ต่อจากกระทู้ที่แล้วค่ะ หลังจากลงเรือที่ Split 7.00 am. ก็มาถึงที่ Ancona

Day 8 Ancona – San marino – Modena - Prama
คนบนเรือน้อยมากๆนะคะ ตอนเอารถลงก็ไม่ต้องรีบ แต่ต้องตรวจคนเข้าเมืองอีกที่ Ancona Italy
** ตรวจ Passport ไม่มีด่านไหนที่ต้องลงจากรถนะคะ และไม่ตรวจสำภาระเลย ทั้งๆที่ของเราเยอะมากค่ะ
ตม. ที่ท่าเรือไล่เราไปจอดรถใกล้ๆ แล้วก็เอา Passport เราไป สักพักเราทนไม่ได้ ลงจากรถเดินไปหาเจ้าหน้าที่ที่ป้อม (เหมือนป้อมเก็บบัตรจอดรถในห้างเลยค่ะ เล็กๆ) ที่เราเดินไปเพราะเราเริ่มกลัวเนื่องจาก Passport เราทั้งหมดอยู่กับเค้านานเกินไปแล้ว 15 นาทีเห็นจะได้ เขาก็ไล่เราให้กลับไปที่รถ สักพักก็เดินเอามาให้ ปั๊มเป็นรูปเรือ เหมือนที่ Split ค่ะ
ออกมาเรามุ่งไป San marino เป็นประเทศที่ถูกโอบล้อมด้วยอิตาลีทั้งหมด ประเทศอยู่บนเขาค่ะ ระหว่างทางก็แวะปั๊มน้ำมันกินอาหารเช้าค่ะ ไป San marino เราขับขึ้นไปสูงสุดเลยแล้วให้คนลงทั้งหมด แล้วถึงเอารถไปจอด
เนื่องจากประเทศเป็นเขาเลยส่งด้านบน แล้วก็ค่อยๆ เดินลงมา ระหว่างทางมีปราสาท มีร้านค้า โรงแรม ให้ดูเรื่อยๆ ค่ะ เดินลงไม่เหนื่อยด้วย เหนื่อยแต่คนที่ต้องไปเอารถนี่แหละ
ออกมาจาก San Marino เราไปแวะที่ Modena เพื่อไปดู Ferrari เราไม่ได้จองอะไรไว้นะคะ ไปถึงเห็นพิพิธภัณฑ์ แล้วก็ร้านขายของ มีร้านข้างนอก ที่ Ferrari บอกว่าไม่เกี่ยวกับบริษัท ให้ test drive ด้วยค่ะ แต่ราคาแพงมากกก
ออกมามุ่งตรงสู่ Prama เลยค่ะ จริงๆที่พักที่ Prama เพราะ อยากมาให้ได้ไกลๆหน่อย จะพักที่ Bologna ก็รู้สึกใกล้ไป แต่จะให้ถึง Milan ก็ไม่ไหวค่ะ

Day 9 Prama – Modena - Lake Como
วันนี้ก็ออกแต่เช้าอีกเนื่องจากต้องการเดิน Outlet นานๆ ค่ะ
กว่าจะถึง Outlet ก็ 10.30 แล้วค่ะ คนเริ่มเยอะแล้ว แล้วไปนอนที่ Lake como ค่ะ
เราขับเลย Como ไปก่อนเพื่อไปจัดการเรื่อง Vat refund ที่ชายแดน (อย่าลืมซื้อสติกเก้อ นะคะ แต่ที่นี่มีคนเดินขายเหมือนขายพวงมาลัยตามสี่แยกเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวค่ะถ้าไม่มีเด็กขายเคาะกระจกเลยค่ะ ) การทำ Vat refund ค่อนข้างยุ่งยากนะคะ (เราเริ่มวิตกเพราะว่าเริ่มเย็นแล้ว 15.40 และพรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์ ถ้าวันนี้เราหาที่ Stamp ไม่ได้เราคงต้องถอดใจค่ะ) เราไปที่สถานีรถไฟ เจ้าหน้าที่บอกว่านี่คือด่านสำหรับรถไฟ รถยนต์ต้องไปอีกที่นึง ใกล้ๆกันค่ะ แต่เดินไม่ถูกต้องเดินกลับมาหาเจ้าหน้าที่คนเดิมใหม่เขาเดินพาไปเลยค่ะ แถมบอกว่าให้บอกเจ้าหน้าที่ตรงนั้นว่าข้ามไปสวิสแล้วลืมของเลยย้อนกลับมาทำจะได้ไม่ต้องโชว์ของ แถมบอกด้วยว่าคืนนี้คุณนอนที่สวิสนะ (จริงๆเรานอนที่ Como Italy), เดินไปถึงเขาชี้ต่อให้เดินไปเองแล้วบอกว่าให้เดินต่อไปเอง และเจ้าหน้าที่ตรงนั้น (อิตาลี ชายแดน) ก็ถามจริงๆว่าคุณพักที่ไหนคืนนี้ เราตอบว่า Switzerland เขาถามว่าเมืองอะไร เราตกใจมาก เราพอจำชื่อเมืองจากการไปครั้งก่อนๆได้ เราเลยมั่วๆไป เราบอกว่านอนที่ Lugano เราลุ้นมากเลย เพราะไม่มันใจว่าอีกไกลแค่ไหนถึงจะถึง Lugano หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ Stamp ให้ แต่เราก็ขับไปเอาตังเลยที่ ปั๊มน้ำมัน (ในใบ Global Blue เขียนไว้) แต่เอาได้จำกัดที่เหลือต้องไปส่งที่ตู้รับเป็น credit
ย้อนกลับมานอนที่ Como ซื้อของที่ Bennet Como supermarket (ให้เจ้าของที่พักกด location ให้เลยเพราะว่ากว่าจะหาที่พักเจอเราหลงทางมากมาย) ซื้อขนมของฝากที่นี่ เพราะที่สวิสแพง ซื้ออาหารด้วย

Day 10 Como
วันนี้ไปขึ้น Titis ขับไปจอดที่ engelberg bahnen คนส่วนใหญ่คงไปกันแล้ว แต่เราไม่เคยค่ะ เราชอบกว่า Jungfraujoch นะคะ เหมือนมันมีของเล่นอะค่ะ มีสะพาน มีลานกว้างให้เดิน มีกระเช้าปล่อยขา (เสียตังเพิ่ม)
คืนนี้นอนที่เมือง Sattel เพราะพรุ่งนี้จะกลับแล้วค่ะ พยายามนอนไม่ให้ไกลจาก Zurich มากนัก เพราะพรุ่งนี้เครื่องออก 13.30 ค่ะ แบบว่าตื่นมากินอาหารเช้าแล้าก็ออกกันเลยค่ะ
ทริปนี้เป็นทริปผู้สูงอายุจริงค่ะ ยกเว้นที่ Plivitce หนักเอาการ อยู่ค่ะ ฝนตกด้วย
-โดยรวมดีค่ะฝนตกน้อย ตอนแรกก็กลัวๆ เรื่องความปลอดภัย แต่จริงๆ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
-เราหาข้อมูลการเดินเรือระหว่าง Split to Ancona ไม่ค่อยได้เลย ลักษณะห้องนอน ห้องน้ำ เราหาไม่เจอค่ะ (เลยต้องยอมจ่ายแพง)
-เราหาที่พักใน Booking.com กับ air bnb ที่พักส่วนใหญ่มีครัวค่ะ เราทำอาหารกินกันหลายมื้ออยู่ แต่ก็หาไม่ได้ทุกที่ค่ะ เรามันจะพักเป็นห้องแบบ 2 -3 ห้องนอนค่ะ
-เราเอาหม้อหุงข้างกับข้าวสารไปเองค่ะ เพราะว่า ผู้สูงอายุต้องกินข้าวค่ะ (ไข่ ผัก ไก่ หมู ไปซื้อที่โน่น) ข้อเสียคือคนทำ ต้องตื่นเช้ามากค่ะ เพราะตอนเช้ากินข้าวต้ม หุงข้าวกลางวัน เตรียมกับข้าว เช่น หมูผักหอมใหญ่ ไข่เจียว กินระหว่างทาง ที่ปั๊มน้ำมันเพื่อไม่ให้เสียเวลาเลือกร้าน(เคยเลือกร้านจนทะเลาะกัน 555) แถมถูกตัง
-ค่าใช้จ่ายไม่ได้สรุปค่ะ เพราะ จ่ายคนเดียวทั้งหมด (มีแต่ คชจ Fixed พวกค่าเช่ารถ ค่า รร. ที่ทำไว้) เราพยายามจ่ายเงินสดค่ะ กลัวเรื่องบัตรและไม่อยากเสีย rate
-จุดที่ลำบากสุดคือ ฝนตกที่ Plivitce ต้องเดินย้อนกลับ ผู้สูงอายุเหนื่อยมาก
-เตรียมเอกสารไปเยอะมาก แบบว่า โครเอเชีย สโลวาเกีย เข้าได้โดยใช้ เชงเก้น เตรียมไปหมดเพราะเราใช้ผ่านทางรถ ไม่ได้ผ่านที่สนามบิน กลัวเขาไม่รู้ (คิดเยอะไว้ก่อน)
-มีคำถามๆได้นะคะ ยินดีตอบ (ถ้าตอบได้ 555) อาจจะช้าไปบ้าง
-เจ้าหน้าที่ ตม. ที่สวิตถามเราว่าเรามาสวิตได้ยังไง (พอดี Passport ปั๊มคนละหน้า เขาหา Italy ไม่เจอ ) พอเราอธิบายเขาก็บ่นๆว่าเจ้าหน้าที่อิตาลีปั๊มไม่ตรงหน้า
-ทริปนี้ขับรถทั้งหมด 3,000 กิโลเมตรค่ะ
[CR] เที่ยวยุโรปเวลาน้อย เยอรมัน ออสเตรีย สโลวาเกีย ฮังการี โครเอเชีย อิตาลี ซานมาริโน สวิส 11 วัน ตอนจบ
Day 8 Ancona – San marino – Modena - Prama
คนบนเรือน้อยมากๆนะคะ ตอนเอารถลงก็ไม่ต้องรีบ แต่ต้องตรวจคนเข้าเมืองอีกที่ Ancona Italy
** ตรวจ Passport ไม่มีด่านไหนที่ต้องลงจากรถนะคะ และไม่ตรวจสำภาระเลย ทั้งๆที่ของเราเยอะมากค่ะ
ตม. ที่ท่าเรือไล่เราไปจอดรถใกล้ๆ แล้วก็เอา Passport เราไป สักพักเราทนไม่ได้ ลงจากรถเดินไปหาเจ้าหน้าที่ที่ป้อม (เหมือนป้อมเก็บบัตรจอดรถในห้างเลยค่ะ เล็กๆ) ที่เราเดินไปเพราะเราเริ่มกลัวเนื่องจาก Passport เราทั้งหมดอยู่กับเค้านานเกินไปแล้ว 15 นาทีเห็นจะได้ เขาก็ไล่เราให้กลับไปที่รถ สักพักก็เดินเอามาให้ ปั๊มเป็นรูปเรือ เหมือนที่ Split ค่ะ
ออกมาเรามุ่งไป San marino เป็นประเทศที่ถูกโอบล้อมด้วยอิตาลีทั้งหมด ประเทศอยู่บนเขาค่ะ ระหว่างทางก็แวะปั๊มน้ำมันกินอาหารเช้าค่ะ ไป San marino เราขับขึ้นไปสูงสุดเลยแล้วให้คนลงทั้งหมด แล้วถึงเอารถไปจอด
เนื่องจากประเทศเป็นเขาเลยส่งด้านบน แล้วก็ค่อยๆ เดินลงมา ระหว่างทางมีปราสาท มีร้านค้า โรงแรม ให้ดูเรื่อยๆ ค่ะ เดินลงไม่เหนื่อยด้วย เหนื่อยแต่คนที่ต้องไปเอารถนี่แหละ
ออกมาจาก San Marino เราไปแวะที่ Modena เพื่อไปดู Ferrari เราไม่ได้จองอะไรไว้นะคะ ไปถึงเห็นพิพิธภัณฑ์ แล้วก็ร้านขายของ มีร้านข้างนอก ที่ Ferrari บอกว่าไม่เกี่ยวกับบริษัท ให้ test drive ด้วยค่ะ แต่ราคาแพงมากกก
ออกมามุ่งตรงสู่ Prama เลยค่ะ จริงๆที่พักที่ Prama เพราะ อยากมาให้ได้ไกลๆหน่อย จะพักที่ Bologna ก็รู้สึกใกล้ไป แต่จะให้ถึง Milan ก็ไม่ไหวค่ะ
Day 9 Prama – Modena - Lake Como
วันนี้ก็ออกแต่เช้าอีกเนื่องจากต้องการเดิน Outlet นานๆ ค่ะ
กว่าจะถึง Outlet ก็ 10.30 แล้วค่ะ คนเริ่มเยอะแล้ว แล้วไปนอนที่ Lake como ค่ะ
เราขับเลย Como ไปก่อนเพื่อไปจัดการเรื่อง Vat refund ที่ชายแดน (อย่าลืมซื้อสติกเก้อ นะคะ แต่ที่นี่มีคนเดินขายเหมือนขายพวงมาลัยตามสี่แยกเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวค่ะถ้าไม่มีเด็กขายเคาะกระจกเลยค่ะ ) การทำ Vat refund ค่อนข้างยุ่งยากนะคะ (เราเริ่มวิตกเพราะว่าเริ่มเย็นแล้ว 15.40 และพรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์ ถ้าวันนี้เราหาที่ Stamp ไม่ได้เราคงต้องถอดใจค่ะ) เราไปที่สถานีรถไฟ เจ้าหน้าที่บอกว่านี่คือด่านสำหรับรถไฟ รถยนต์ต้องไปอีกที่นึง ใกล้ๆกันค่ะ แต่เดินไม่ถูกต้องเดินกลับมาหาเจ้าหน้าที่คนเดิมใหม่เขาเดินพาไปเลยค่ะ แถมบอกว่าให้บอกเจ้าหน้าที่ตรงนั้นว่าข้ามไปสวิสแล้วลืมของเลยย้อนกลับมาทำจะได้ไม่ต้องโชว์ของ แถมบอกด้วยว่าคืนนี้คุณนอนที่สวิสนะ (จริงๆเรานอนที่ Como Italy), เดินไปถึงเขาชี้ต่อให้เดินไปเองแล้วบอกว่าให้เดินต่อไปเอง และเจ้าหน้าที่ตรงนั้น (อิตาลี ชายแดน) ก็ถามจริงๆว่าคุณพักที่ไหนคืนนี้ เราตอบว่า Switzerland เขาถามว่าเมืองอะไร เราตกใจมาก เราพอจำชื่อเมืองจากการไปครั้งก่อนๆได้ เราเลยมั่วๆไป เราบอกว่านอนที่ Lugano เราลุ้นมากเลย เพราะไม่มันใจว่าอีกไกลแค่ไหนถึงจะถึง Lugano หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ Stamp ให้ แต่เราก็ขับไปเอาตังเลยที่ ปั๊มน้ำมัน (ในใบ Global Blue เขียนไว้) แต่เอาได้จำกัดที่เหลือต้องไปส่งที่ตู้รับเป็น credit
ย้อนกลับมานอนที่ Como ซื้อของที่ Bennet Como supermarket (ให้เจ้าของที่พักกด location ให้เลยเพราะว่ากว่าจะหาที่พักเจอเราหลงทางมากมาย) ซื้อขนมของฝากที่นี่ เพราะที่สวิสแพง ซื้ออาหารด้วย
Day 10 Como
วันนี้ไปขึ้น Titis ขับไปจอดที่ engelberg bahnen คนส่วนใหญ่คงไปกันแล้ว แต่เราไม่เคยค่ะ เราชอบกว่า Jungfraujoch นะคะ เหมือนมันมีของเล่นอะค่ะ มีสะพาน มีลานกว้างให้เดิน มีกระเช้าปล่อยขา (เสียตังเพิ่ม)
คืนนี้นอนที่เมือง Sattel เพราะพรุ่งนี้จะกลับแล้วค่ะ พยายามนอนไม่ให้ไกลจาก Zurich มากนัก เพราะพรุ่งนี้เครื่องออก 13.30 ค่ะ แบบว่าตื่นมากินอาหารเช้าแล้าก็ออกกันเลยค่ะ
ทริปนี้เป็นทริปผู้สูงอายุจริงค่ะ ยกเว้นที่ Plivitce หนักเอาการ อยู่ค่ะ ฝนตกด้วย
-โดยรวมดีค่ะฝนตกน้อย ตอนแรกก็กลัวๆ เรื่องความปลอดภัย แต่จริงๆ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
-เราหาข้อมูลการเดินเรือระหว่าง Split to Ancona ไม่ค่อยได้เลย ลักษณะห้องนอน ห้องน้ำ เราหาไม่เจอค่ะ (เลยต้องยอมจ่ายแพง)
-เราหาที่พักใน Booking.com กับ air bnb ที่พักส่วนใหญ่มีครัวค่ะ เราทำอาหารกินกันหลายมื้ออยู่ แต่ก็หาไม่ได้ทุกที่ค่ะ เรามันจะพักเป็นห้องแบบ 2 -3 ห้องนอนค่ะ
-เราเอาหม้อหุงข้างกับข้าวสารไปเองค่ะ เพราะว่า ผู้สูงอายุต้องกินข้าวค่ะ (ไข่ ผัก ไก่ หมู ไปซื้อที่โน่น) ข้อเสียคือคนทำ ต้องตื่นเช้ามากค่ะ เพราะตอนเช้ากินข้าวต้ม หุงข้าวกลางวัน เตรียมกับข้าว เช่น หมูผักหอมใหญ่ ไข่เจียว กินระหว่างทาง ที่ปั๊มน้ำมันเพื่อไม่ให้เสียเวลาเลือกร้าน(เคยเลือกร้านจนทะเลาะกัน 555) แถมถูกตัง
-ค่าใช้จ่ายไม่ได้สรุปค่ะ เพราะ จ่ายคนเดียวทั้งหมด (มีแต่ คชจ Fixed พวกค่าเช่ารถ ค่า รร. ที่ทำไว้) เราพยายามจ่ายเงินสดค่ะ กลัวเรื่องบัตรและไม่อยากเสีย rate
-จุดที่ลำบากสุดคือ ฝนตกที่ Plivitce ต้องเดินย้อนกลับ ผู้สูงอายุเหนื่อยมาก
-เตรียมเอกสารไปเยอะมาก แบบว่า โครเอเชีย สโลวาเกีย เข้าได้โดยใช้ เชงเก้น เตรียมไปหมดเพราะเราใช้ผ่านทางรถ ไม่ได้ผ่านที่สนามบิน กลัวเขาไม่รู้ (คิดเยอะไว้ก่อน)
-มีคำถามๆได้นะคะ ยินดีตอบ (ถ้าตอบได้ 555) อาจจะช้าไปบ้าง
-เจ้าหน้าที่ ตม. ที่สวิตถามเราว่าเรามาสวิตได้ยังไง (พอดี Passport ปั๊มคนละหน้า เขาหา Italy ไม่เจอ ) พอเราอธิบายเขาก็บ่นๆว่าเจ้าหน้าที่อิตาลีปั๊มไม่ตรงหน้า
-ทริปนี้ขับรถทั้งหมด 3,000 กิโลเมตรค่ะ