โปรดระวัง โจร ไฮเทค แฮคเงินไปเกือบล้าน

กระทู้ข่าว
เปิดใจ นายพันธุ์สุธี พ่อค้าอุปกรณ์ประดับยนต์ สูญเงินเก็บทั้งชีวิต เกือบ 1 ล้านบาท ธนาคารกสิกรไทยปฏิเสธความรับผิดชอบ

เรียนพี่น้องประชาชนและสมาชิกทุกท่าน จากพ่อค้าอุปกรณ์ประดับยนต์โนเนม ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่สะสมเงินฝากกับธนาคารกสิกรไทย สาขาพระนครศรีอยุธยา ด้วยความเชื่อมั่นในธนาคาร ว่าจะดูแลเงินฝากทั้งหมดได้ด้วยความปลอดภัย

หลังจากวันนั้น 5 ปีผ่านมา นายพันธุ์สุธี (ภาพที่ 1) เริ่มมีชื่อเสียงในวงการขายอุปกรณ์ประดับยนต์ ในนาม X-bar Ayuthaya จนสามารถสะสมยอดเงินฝากในบัญชีธนาคารกสิกรไทยได้เกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ นายพันธุ์สุธี ได้นำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขายของแต่ละวัน

ในวันที่ 28 ก.ค.2559 นายพันธุ์สุธี มีลูกค้ามาติดต่อซื้ออุปกรณ์ประดับยนต์ผ่านทาง Facebook ยอดเงิน 48,000 บาท และได้ขอเลขที่บัญชีของนายพันธุ์สุธีเพื่อจะโอนเงินค่าสินค้าให้ และได้ขอบัตรประชาชนของนายพันธุ์สุธีเพื่อความมั่นใจ อ้างว่าเป็นการซื้อของครั้งแรก กลัวจะถูกโกง ซึ่งนายพันธุ์สุธีก็ได้มอบให้กับลูกค้ารายนี้ไปทั้ง 2 อย่าง โดยที่มีการเบลอเลขบัตรประชาชน 13 หลักออก

จากนั้น วันที่ 31 ก.ค.2559 ฟ้าก็ผ่ากลางดวงใจ เมื่อบุคคลที่มาซื้อของ กลายเป็นมิจฉาชีพ โทรศัพท์มือถือของนายพันธุ์สุธี อยู่ดี ๆ ก็ถูกตัดสัญญาณ นายพันธุ์สุธีจึงได้โทรไปที่ Call center ของ True แล้วพบว่า มีคนนำบัตรประชาชนปลอมในชื่อของนายพันธุ์สุธี มาขอยกเลิกซิมการ์ด ตามภาพที่ 2-3
จากนั้น เมื่อมิจฉาชีพได้ซิมการ์ดใหม่ เบอร์เดิม (ของพันธุ์สุธี) ไปแล้ว ก็ได้โทรศัพท์ไปหลอก Call center ของธนาคารกสิกรไทย เพื่อปลดล็อก และออกรหัสสำหรับบริการ K-Cyber Banking ใหม่ ตามภาพที่ 3 โดยที่นายพันธุ์สุธีไม่ได้ไปทำนิติกรรมอะไรที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาพระนครศรีอยุธยาเลย คนร้ายสามารถใช้เวลาเพียง 3 นาที ถอนเงินฝากของนายพันธุ์สุธี ในธนาคารกสิกรไทย สาขาพระนครศรีอยุธยาไปได้หมด เหลือติดบัญชีเพียง 58 บาทเท่านั้น ยอดเงินรวมกันเกือบ 1 ล้านบาท (ตามภาพที่ 4-5)

จากวันนั้นถึงวันนี้ เงินในบัญชีของนายพันธุ์สุธีที่สะสมมาทั้งชีวิต หายไปจากบัญชีทั้งหมด ไปติดต่อธนาคารกสิกรไทย สาขาพระนครศรีอยุธยา บอกแต่ลมปากว่า จะดูแลให้ แต่ปล่อยให้นายพันธุ์สุธีดิ้นรนเองทุกอย่าง โดยที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาพระนครศรีอยุธยา ไม่เคยเหลียวแล
จากนั้นก็มีฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ของธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ ติดต่อมาบอกกับนายพันธุ์สุธีว่า เอาแบบนี้แล้วกัน ผมให้คุณ 33% ซึ่งผมยอมรับว่าธนาคารทำผิด แต่อีก 33% ไปเอากับคนร้าย และอีก 33% ไปเอากับ True

พี่น้องประชาชนครับ หากท่านมีเงินในบัญชีธนาคารกสิกรไทย แล้วทำธุรกิจค้าขาย อยู่มาวันหนึ่ง มีคนไปหลอกธนาคารว่าเป็นตัวท่าน แล้วธนาคารให้ข้อมูลของท่านกับคนร้ายไป ในเรื่องของรหัสผ่านต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่ ท่านก็ไม่เคยไปทำธุรกรรมที่ธนาคาร จนเงินในบัญชีของท่านสูญหายไปหมดบัญชี พี่น้องประชาชนทุกท่านจะรู้สึกยังไง เมื่อท่านไปเรียกร้องให้ธนาคารกสิกรไทยแสดงความรับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ธนาคารบอกกับท่านว่า ผมยินดีชดใช้ให้ท่าน 33% ยกตัวอย่าง เงิน 100 บาทที่อยู่ในบัญชีธนาคาร ที่ท่านเก็บสะสมมาทั้งชีวิต หายไป ธนาคารบอก คืนให้ 33 บาท แล้วส่วนที่เหลืออีก 67 บาท ให้ลูกค้าไปหาเอง ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่ของธนาคาร ที่จะต้องไปไล่บี้เอาคืนกับผู้ที่เกี่ยวข้องเอง

ทางชมรมฯ เข้าใจความรู้สึกของนายพันธุ์สุธี ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ครอบครัวของนายพันธุ์สุธี ที่สูญสิ้นทุกอย่าง ทั้งเงินทองที่ต้องนำมาหมุนเวียนซื้อสินค้า เมื่อไม่มีเงินก็ต้องหยุดกิจการ เมื่อต้องหยุดกิจการก็ไม่สามารถหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวได้ จึงตัดสินใจจะนำครอบครัวไปนั่งประท้วง ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ผู้บริหารสูงสุดของธนาคารกสิกรไทย แสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยนายพันธุ์สุธี ยินดีที่จะสละชีวิต เพราะชีวิตไม่เหลืออะไรแล้ว
น้ำตาของลูกผู้ชายที่ชื่อพันธุ์สุธี ที่ต้องสูญเสียเงินล้านที่เก็บมาทั้งชีวิต ทั้งที่ไม่ได้เป็นความผิดพลาดของตัวเอง เงินฝากในบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาพระนครศรีอยุธยาที่หายไป ถึงวันนี้ ทั้ง True และกสิกรไทย ต่างปฏิเสธความรับผิดชอบ
แล้วพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ยังเชื่อใจและมั่นใจว่า ธนาคารกสิกรไทย จะรักษาเงินฝากในบัญชีของท่านได้อีกหรือไม่ ?
ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม
หมายเหตุ ภาพที่ 6 คือข้อความที่ธนาคารกสิกรไทย และ True ชี้แจงในเว็บไซต์พันทิป Cr.ข่าวสดออนไลน์









ที่มาครับ  https://www.facebook.com/Helpcrimevictimclub/?fref=ts


อัปเดตล่าสุด 20-08-59  เวลา 15.30 น.   ธนาครกสิกรไทย  ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมดครับ  

ขอบคุณสำหรับความรับผิดชอบครับ







ล่าสุด  วันที่ 25 สิงหาคม 2559

จับคนร้ายได้แล้วครับ  





เรียนพี่น้องประชาชนและสมาชิกทุกท่าน จากการประสานงานของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา วันนี้ เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา ที่สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา ได้มีการแถลงข่าว (ตามภาพ 2-4) การจับกุมขบวนการที่หลอกนายพันธุ์สุธี มีลือกิจ พ่อค้าประดับยนต์จ.พระนครศรีอยุธยา และได้ใช้บัตรประชาชนปลอมของนายพันธุ์สุธีไปยกเลิกซิมการ์ดที่ทรู และไปหลอกคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารกสิกรไทย จนสามารถได้เงินจากบช.เงินฝากของนายพันธุ์สุธี มีลือกิจไป 986,700 บาท
และล่าสุด จากการประสานร่วมมือกันของทางชมรมฯ กับชุดสืบสวนสภ.เมืองพระนครศรีอยุธยาสามารถจับกุมขบวนการนี้ได้ยกแก๊งทั้งหมด จำนวน 6 คน ซึ่งทั้ง 6 คนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
และในวันนี้ ทางชมรมฯ ได้ส่งนายพันธุ์สุธี มีลือกิจ ผู้เสียหาย นำกระเช้าดอกไม้แสดงความขอบคุณท่านผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองพระนครศรีอยุธยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด (ตามภาพที่ 1) ที่ได้ร่วมกันจับกุมคนร้ายในคดีนี้มาลงโทษตามกฎหมาย และสามารถปิดคดีนี้ได้อย่างรวดเร็ว ขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน ที่ติดตามและให้การสนับสนุนการทำงานของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมมาโดยตลอด
ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม


มี่มา  https://www.facebook.com/Helpcrimevictimclub/?fref=ts
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview