค่ะ ราคาถูกมากค่ะคืนละ 250 บาทแต่ห้องน้ำรวมนะค่ะ แต่เรา โอเค เพราะไม่ได้อยู่ห้องเท่าไหร่ อ่อ ที่พักเราใกล้ตึกคอมต้านะค่ะ ซึ่งเป็นห้างใจกลางปีนังเลยค่ะ มีรถเมล์เกือบที่สายขึ้นจากที่นี้ค่ะ ที่ปีนังเป็นเมืองไม่ใหญ่นะค่ะเป็นเกาะเล็ก แต่การเดินทางสะดวกมากค่ะ นั่งรถเมล์ก็เที่ยวได้ทั่วปีนังแล้วค่ะ






Day 1 เข้าที่พัก หาของกินรอบๆค่ะ บรรยากาศบริเวณที่พัก คึกครื้นดีค่ะ ร้านอาหารเยอะ และก็เป็นตลาดคล้ายๆโต้รุ่ง ในต่างจังหวัดบ้านเราค่ะ ขายอาหารเป็นจุดๆ อากาศที่มาถึงช่วงเย็นสบายๆนะค่ะ ลมแรงดีมาก แต่แอบมีความรู้สึกถึงความเหนียว เพราะปีนังนี้เป็นเกาะค่ะ ล้อมรอบด้วยทะเลค่ะ ถึงแม้เราจะไม่ได้พักใกล้ทะเล แต่เราสัมผัสได้ค่ะ 5555







Day 2 เราไปกันที่
Street Art สถานที่สุดฮิสเตอร์ ที่ยอดนิยมของปีนัง และ ไปเดินเล่นที่ สวนสาธารณะ เอสพลานาค ปั่นจักรยานไปเที่ยวย่านจอร์จทาวน์ เราปั่นจักรยานเที่ยวไปเรื่อยๆ แวะร้านอาหาร ร้านกาแฟน่ารัก ตามใจอยากเข้าเลยค่ะไม่ได้วางแผนว่าต้องไปที่ไหนบ้าง Free Style กันสุดๆหลงบ้างอะไรบ้าง มีหงุดหงิดบ้าง หลงทางบ้าง เราได้ แผนที่มาจากที่พักแต่แลดูแลทำให้งงและสับสนไปบ้าง ทำให้เหมือนว่า ปั่นจักรยานเป็นวงกลม ก็ไม่เจอสถานที่ในแผนที่สักที อารมณ์เสียกันนิดหน่อยและเราก็ขจัดมันทิ้งไป เพื่อความฟินสุดติ่งของการมาเที่ยวของเรา 555





















Day 3 มาฟินกันที่   ปีนังฮิลล์ (Penang Hill) สถานที่ ที่แนะนำให้มากันค่ะ ถ้ามาถึงที่นี้แล้ว แล้วแต่สภาพอากาศนะค่ะ บางวันมีหมอกลงหนาจนไม่เห็นอะไรเลย ซึ่งเรา  2 คน เป็นคนโชคร้านนิดหน่อย เช้าวันที่ 3 ฝนตกหนักมาเรียกว่าเหมือน เทน้ำมาสาดกันเลยแระ หน้าที่พักน้ำท่วมค่ะ 55 เราไม่สนใจ ตัดสินใจไป ถึงแม้จะรู้ว่าหมอก ต้องจัดแน่ๆ ถึงหมอกจะหนา แต่ความสวยไม่ได้ถูกบดบังจดหมด และสิ่งที่พ่วงมาด้วยคือ อากาศดีสุดๆเลยค่ะ  ที่มาเลเซีย จะเรียกที่นี่ว่า Bukit Bendera นะค่ะ ส่วนวิธีการเดินทางมาเที่ยวที่ ปีนังฮิลล์ (Penang Hill) นั้นก็ง่ายมากค่ะ นั่งรถจากที่ตึกคอมต้า สาย 204 ครับ มีสายเดียวที่ผ่าน ราคา 2 ริงกิต หรือประมาณ 20 บาทไทย ส่วนใครที่กลัวว่าจะลงรถไม่ถูกก็ไม่ต้องกังวล เพราะเราต้องนั่งไปลงสุดสายพอดี ยังไงก็ไม่หลงแน่ๆค่ะ  ปีนังฮิลล์ (Penang Hill) นั้น อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 800 เมตรค่ะ ทำให้อากาศด้านบนเย็นสบาย อยู่บนเนินเขาปีนัง ฮิลล์ หรือ บูกิต เบนดารา (Bukit Bemdara) สามารถชมเมืองจอร์จทาวน์ได้อย่างสุดสายตา วิธีการขึ้นไปบน ปีนังฮิลล์ (Penang Hill) นั้นสามารถเดินเท้าขึ้นไปได้ด้วยนะค่ะแต่จะให้เวลาเยอะมากๆๆค่ะ และต้องใช้แรงเป็นอย่างมาก แต่วิธีที่คนนิยมกันก็จะเป็นการขึ้นด้วยรถรางไฟฟ้า รถรางไฟฟ้าและเคเบิลที่ขึ้นสู่ปีนัง ฮิลล์ เป็นรถรางสายแรกในเอเชีย ที่สร้างโดยบริษัทรถรางสัญชาติสวิส โดยเคเบิลที่ใช้ลากรถ เลื่อนขึ้นลงนั้นใช้งานตั้งแต่ปี 1923 ระหว่างทางจะฟินมากกับทิวทัศน์ต้นไม้นานา เพลินตามากค่ะ ส่วนราคาค่ารถรางไฟฟ้า นั้นนักท่องเที่ยวจะเสีย 30 ริงกิต หรือประมาณ 300 บาทไทย สำหรับไป-กลับ นะค่ะ









อีกที่ที่ไปวันนี้ คือ วัดเก็กลกสี่ รู้จักกันอีกชื่อคือ Temple of Supreme Bliss กล่าวกันว่า เป็นวัดพุทธที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นวัดชื่อดังของปีนังค่ะ วัดเก็กลกสี่ ตั้งอยู่ที่อีร์อิตัม.     (Air Itam) เชื่อกันว่าเนินเขาในบริเวณนี้.         (ชื่อ "ฮีซาน" หรือเนินเขานกกระเรียน) มีฮวงจุ้ยดี เหมาะกับการสร้าง วัด ก็กลกสี่เปิดเวลา 7.00-21.00 น. ไม่ต้องเสียค่าเข้าชม ยกเว้นในกรณีที่คุณต้องการเข้าไปในเจดีย์และใช้ Sky Lift ซึ่งต้องจ่ายค่าเข้าชม 2 ริงกิต การเดินทาง ขึ้นรถประจำทาง Rapid Penang สาย 201, 203, 204, 206,306, หรือ U502 ขึ้นรถที่ตึกคอมต้าได้นะค่ะ จะเห็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมตั้งแต่ไกล ลงจากรถที่ถนนจาลันปาซาร์ บริเวณตีนเนินเขาซึ่งเป็นที่ตั้งวัด จากนั้น เดินมาตามป้ายบอกทางจนถึงวัด หากไม่แน่ใจว่าลงตรงไหนบอกคนขับรถให้ช่วยบอกเมื่อถึงก็ได้ค่ะ  เดินทางง่ายมาก แต่กว่าจะเดินจากตีนเขาไปถึงวัด ไกล พอสมควร อยู่นะค่ะเล่นเอาเมื่อย 555















Day  4 เราเดินทางกลับค่ะ แต่เช้าเลย เพราะเรากลับ Fight ช่วงบ่าย กลัวจะตกเครื่อง ให้รถมาเราที่พักตอน 08.00 ค่ะ ถึงสงขลา ประมาณ 12.30 ค่ะ ก็ไปทานข้าวกลางวันกัน แล้วก็กลับค่ะ เป็นทริปสั้นๆที่สนุกมาก และค่าใช้จ่ายตลอดทั้งทริปของเรา 4,500 บาทค่ะ เราไม่ได้จดว่าใช้อะไรไปเท่าไหร่นะค่ะ แต่กินอยู่สบายๆไม่ได้จำกัดงบนะค่ะ มีซื้อของฝากยอดนิยม กาแฟ ปีนังกับช็อกโกแลต กลับไทยด้วยค่ะ ว่างๆก็หาเวลา สัก 3 วัน 2 คืนก็เที่ยวปีนังได้ชิลล์ๆค่ะ เจอกันทริปหน้านะค่ะ ยังมีที่ที่เราตั้งใจจะไปแต่เวลาไม่พออีกคือ อุทยานแห่งชาติที่ปีนังค่ะ หวังว่าถ้ามีโอกาสจะกลับไปอีกแน่นอนค่ะ

บ๊ายบายปีนัง

แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่