กรณีเกิดเหตุแบบนี้ ใครควรรับผิดชอบ

อยากเล่าไว้เป็นกรณีศึกษาครับ  เนื่องจากวันเสาร์ที่ 13 ส.ค.2559  เวลาประมาณ 16:40น. ผมได้แวะ ร้านขายอุปกรณ์ปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์  กม.32 ฝั่งมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพ  ร้านอยู่ติดกับห้างโลตัส  เรื่องมีอยู่ว่า ผมซื้อรางปลูกผัก ยาว 6 เมตร จำนวน 6 ชุด เป็นเงิน 5,000 บาท แต่ผมใช้รถกระบะ ไม่สามารถบรรทุกรางยาว 6 เมตรได้ จึงให้ทางร้านค้า ตัดครึ่ง 3 เมตร และขนย้ายโดยพาดรางไว้บนหลังคารถ โดยพนักงานของร้านค้าดำเนินการผูกมัดรางปลูก จำนวน 12 ราง (3 ม.)ด้วยเชือก  ช่วงที่กำลังจะมัดผมได้เดินเข้าไปบอกพนักงานที่กำลังมัดรางว่า ช่วงมัดรางด้วยเชือกหลายเส้น และ หลายช่วง ด้วยอย่าให้รางขยับได้นะ เพราะผมต้องวิ่งรถไกล  ผมพูดจบก็เดินกลับเข้าไปในร้านค้าเพื่อจ่ายเงิน จำนวน 5,100 บาท  เสร็จผมก็กลับขึ้นรถและขับออกจากร้าน มาวิ่งขึ้นทางด่วนบูรพาวิถี เพื่อไปบางใหญ่ หลังจากวิ่งขึ้นทางด่วนมาได้สักระยะไม่เกิน 10 กม. ผมมองกระจกส่องหลังไม่เห็นรางปลูกที่มัดไว้ ผมรีบชลอรถและจอดรถด้านขาวสุดชิดเกาะกลางถนน ผมตกใจมาก เห็นรางกระจายตกเต็มทางด่วน ห่างจากรถผมจอด ประมาณ 70 เมตรได้ ผมตลึงแปะ  รีบวิ่งไปเก็บราง รถตามหลังมาเริ่มชลอและเหยียบรางผมข้ามได้ ที่ละคัน ที่ละคัน ผมรีบวิ่งไปเก็บรางที่ตกกลางถนน ทั้งที่รู้ว่ามันเสียหายหมดแล้ว ตอนนั้นไม่รู้เสี่ยงชีวิตทำแบบนั้นได้อย่างไร กับแฟนผม 2 คน เป็นคนบ้าที่ไหนไม่รู้วิ่งบนทางด่วนเก็บขยะ  หลังจากเก็บเสร็จมัดซากพลาสติกยาวใส่ท้ายรถและขับกลับบ้านที่บางใหญ่  
    วันรุ่งขึ้น (อาทิตย์)ผมโทรไปบอกที่ร้านค้าฯ ว่าเมื่อวานเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ลูกน้องคุณ มัดเชือกเส้นเดียวซึ่งเป็นของผม ถ้าลูกน้องคุณเชื่อในสิ่งที่ผมบอก มัดเชือกหลายๆเส้นและหลายช่วงก็คงไม่เกิดเหตุนี้ ทางร้านให้ผมส่งภาพสินค้าที่เสียหายไปให้ดู  หลังจากนั้น ผมได้คำพูดจาก line ว่า ขอโทษ เท่านั้นจริง จนผมต้องหน้าด้านพูดไปว่า คุณไม่คิดจะทำอะไรที่มากกว่า คำขอโทษ และเสียใจเท่านั้น  เขาตอบกลับมาว่า ขอแจ้งเจ้านายก่อนนะค่ะ  
   วันจันทร์  ร้านฯ ตอบมาทางไลน์ว่า จะลดค่าสินค้าที่จะซื้อครั้งต้องไปให้ผม 5%  ผมตกใจมากที่ได้เห็นข้อความนี้  ใจผมยังคิดว่าร้านน่าจะลด 20-30%  ซึ่งผมว่ายังน้อยเกิดไปสำหรับความผิดพลาดครั้งนี้ แต่ผมตแบกลับไปว่า ถ้าแสดงความรับผิดชอบได้แค่นี้ก็ไม่ต้อง แต่ผมอย่าจะบอกทางร้านว่า อย่าทำอะไรแบบมักง่าย ไม่รอบครอบ เพราะเสียหายมันใหญ่กว่าที่คุณคิด  เพราะถ้าวันนั้น รางที่หลุดตกไปโดยรถคันหลัง แทงทะลุกระจกเขาไปในตัวรถแล้วมีคนเสียชีวิตขึ้นมันจะเรื่องใหญ่มากนี้มากมาย หลังจากผมพูดจบ เขาไม่ตอบไลน์ผมอีกเลย  ผมคิดมาสักพัก เลยตัดสินใจเล่าเรื่องราว ถ่ายทอดประสบการณ์โชคร้าย ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ถ้าเขาทำงานไม่มักง่ายแบบนั้น
      เหตุครั้งนี้ สอนผมว่าต่อไปต้องไม่ไว้ใจ รอดูการทำงานและต้องตรวจสอบด้วยตัวเองด้วยทุกครั้ง
    เหตุการณ์ที่เล่ามา ท่านคิดว่าร้านค้าควรต้องรับผิดชอบหรือไม่ อย่างไร

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่