เพราะประทับใจ
"Vivien Leigh" จาก
"Gone with the Wind" (1939) จึงอยากลองหาหนังเรื่องๆ ของเธอ จนกระทั่งไปเจอกับ
"Waterloo Bridge" (1940) ซึ่งออกฉายหลังจาก Gone with the Wind ไม่นาน (แต่เรื่องนี้เป็นภาพขาวดำ ขณะที่ใน Gone with the Wind ที่ฉายก่อนเป็นภาพสี เนื่องจากยุคนั้นการทำหนังสียังมีราคาแพง หนังขาวดำเลยยังได้รับความนิยมไปอีกหลายปี) แม้ว่า Waterloo Bridge อาจไม่ได้ประสบความสำเร็จเทียบเท่าผลงานสร้างชื่อของเธอ แต่ก็เป็นหนึ่งในหนังเมื่อคนนึกถึง Vivien Leigh
เนื่อเรื่องของ "Waterloo Bridge" นี่ก็ Plot น้ำเน่าคลาสสิคมาก Vivien Leigh เล่นเป็น
"Myra" นักบัลเล่ต์ที่พบรักโดยบังเอิญกับ
"Roy" (Robert Taylor) บนสะพาน Waterloo ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เพียงไม่นาน (หรือจริงๆ คือไม่กี่ชั่วโมง) Roy ก็ขอ Myra แต่งงาน แต่แล้วก็มีอุปสรรคมาขัดขวาง เมื่อ Roy โดนเรียกตัวไปแนวหน้าด่วนในวันก่อนแต่งงาน หลังจากนั้น Myra ก็ต้องเผชิญชะตากรรมบางอย่าง ซึ่งทำให้เมื่อเธอได้กลับมาเจอ Roy แบบไม่คาดฝันอีกครั้ง จึงเกิดความสงสัยว่า
"เธอยังคู่ควรกับ Roy อยู่หรือเปล่า"
ถึง Plot จะน้ำเน่า แต่ก็เป็นน้ำเน่าคุณภาพที่เต็มไปด้วยความละเมียดละไม หนังไม่มีตัวอิจฉา ไม่มีแม่สามีใจร้าย ไม่มีการทะเลาะกันด้วยสาเหตุโง่ๆ ที่มีคือ
"โชคชะตา" ที่ค่อนข้างเล่นตลกกับตัวละคร อันที่จริง Waterloo Bridge มีความ Dark ซ่อนอยู่ภายในพอควร โดยเฉพาะ
"อาชีพ" ของ Myra จำเป็นต้องทำ หลังจากที่เธอคิดว่า Roy เสียชีวิตไปแล้ว แต่หนังก็มีวิธีการเล่าให้ไม่ออกมาโหดร้ายเกินไป ทิ้งพืนที่ให้คนดูปะติดปะต่อเอาเอง ซึ่งนั่นทำให้เศร้ายิ่งกว่าแสดงให้เห็นแบบจะจะเสียอีก
เป็นหนึ่งหนังรักระดับคลาสสิค ดูสนุกแม้เวลาผ่านไปนาน ใครชอบ Vivien Leigh ก็จะยิ่งรักยิ่งขึ้น ดาราสมัยก่อนนี่สวยแบบสะกดจริงๆ และถ้าจะมีอะไรเป็นข้อคิดของเรื่องนี้ก็คงเป็น
"อย่าเอาทั้งชีวิตไปผูกไว้กับผู้ชายคนเดียวมากเกินไป"
[CR] [กรุหนังเก่า] Waterloo Bridge (1940) - อย่าเอาทั้งชีวิตไปผูกไว้กับผู้ชายคนเดียวมากเกินไป
เนื่อเรื่องของ "Waterloo Bridge" นี่ก็ Plot น้ำเน่าคลาสสิคมาก Vivien Leigh เล่นเป็น "Myra" นักบัลเล่ต์ที่พบรักโดยบังเอิญกับ "Roy" (Robert Taylor) บนสะพาน Waterloo ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เพียงไม่นาน (หรือจริงๆ คือไม่กี่ชั่วโมง) Roy ก็ขอ Myra แต่งงาน แต่แล้วก็มีอุปสรรคมาขัดขวาง เมื่อ Roy โดนเรียกตัวไปแนวหน้าด่วนในวันก่อนแต่งงาน หลังจากนั้น Myra ก็ต้องเผชิญชะตากรรมบางอย่าง ซึ่งทำให้เมื่อเธอได้กลับมาเจอ Roy แบบไม่คาดฝันอีกครั้ง จึงเกิดความสงสัยว่า "เธอยังคู่ควรกับ Roy อยู่หรือเปล่า"
ถึง Plot จะน้ำเน่า แต่ก็เป็นน้ำเน่าคุณภาพที่เต็มไปด้วยความละเมียดละไม หนังไม่มีตัวอิจฉา ไม่มีแม่สามีใจร้าย ไม่มีการทะเลาะกันด้วยสาเหตุโง่ๆ ที่มีคือ "โชคชะตา" ที่ค่อนข้างเล่นตลกกับตัวละคร อันที่จริง Waterloo Bridge มีความ Dark ซ่อนอยู่ภายในพอควร โดยเฉพาะ "อาชีพ" ของ Myra จำเป็นต้องทำ หลังจากที่เธอคิดว่า Roy เสียชีวิตไปแล้ว แต่หนังก็มีวิธีการเล่าให้ไม่ออกมาโหดร้ายเกินไป ทิ้งพืนที่ให้คนดูปะติดปะต่อเอาเอง ซึ่งนั่นทำให้เศร้ายิ่งกว่าแสดงให้เห็นแบบจะจะเสียอีก
เป็นหนึ่งหนังรักระดับคลาสสิค ดูสนุกแม้เวลาผ่านไปนาน ใครชอบ Vivien Leigh ก็จะยิ่งรักยิ่งขึ้น ดาราสมัยก่อนนี่สวยแบบสะกดจริงๆ และถ้าจะมีอะไรเป็นข้อคิดของเรื่องนี้ก็คงเป็น "อย่าเอาทั้งชีวิตไปผูกไว้กับผู้ชายคนเดียวมากเกินไป"