แฟนบอกว่าอยากมีลูกแต่ไม่อยากมีผัว

สวัสดีคับก่อนจะเล่าเรื่องก้ขอเล่าความเป็นมาเเต่แรกเลยแล้วกันนะคับ

เราอยากมาเล่าเรื่องราวในชีวิตวัยรุ่นของเรา
..ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว วันที่ฟ้าเริ่มมืดลง...
ตอนนั้นเราอายุ 18 ปี (ทอม) แฟนเรา 22 (ญ)

ตอนนั้นเรามีแฟน คบกันมา2ปีอยู่ด้วยกันตลอด อยู่บ้านเราเหมือนเป็นส่วนนึงในชีวิตและครอบครัว
จนวันนึงเค้าบอกว่าต้องกลับไปอยู่บ้านเพราะ แม่ไม่สบาย
เราก็ตกลงตามนั้น เจอกันแค่เสาร์-อาทิตแล้วกัน
ความสัมพันธ์ ความห่างกัน ความอะไรก็แล้วแต่
เราเป็นฝ่ายไปหา ไปหาได้ไม่นาน เริ่มมีข้ออ้างว่าไม่ให้ไปหา
ก็ไม่เป็นไร คุยโทรสับกันก็ได้ ตอนนั้นเราไม่คิดว่าเค้าจะมีคนอื่น หรือ นอกใจเราเลย เพราะเค้าเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเรากำลังเจอกับอะไรบ้าง ณ ตอนนั้น
...เราอยู่บ้านกับครอบครัว มี พ่อ แม่ น้า พี่ชาย แล้วก้เรา 5 คน
**1ปีที่แล้ว ยายเราล้มเป็นอัมพฤกษ์ ซีกซ้าย รับยายมาดูแลที่บ้านเพราะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
**มหาลัยปี1 พ่อเราเป็นมะเร็งที่ตับ ระยะที่3
เราร้องไห้ทุกวัน  เป็นเค้าที่อยู่ข้างเราตลอด เป็นกำลังใจให้เราได้ทุกเรื่อง เรารับไม่ไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่สุดท้าย เราก็ต้องยอมรับในการที่ต้องแยกกัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ แต่โทรคุยกันตลอด
...วันนึง เพื่อนเราโทรมา ตี1กว่าๆ
เพื่อน : ฮัลโหล แฟนโดนรถชนเป็นอะไรมากป่าววะ
เรา: อย่ามาตลก กูพึ่งวางสายกันเมื่อกี้ มันอยู่บ้าน นอนแล้ว
เพื่อน: เฮ้ยจิงๆ กูเห็นในเฟส ไม่รู้ใครลงรูป เลือดเต็มหน้ามันเลย เข้าไปดูเลยตอนนี้
เรา :ตอนนั้นเราไม่มีอินเตอร์เน็ต(คิดในใจมันอำกูแน่ๆ) เลยตัดสินใจโทไปเบอร์แฟน

........................

เรา ฮัลโหล ปุ๊บ เสียงหวอดังมาก ผู้ชายรับโทรสับบอกว่าเเฟนเราถูกรถชน สลบอยู่ตอนนี้ยังไม่ได้สติเลย กำลังนำส่ง รพ.
เรารีบโทรไปเบอร์แม่เค้า เบอร์พี่สาวเค้า พอเค้ารับสายแล้วเค้าบอกว่าอยู่ รพ.ห้องนี้ชั้นนี้ รีบมานะ เราไม่รู้อะไรเลย
เรารอพ่อแม่ตื่นตอนเช้า แล้วบอกพ่อกับแม่ ว่าแฟนเราโดนรถชน พ่อรีบเอารถออกพาไปที่รพ.
ไปถึงภาพที่เห็น มันจริงใช่มั้ย แฟนเรานอนอยู่บนเตียงที่ใส่สายเต็มตัวไปหมด พร้อมกับเครื่องช่วยหายใจ เราไม่ถามอะไรสักคำ
เดินเข้าไปจับมือ ที่มีเลือดติดอยู่ในเล็บ เราไม่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเลย ได้แต่ร้องไห้ รู้สึกว่าถ้าเค้าอยู่ดับเราเค้าจะไม่เจอเรื่องแบบนี้แน่ๆ
เราเอาน้ำอุ่นกับไม้จิ้มฟัน มานั่งแคะคราบเลือดที่เล็บออกทั้งน้ำตา
สักพักมีเสียงเคาะประตู

....................
ผมไปเคลียเรื่องที่ สน. มาแล้วนะ แม่
ผู้ชายแปลกหน้า ที่ดูคุ้นเคยกับแม่และพี่สาวแฟนเรา มากๆ
เรายืนงงๆ ฟังเค้าคุยกันกับที่บ้าน และสายตาของแฟนเรา ที่ใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ แต่..น้ำตาไหล
เราหันไปมองหน้าแฟนเรา เหมือนเค้ามีอะไรจะบอกเรา แต่ความรู้สึเราสัมผัสได้ถึง ......
เราเดินออกจากห้อง แล้วโทรหาแม่เบอกว่า กลับกันเถอะแม่ รออยู่ข้างนอกกนะ พ่อกับแม่เราก็พอเข้าใจ่าเกิดอะไรขึ้น
ผูชายคนนั้นคือใคร ..ผัวใหม่..  
เค้าโกหกเราแต่แรก ว่าแม่ไม่สบาย เราเชื่อมาตลอด จนวันนี้ที่ได้รู้ความจริงที่โหด ในสถาณการณ์ตอนนั้น
มรสุมชีวิต คนที่ไว้ใจ ร้ายที่สุด
...เราก้ออกไปจากชีวิตเค้า คอยห่วงอยู่ห่างๆ ไม่ใช่หน้าที่เราแล้ว และตรงนั้นก็ไม่ใช่ที่ของเรา อีกต่อไป...
เราแทบล้มทั้งยืน ทำกันได้ลงคอ บอกกันดีดีเราก็ยอมปล่อยนะ ทำไมต้องโกหก เราไม่โกรธไม่เกลียด เราแค่เสียใจ มาก เท่านั้นเอง

สุดท้ายเราทั้งคู่ก็ตัดสินใจว่าเราคงมาได้สุดทางกันเท่านี้และ “เลิกกัน” ในที่สุด ช่วงที่เราเลิกกันเป็น ก็มีคนเข้ามาคุยด้วย แต่สุดท้ายรู้สึกว่ามันไม่ใช่และได้ลองกลับมาปรับความเข้าใจกันดู

บทสนทนาที่.. สันขวาน!!
แฟน : จำได้ปะที่กูเคยบอกว่ากูอยากมีลูกอะ
เรา : อืมกูก้ชอบเด็กนะ แต่คงต้องไปหาผัวใหม่แล้วล่ะ
แฟน : กูมีอะไรจะบอก  กูท้องได้ 3 เดือนแล้ว
เรา : .......................................

...กลับมาเหมือนจะดี..ดีนะที่ท้อง!!

พอเราเลิกกันก็ไม่คุยกัน แล้วพอกลับมาคบมันก็ไม่เหมือนเดิม
ความรู้สึกมันก็น้อยลงนะ แล้วตอนนี้ถ้าให้เหมือนเดิมมันคงไม่ได้แล้วแหละ
เราใจอ่อนมาตลอด แต่ตอนนี้เราขอตัดมันเลยดีกว่า เพราะต่อให้เรากลับไป มันก็แย่ลง อยู่ดี
กลับไปหา "พ่อของลูกเถอะ" ขอให้มีชีวิตคู่ที่ดีนะ ถึงแกจะเป็นแฟนที่แย่ ก็ขอให้เป็นแม่ที่ดีนะ
มีอะไรก็โทรมาปรึกษาคุยด้วยได้ ต่อจากกนี้ก้ดูแลตัวเองดีๆนะ มีคส.มากๆ ลาก่อน...

#ไม่ว่าจะทำอะไรไปเราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เราพูดในสิ่งที่เราทำ เพราะมันไม่ใช่แค่ตัวเราคนเดียว
มันหมายถึงครอบครัวเราพ่อแม่เรารวมถึงพ่อแม่ของคนรักเราด้วย แล้วในอนาคตยังจะต้องมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก
คงต้องมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นอีก
ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ก็ล้วนเป็นบทเรียนให้เราทั้งนั้น
ถ้าสุดท้ายศึกษาแล้วเข้ากันไม่ได้ก็ต้องจบ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่