20
แซ็คคารี่ เบนสัน
โดย ฮาร์โมนิก้า
อาร์ทแกลเลอรี่แห่งนั้นแท้จริงเป็นร้านอาหารกึ่งคาเฟซึ่งจัดทำเป็นโชว์รูมแสดงและขายงานศิลปะ
ภายในร้านตกแต่งสไตล์ทันสมัยและเรียบง่ายเพื่อเน้นให้งานศิลปะเด่นกว่าเครื่องเรือนหรือการตกแต่งอื่นใด
ในร้าน ร็อดจองที่นั่งริมหน้าต่างซึ่งมองออกไปเห็นน้ำพุภายในสวนแบบคอร์ทยาร์ด
แอชลี่ย์แปลกใจเมื่อพนักงานพามายังโต๊ะซึ่งจัดไว้สี่ที่นั่ง
“คุณเชิญคนอื่นมาด้วยหรือคะ”
“ครับ ผมเพิ่งโทรมาขอเปลี่ยนโต๊ะน่ะ เห็นแบรดบอกว่าเออร์ซูล่าเสร็จจากทัวร์หนังสือของเธอแล้ว
และกลับมาที่เนลสัน พรุ่งนี้เธอจะบินกลับนิวยอร์ค เลยว่าจะพาเออร์ซูล่ามากินที่นี่ด้วย ผมเลยเชิญ
ให้ร่วมโต๊ะกับเราเลย หวังว่าคุณจะไม่ว่าอะไรนะครับ”
หญิงสาวนิ่งอยู่อึดใจ เธอไม่เคยรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่กับหญิงสาวโก้ชาวนิวยอร์คผู้นั้นเลย เธอคนนั้น
หายไปสองสัปดาห์ที่แท้เธอยังไม่ได้กลับไปนิวยอร์คอย่างที่แอชลี่ย์คิด แต่ไปทัวร์หนังสือเล่มใหม่
ของเธองั้นหรือ
“ฉันยังไงก็ได้ค่ะ คนยิ่งมากก็น่าจะยิ่งสนุก”
“ทำไมสีหน้าคุณมันบอกอีกอย่างล่ะครับ หรือผมคิดไปเองหนอ” ร็อดเย้า
“คุณคิดไปเองค่ะ” เธอสรุปให้
“คิดแล้วก็ตลกนะครับ จู่ๆ แบรดเกิดจะอยากพาสาวมาดินเนอร์ร้านเดียวกับเราพอดี ช่างบังเอิญจนน่า
อัศจรรรย์จริงๆ” ร็อดยังคงต่อความ พร้อมทำสีหน้าซื่อบริสุทธิ์เกินจริง
หญิงสาวเหลือบมองเขาเงียบๆ ก่อนสารภาพเบาๆ อย่างไม่แน่ใจ
“เขาทราบค่ะว่าเราจะมาดินเนอร์กันที่ร้านอาหารกึ่งคาเฟ ซึ่งเป็นอาร์ตแกลลอรี่ด้วย แต่ฉันไม่ได้บอก
หรอกค่ะว่าที่ไหน อาจจะบังเอิญก็ได้ค่ะ เพราะไม่น่าจะมีแค่ร้านเดียว”
ร็อดเบิกตากว้างอย่างเข้าใจบางอย่าง ก่อนจะส่ายหน้าและหรี่ตาย่นจมูกให้เธออย่างรู้เท่าทันเพื่อน
“คงไม่บังเอิญแล้วล่ะครับแอชลี่ย์ เมืองเล็กๆ อย่างเนลสันมีอาร์ตแกลลอรี่ไม่กี่แห่งหรอกครับ และก็มี
ที่นี่เพียงที่เดียวที่ใหญ่สุด มีสาขาหลายแห่งในเมืองสำคัญทั่วนิวซีย์แลนด์ และเป็นแห่งเดียวที่เป็นอาร์ต
แกลลอรี่กึ่งคาเฟด้วยครับ ไม่ต้องใช้อะไรมาก แค่กูเกิ้ลนิดเดียวแบรดก็หาเจอแล้วล่ะว่าเราจะมาที่ไหนกัน
ที่เหลือก็แค่ต้องยุ่งยากหาข้ออ้างเท่านั้น และบังเอิญเออร์ซูล่าก็โผล่มาได้จังหวะพอเหมาะพอดีเชียว”
ความเห็นของร็อดฟังดูใกล้ความจริงจนน่าขัน หากแต่แอชลี่ย์ไม่เชื่อหรอกว่าแบรดจะมาใส่ใจติดตามเธอ
กับเพื่อนสนิทของเขาอย่างจริงจังขนาดนั้น แม้เขาจะสารภาพตรงๆ ว่าปรารถนาในตัวเธอ แต่ขณะเดียวกัน
ก็รู้สึกรังเกียจและชังน้ำหน้าเธอด้วย ความรู้สึกของแบรดที่มีให้เธอนั้นสับสนขัดแย้งจนน่าปวดหัว และเธอ
ก็ไม่อยากนำมันกลับมาครุ่นคิดถึงให้จิตใจต้องขุ่นมัวอีกต่อไปแล้ว
แต่ก็ยังคิด
“ผมว่าเราไปนั่งดื่มรอพวกเขาที่บาร์ก่อนดีมั้ยครับ” ร็อดเสนอขึ้นหลังจากเห็นแอชลี่ย์นิ่งเงียบไม่ต่อความ
“ก็ดีค่ะ” เธอตอบรับ โล่งใจที่หนุ่มกีวีผู้นี้ยอมเปลี่ยนเรื่องพูดในที่สุด
ชายหนุ่มพาหญิงสาวเดินตามกัปตันร้านออกไปนั่งบริเวณบาร์ พร้อมสั่งค็อกเทลมาดื่มระหว่างรอ
มีคนนั่งดื่มที่บาร์อยู่ก่อนแล้วสี่ห้าคน กลุ่มหนึ่งดูจะเป็นนักธุรกิจเพราะเป็นผู้ชายล้วนมาด้วยกันนั่งดื่มตรงมุม
บาร์ด้านใน ชายคนหนึ่งหน้าตาบอกว่าเป็นลูกผสมเอเซียกับตะวันตกกวาดตามองมาเฉยๆ ขณะสนทนากับ
กลุ่ม เขาหยุดเมื่อสังเกตเห็นแอชลี่ย์
หญิงสาวรู้สึกตกใจเมื่อเห็นชายคนนั้นกล่าวบางอย่างกับกลุ่มที่สนทนาและเดินแยกตัวตรงมายังเธอและร็อด
จากประสบการณ์ที่เคยพบกับแซ็คคารี่ทำให้เธออดระแวงผู้ชายทุกคนที่แสดงท่าว่ารู้จักเธอไม่ได้
“แอชลี่ย์ ผมไม่อยากเชื่อสายตาเลยว่าเป็นคุณ คุณหายไปไหนนานมาก จู่ๆ ก็เช็คเอาท์จากโรงแรมหายเข้า
กลีบเมฆไปเลย” ชายคนนั้นพูดขึ้นทันทีที่เดินเข้ามาถึงตัวหญิงสาวโดยไม่ได้สนใจร็อดผู้นั่งอยู่ข้างๆ
“สวัสดีคุณฮิเดกาว่า ไม่เจอกันนานนะครับ” ร็อดทักเมื่อเห็นแอชลี่ย์ทำสีหน้าอึดอัดระคนงุนงง
“สวัสดีคุณ…” เดิร์คทำท่าคิดอยู่นาน
“ร็อด คาร์สัน เราเคยเจอกันที่ร้านเดิมของแอชลี่ย์”
หนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นนิวซีย์แลนด์รีบยิ้มอย่างรักษามารยาท “อ้อ ใช่ๆ สวัสดีครับ ผมขอโทษจริงๆ ที่นึกชื่อคุณ
ไม่ออก แต่ผมว่าผมรู้จักคุณอยู่ สบายดีมั้ยครับ แล้วนี่ไปยังไงมายังไงคุณจึงไปเจอแอชลี่ย์ได้ล่ะทั้งที่เธอ
หายตัวเงียบไปตั้งเกือบเดือนแบบนี้จนผมนึกว่าเธอกลับยุโรปไปอีกแล้วด้วย”
“แอชลี่ย์ นี่เดิร์ค ฮิเดกาว่า เป็นผู้บริหารโรงแรมในเครือนอร์ฟอร์คซึ่งคุณเคยไปพักอยู่และเคยทำโชว์ให้กับ
โรงแรมในเครือเขาด้วยครับ” ร็อดหันมาแนะนำ “และเดิร์ค ผมเสียใจที่ต้องบอกคุณว่าแอชลี่ย์ประสบอุบัติเหตุ
ความจำเสื่อม เธอพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเกือบสัปดาห์และเพิ่งออกมา ตอนนี้อยู่ที่ไร่องุ่นทิวอลลี่ เป็นแขก
ของแบรด"
“อ่าฮ่า คุณกลับไปหาอดีตคู่หมั้นของคุณงั้นหรือคนสวย เอ๊ะ! ว่าไงนะ ความจำเสื่อมหรือ ไม่อยากจะเชื่อเลย
นี่จะบอกว่าคุณจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างเดียวงั้นหรือ”
รักในรอยฝัน บทที่ 20 แซ็คคารี่ เบนสัน
แซ็คคารี่ เบนสัน
โดย ฮาร์โมนิก้า
อาร์ทแกลเลอรี่แห่งนั้นแท้จริงเป็นร้านอาหารกึ่งคาเฟซึ่งจัดทำเป็นโชว์รูมแสดงและขายงานศิลปะ
ภายในร้านตกแต่งสไตล์ทันสมัยและเรียบง่ายเพื่อเน้นให้งานศิลปะเด่นกว่าเครื่องเรือนหรือการตกแต่งอื่นใด
ในร้าน ร็อดจองที่นั่งริมหน้าต่างซึ่งมองออกไปเห็นน้ำพุภายในสวนแบบคอร์ทยาร์ด
แอชลี่ย์แปลกใจเมื่อพนักงานพามายังโต๊ะซึ่งจัดไว้สี่ที่นั่ง
“คุณเชิญคนอื่นมาด้วยหรือคะ”
“ครับ ผมเพิ่งโทรมาขอเปลี่ยนโต๊ะน่ะ เห็นแบรดบอกว่าเออร์ซูล่าเสร็จจากทัวร์หนังสือของเธอแล้ว
และกลับมาที่เนลสัน พรุ่งนี้เธอจะบินกลับนิวยอร์ค เลยว่าจะพาเออร์ซูล่ามากินที่นี่ด้วย ผมเลยเชิญ
ให้ร่วมโต๊ะกับเราเลย หวังว่าคุณจะไม่ว่าอะไรนะครับ”
หญิงสาวนิ่งอยู่อึดใจ เธอไม่เคยรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่กับหญิงสาวโก้ชาวนิวยอร์คผู้นั้นเลย เธอคนนั้น
หายไปสองสัปดาห์ที่แท้เธอยังไม่ได้กลับไปนิวยอร์คอย่างที่แอชลี่ย์คิด แต่ไปทัวร์หนังสือเล่มใหม่
ของเธองั้นหรือ
“ฉันยังไงก็ได้ค่ะ คนยิ่งมากก็น่าจะยิ่งสนุก”
“ทำไมสีหน้าคุณมันบอกอีกอย่างล่ะครับ หรือผมคิดไปเองหนอ” ร็อดเย้า
“คุณคิดไปเองค่ะ” เธอสรุปให้
“คิดแล้วก็ตลกนะครับ จู่ๆ แบรดเกิดจะอยากพาสาวมาดินเนอร์ร้านเดียวกับเราพอดี ช่างบังเอิญจนน่า
อัศจรรรย์จริงๆ” ร็อดยังคงต่อความ พร้อมทำสีหน้าซื่อบริสุทธิ์เกินจริง
หญิงสาวเหลือบมองเขาเงียบๆ ก่อนสารภาพเบาๆ อย่างไม่แน่ใจ
“เขาทราบค่ะว่าเราจะมาดินเนอร์กันที่ร้านอาหารกึ่งคาเฟ ซึ่งเป็นอาร์ตแกลลอรี่ด้วย แต่ฉันไม่ได้บอก
หรอกค่ะว่าที่ไหน อาจจะบังเอิญก็ได้ค่ะ เพราะไม่น่าจะมีแค่ร้านเดียว”
ร็อดเบิกตากว้างอย่างเข้าใจบางอย่าง ก่อนจะส่ายหน้าและหรี่ตาย่นจมูกให้เธออย่างรู้เท่าทันเพื่อน
“คงไม่บังเอิญแล้วล่ะครับแอชลี่ย์ เมืองเล็กๆ อย่างเนลสันมีอาร์ตแกลลอรี่ไม่กี่แห่งหรอกครับ และก็มี
ที่นี่เพียงที่เดียวที่ใหญ่สุด มีสาขาหลายแห่งในเมืองสำคัญทั่วนิวซีย์แลนด์ และเป็นแห่งเดียวที่เป็นอาร์ต
แกลลอรี่กึ่งคาเฟด้วยครับ ไม่ต้องใช้อะไรมาก แค่กูเกิ้ลนิดเดียวแบรดก็หาเจอแล้วล่ะว่าเราจะมาที่ไหนกัน
ที่เหลือก็แค่ต้องยุ่งยากหาข้ออ้างเท่านั้น และบังเอิญเออร์ซูล่าก็โผล่มาได้จังหวะพอเหมาะพอดีเชียว”
ความเห็นของร็อดฟังดูใกล้ความจริงจนน่าขัน หากแต่แอชลี่ย์ไม่เชื่อหรอกว่าแบรดจะมาใส่ใจติดตามเธอ
กับเพื่อนสนิทของเขาอย่างจริงจังขนาดนั้น แม้เขาจะสารภาพตรงๆ ว่าปรารถนาในตัวเธอ แต่ขณะเดียวกัน
ก็รู้สึกรังเกียจและชังน้ำหน้าเธอด้วย ความรู้สึกของแบรดที่มีให้เธอนั้นสับสนขัดแย้งจนน่าปวดหัว และเธอ
ก็ไม่อยากนำมันกลับมาครุ่นคิดถึงให้จิตใจต้องขุ่นมัวอีกต่อไปแล้ว
แต่ก็ยังคิด
“ผมว่าเราไปนั่งดื่มรอพวกเขาที่บาร์ก่อนดีมั้ยครับ” ร็อดเสนอขึ้นหลังจากเห็นแอชลี่ย์นิ่งเงียบไม่ต่อความ
“ก็ดีค่ะ” เธอตอบรับ โล่งใจที่หนุ่มกีวีผู้นี้ยอมเปลี่ยนเรื่องพูดในที่สุด
ชายหนุ่มพาหญิงสาวเดินตามกัปตันร้านออกไปนั่งบริเวณบาร์ พร้อมสั่งค็อกเทลมาดื่มระหว่างรอ
มีคนนั่งดื่มที่บาร์อยู่ก่อนแล้วสี่ห้าคน กลุ่มหนึ่งดูจะเป็นนักธุรกิจเพราะเป็นผู้ชายล้วนมาด้วยกันนั่งดื่มตรงมุม
บาร์ด้านใน ชายคนหนึ่งหน้าตาบอกว่าเป็นลูกผสมเอเซียกับตะวันตกกวาดตามองมาเฉยๆ ขณะสนทนากับ
กลุ่ม เขาหยุดเมื่อสังเกตเห็นแอชลี่ย์
หญิงสาวรู้สึกตกใจเมื่อเห็นชายคนนั้นกล่าวบางอย่างกับกลุ่มที่สนทนาและเดินแยกตัวตรงมายังเธอและร็อด
จากประสบการณ์ที่เคยพบกับแซ็คคารี่ทำให้เธออดระแวงผู้ชายทุกคนที่แสดงท่าว่ารู้จักเธอไม่ได้
“แอชลี่ย์ ผมไม่อยากเชื่อสายตาเลยว่าเป็นคุณ คุณหายไปไหนนานมาก จู่ๆ ก็เช็คเอาท์จากโรงแรมหายเข้า
กลีบเมฆไปเลย” ชายคนนั้นพูดขึ้นทันทีที่เดินเข้ามาถึงตัวหญิงสาวโดยไม่ได้สนใจร็อดผู้นั่งอยู่ข้างๆ
“สวัสดีคุณฮิเดกาว่า ไม่เจอกันนานนะครับ” ร็อดทักเมื่อเห็นแอชลี่ย์ทำสีหน้าอึดอัดระคนงุนงง
“สวัสดีคุณ…” เดิร์คทำท่าคิดอยู่นาน
“ร็อด คาร์สัน เราเคยเจอกันที่ร้านเดิมของแอชลี่ย์”
หนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นนิวซีย์แลนด์รีบยิ้มอย่างรักษามารยาท “อ้อ ใช่ๆ สวัสดีครับ ผมขอโทษจริงๆ ที่นึกชื่อคุณ
ไม่ออก แต่ผมว่าผมรู้จักคุณอยู่ สบายดีมั้ยครับ แล้วนี่ไปยังไงมายังไงคุณจึงไปเจอแอชลี่ย์ได้ล่ะทั้งที่เธอ
หายตัวเงียบไปตั้งเกือบเดือนแบบนี้จนผมนึกว่าเธอกลับยุโรปไปอีกแล้วด้วย”
“แอชลี่ย์ นี่เดิร์ค ฮิเดกาว่า เป็นผู้บริหารโรงแรมในเครือนอร์ฟอร์คซึ่งคุณเคยไปพักอยู่และเคยทำโชว์ให้กับ
โรงแรมในเครือเขาด้วยครับ” ร็อดหันมาแนะนำ “และเดิร์ค ผมเสียใจที่ต้องบอกคุณว่าแอชลี่ย์ประสบอุบัติเหตุ
ความจำเสื่อม เธอพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเกือบสัปดาห์และเพิ่งออกมา ตอนนี้อยู่ที่ไร่องุ่นทิวอลลี่ เป็นแขก
ของแบรด"
“อ่าฮ่า คุณกลับไปหาอดีตคู่หมั้นของคุณงั้นหรือคนสวย เอ๊ะ! ว่าไงนะ ความจำเสื่อมหรือ ไม่อยากจะเชื่อเลย
นี่จะบอกว่าคุณจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างเดียวงั้นหรือ”