ขอเกริ่นก่อนนะคะ คือเราเคยเป็นพนักงานประจำงานบริการบริษัทเอกชน พอดีเราท้องแล้วงานบริการต้องเดินเป็นส่วนมาก สามีเลยให้ลาออกมาเลี้ยงลูกค่ะ แต่ด้วยที่เงินเราไม่พอใช้ค่ะ เราเลี้ยงสุนัขอยู่แล้ว 10 ตัว (เคยเพาะพันธุ์สุนัข แต่ก็เลิกทำไปแล้ว ก็เลยเลี้ยงไว้) เราชอบและเลี้ยงอยู่เลยเป็นอาชีพรับฝากเลี้ยงสุนัข ตอนนั้นสามีทำงานประจำหลักอยู่ (ที่ทำงานใกล้บ้าน1กม.) เขาจะกลับมาทุกเที่ยง เพื่อซื้อข้าวมาให้เรา และเย็นรีบกลับมาให้อาหารหมาและพาเราไปกินข้าว เราอยู่บ้านหลวงของแม่ อยู่กับพ่อแม่พี่ และ ครอบครัวเรา พ่อแม่ลูก เราก็รับลูกค้ามาเรื่อย รายได้พอได้เดือนละ6000-8000 ที่แคบค่ะ เปิดอยู่บ้าน สามีทำห้องฝากหมาเอง ก่ออิฐ ผสมปูน ทาสีอะไรเองหมด (ด้วยทุนที่น้อย มีหนี้หลายๆอย่างต้องชำระ) ทำมาเรื่อยๆ พอได้กินได้ใช่ค่ะ เราก็เกิดท้องที่2ขึ้นมา ทีนี้ที่อยู่อาศัยรวมกับสัตว์แล้ว มันแคบไป เราสองคนต้องเลี้ยงลูกเอง ไม่มีคนช่วยค่ะ ตากะยาย ยังไม่เกษียน มีหลังเลิกงาน จะช่วยเราดูพอได้กินข้าวบ้างค่ะ หลังจากที่เราตัดสินใจออกมาอยู่กันพ่อแม่ลูกที่บ้านอีกหลัง (บ้านของพ่อกับแม่เราที่สร้างไว้แต่ไม่มีคนมาอยู่เพราะไกลเมือง สร้างมาได้5ปี) เป็นบ้านที่มีพื้นที่1ไร่ แต่ไกลตัวเมือง 35 กม. ด้วยความที่อยากให้ลูกมีที่วิ่งเล่น เพราะคนโต2ขวบ ในท้อง7เดือนตอนนั้น เราเลยย้ายมา โดยที่พ่อเรามาส้รางห้องรับฝากเลี้ยงสุนัขไว้ให้อย่างดี มีห้องพัดลม10ห้อง ห้องแอร์ใหญ่1ห้อง เราเลยเลี้ยงกระต่ายเพิ่ม และรับฝากเลี้ยงกระต่ายไปด้วย สัตว์เลี้ยงเริ่มเยอะ ท้องเริ่มใหญ่ สามีเราต้องไปทำงานประจำที่เดิม ขับรถไปกลับ ค่าน้ำมัน 2วัน500บาท เงินเดือน 14,000บาท เราเลยคุยกันว่า จะลองเสี่ยงออกมาช่วยกันทำรับฝากเลี้ยงสุนัขเต็มตัว โปรโมทเต็มที่ และมีรับส่งในตัวเมือง ช่วงเทศกาลก็ไปได้ดีค่ะ มีคนใช้บริการเยอะ แต่ช่วงไหนไม่มีเทศกาล ก็จะมีลูกค้าน้อย รายได้เืดอนนึงก็8000-10,000 เดือนไหนมีเทศกาล ก็ได้ 20,000 กว่าๆ แต่เราก็มีหนี้ที่ต้องจ่ายประจำ ค่าน้ำไฟ ค่ารถ ค่าโทรศัพท์ ค่าเน็ต ค่าอาหารสุนัข ค่าบัตรกดเงินสด ยังไม่รวมค่ารักษาสัตว์เลี้ยงบางครั้ง สามีลาออกมา กะว่าจะอยู่กินแบบประหยัดไป พอเราคลอดลูกมา ก็เริ่มช็อต มาตรงกับไม่ใช่ช่วงเทศกาลค่ะ ลูกค้าก็น้อย คลอดลูกใหม่ ก็ต้องช่วยกันเลี้ยง สามีก็หนักตรงที่ดูแลสุนัข
แต่ชีวิตมาพลิก !!! เพราะลูกค้าที่มาฝากเลี้ยงสุนัขเล็ก เกิดมาเป็นฮีทที่บ้านเรา (ไม่มีใครรู้ทั้งสองฝ่าย) จึงทำให้สุนัขตัวผู้ของเขาหวงตัวเมีย(สุนัขเล็ก) มาเห่าสุนัขของเรา (สุนัขโตไซบีเรียน) ด้วยความที่ปกติ หมาเราไม่เคยกัดหรืองับหมาเล็กเลย ตลอดอายุมัน5ปี และเปิดร้านมา3ปี วันนั้นมันคงรำคาญที่สุนัขลูกค้ามาเห่า มันเลย แว้งไปงับสุนัขลูกค้า ซึ่งสามีเราเก็บกรงกระต่ายหน้าบ้านเราให้นมลูกอยู่ (ได้ยินเสียงเห่าครั้งเดียว แต่ยอมรับเราสัพเพร่าเองค่ะ) มันคงไม่ได้ตั้งใจ แต่มันไม่มีเสียงกัดกันต่อ เราเลยเรียกสามีมาดู สุนัขลูกค้าตาถลน เราตกใจมาก รีบแจ้งเขา แต่ตอนนั้นครั้งแรก เราไม่คิดว่าหมาเรากัด เพราะปกติหมากัดกันจะมีเสียงเอ๋งๆๆต่อกัน ปัดกัน แต่เราได้ยินแค่เสียงเห่าครั้งเดียว เลยรีบพาหมาเขาไปหาหมอเย็บตากลับ (เราตกใจมาก พร้อมจะดูแลพยาบาลสุนัขไปตลอดจนกว่าเจ้าของจะมารับ) พอแจ้งแล้วไม่ขอพูดตรงที่เจ้าของเขาต่อว่าด่าเรานะคะ พอเขามารับเขาก็ไม่พอใจ เราก็ขอโทษ และก็จะชดใช้ค่าพยาบาลหมาทั้งหมดให้ พอเปิดตามาสุนัขเขาตาบอดค่ะ กล้ามเนื้อตามันขาดไป เลยจึต้องเอาตาออก เย็บปิด แต่เจ้าของไม่ยอมจะไปใส่ตาเทียม บอกให้เราชดใช้ค่าเสียหาย4หมื่น ค่าใส่ตาเทียมสุนัข แต่ด้วยที่เราไม่มีเงิน และเราก็ใจเขาใจเราค่ะ เลยต่อรอง เหลือ 20,000 บาท ซึ่งครอบครัวเราไม่มีเงินเหลือเลย (เจ้าของเขาก็กำหนดวันที่เราต้องจ่าย ขอผ่อนก็ได้นิดหน่อย แต่ยังไงก้อนแรก 15,000 ต้องตามวันที่เขากำหนด ไม่ขอพูดถึงที่เขาต่อว่าร้านเรานะคะ คือเราทำดีที่สุดแล้วยอมรับผิดทุกอย่างค่ะ ก็ให้เราด่า ให้เขาแจ้งความอะไรไป) ตอนเราพาหมาเขาไปหาหมอ เราก็ผิดเองที่ไม่ได้เช็ครอยกัด หมอบอกว่ามีรอยช้ำๆนิดนึงน่าจะกัดมั้ง ไปตอนคลีนิคจะปิด แล้วหมอก็รีบกลับบ้าน เราต้องเลี้ยงลูกอ่อน เลยไม่ได้อุ้มแล้วจับหมามาก ทำแผลที่ตาหมาเสร็จก็รีบไปล้างมือมาให้นมลูก อุ้มลูก เลยไม่ได้ตรวจรอยกัด มาเจอขวั่นๆก็วันสุดท้ายที่อาบหมาให้เขา เขาเลยโมโหว่าเราโกหกว่าไม่บอกว่าหมาเรากัด เราก็กะจะไปบอกเขาวันรับว่าหมาเราน่าจะกัดค่ะ แต่ก็ดูเหมือนเราโกหกไปแล้ว ข้ามๆไปเลยค่ะ
ลืมบอกไป ......... บ้านเรารับฝากเลี้ยงแบบไม่ขังกรงค่ะ มีห้องนอนแยกเวลานอน ห้องกว้าง ประมาณ 1.5 เมตร ห้องแอร์ก็เป็นห้องใหญ่แบบห้องนอนคนค่ะ มีเตียงให้สุนัขนอน 6 ฟุต สำหรับสุนัขโต สุนัขเล็กก็มีที่แบ่งห้องเล็กๆกันออก ก่อนหน้านี้เราจะปล่อยหมาตามนิสัยหมา ถ้าตัวไหนเข้ากัน ให้วิ่งเล่นด้วยกัน ตัวไหนไม่เข้ากับเพื่อนปล่อยเดี่ยว เปิดมาสองปีกว่าไม่เคยเจอหมากัดกัน ลูกค้าจะแจ้งนิสัยหมาตลอด พอดีตัวนี้ไม่ได้แจ้ง หมาเขาจะเห่าตลอดเวลาค่ะ ก็จะทำตัวเป็นจ่าฝูงโดยที่ไปเห่าหมาโตเรา ซึ่งปกติมันไม่สนใจอะไรหมาเล็ก เลยเกิดเรื่องขึ้น (เดาจากเหตุการณ์ที่คาดว่ามันน่าจะงับ เพราะเห็นตัวเล็กไปเห่าๆๆตลอด ยืนเห่าใกล้ๆหมาเรา) เราก็สัพเพร่าที่ดูไม่รอบคอบ แฟนก็ทำหลายอย่างค่ะ เลี้ยงลูก หมาอีก ช่วงเวลาแปปเดียวเองค่ะตอนปล่อยออกมาวิ่งเล่นกันตอนเย็น T_T
เราเครียดมากร้องไห้หนักมาก แต่ท้อไม่ได้เพราะมีลูกสองคนค่ะ สัตว์เลี้ยงอีก10กว่าชีวิตที่ต้องดูแล เราก็พยายามไม่ไปอ่านในกลุ่มสัตว์เลี้ยงทุกอย่างเผื่อไปเจอเขาไปประจานร้านเรา มันจะยิ่งเครียดหนักกว่าเดิมค่ะ แต่เราก็ทำดีที่สุดแล้วค่ะดูแลล้างแผลหมาเขาทุกวัน ป้อนยา ไปตามนัดหมอ จริงค่าผ่าเอาตาออกไม่เกิน5,000 แต่เขาก็ต้องการใส่ตาเทียมหมา เราเลยก็ต้องแล้วแต่เขา เราก็ต้องยืมเงินพ่อแม่เรา ยืมเงินคนอื่นมาเรื่อยๆ แต่ละเดือนหนี้ที่ต้องจ่ายยังคงเดิม เดือนละ20,000 บาท เพิ่มมาคือมีหนี้มาอีก ประดังเข้ามา ลูกก็ต้องเลี้ยง เราก็ขายของในเน็ตเป็นตัวแทนเหมือนเดิมค่ะ แบบไม่สต็อท ได้ไม่กี่บาทก็ต้องทำค่ะ เราเริ่มทำแซนวิชไปวางขาย แต่ด้วยที่เราอยู่ไกลเมือง ชาวบ้านแถวนี้ เขาก็ไม่ค่อยนิยมทาน เราทำแซนวิชไส้ทะลักอันละ25บาทไป คงแพงไปชาวบ้านก็เลยไม่ค่อยซื้อ มันเห็บได้ไม่นานค่ะ เราก็เลยคิดอยากหาอาชัพที่เราและสามี จะทำและเลี้ยงลูกไปด้วยได้ วางแผนไว้ว่าจะไปเปิดแผงขายชิ้นส่วนไก่ที่ตลาดใน อำเภอค่ะ เสริมจากเวลาที่รับฝากเลี้ยงไม่มีลูกค้า แต่ตลาดก็บรรยากาศไม่เหมาะกับที่ลูกวัยซนจะไปอยู่ไปวิ่งเล่นเลยค่ะ ตอนนี้ยังไม่มีทุนอะไรเลยค่ะ ทำได้แค่สะสมซื้อของจะทำน้ำหวานบรรจุขวด ขวดละ10บาทไปขาย เปิดขายในเน็ต ทำตามออเดอร์ไปด้วย กำลังลองชง ใครมีอะไรแนะนำได้นะคะ อาชีพที่ลงทุนไม่มากเสริมจากอาชีพหลักค่ะ มีสูตรมีอะไร แบ่งปันกันมาหน่อยนะคะ ถือว่าช่วยต่อชีวิตให้ครอบครัวเราค่ะ
***เพิ่มเติมนะคะ***
ขอบคุณทุกคำแนะนำมากๆนะคะ บางเราก็ทำไปแล้วบ้าง เด่วจะลองทำอาชีพเสริมดู บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไม เราสองคนไม่แยกกันทำงานเอกชนแล้วเอาลูกไปฝากเนอสรี่ คือด้วยความเป็นมนุษย์แม่ค่ะ เราอยากเลี้ยงเอง เพราะสมัยนี้หาคนที่จะเลี้ยงเด็กได้ดีก็ยาก คำนวนค่าใช้จ่ายที่จะต้องซื้อนมผง แพมเพิส และค่าฝากเลี้ยง เงินเดือนหามาได้ก็หมดไปกับค่าฝากเลี้ยงค่ะ เราเลยเลี้ยงเอง ด้วยนมแม่ล้วน 100 % ทั้งสองคน (ประหยัดค่านมและลูกแข็งแรง) เลี้ยงเองปลอดเชื้อโรค (ได้ใกล้ชิดลูก ลูกได้รับความอบอุ่นจากพ่อแม่เต็มที่ ประหยัดค่า รพ.เวลาเจ็บป่วย) ลูกไม่เคยป่วยเลยค่ะสองคน เราสองคนคงจะลำบากไปจนลูกเข้าโรงเรียนค่ะ ถ้าทำอาชีพที่ทำกันอยู่ ไปได้ไม่ดี เราก็อาจจะกลับไปสมัครงานค่ะ ช่วงเวลาที่เราจะได้ ใกล้ชิดกับลูกดูลแเขาเองมีไม่มาก เราเลยยอมมาลำบากเพื่อให้ได้เลี้ยงเขาเอง พอเขาโต เขาจะเลือกทางเดินชีวิตเขาเอง เราคงได้แต่มองดูน่ะค่ะ ลำพังเงินเดือนคนจบ ป.ตรีตามต่างจังหวัด ได้เงินเดือนไม่เกิน 15,000 อยู่แล้วค่ะ เข้าทำแรกๆก็ 9,000 บาท ผ่อนรถก็หมดแล้ว 5555 แต่รถอีกประมาณ 2 ปีกว่าๆ ก็หมดงวดแล้วค่ะ
ทุ่มเทเพื่อลูก ต้องลาออกมาช่วยกันเลี้ยงลูก เจอปัญหาชีวิตแทบล้มทั้งยืน อยากให้ช่วยแนะนำอาชีพเพิ่มเติมด้วยค่ะ
แต่ชีวิตมาพลิก !!! เพราะลูกค้าที่มาฝากเลี้ยงสุนัขเล็ก เกิดมาเป็นฮีทที่บ้านเรา (ไม่มีใครรู้ทั้งสองฝ่าย) จึงทำให้สุนัขตัวผู้ของเขาหวงตัวเมีย(สุนัขเล็ก) มาเห่าสุนัขของเรา (สุนัขโตไซบีเรียน) ด้วยความที่ปกติ หมาเราไม่เคยกัดหรืองับหมาเล็กเลย ตลอดอายุมัน5ปี และเปิดร้านมา3ปี วันนั้นมันคงรำคาญที่สุนัขลูกค้ามาเห่า มันเลย แว้งไปงับสุนัขลูกค้า ซึ่งสามีเราเก็บกรงกระต่ายหน้าบ้านเราให้นมลูกอยู่ (ได้ยินเสียงเห่าครั้งเดียว แต่ยอมรับเราสัพเพร่าเองค่ะ) มันคงไม่ได้ตั้งใจ แต่มันไม่มีเสียงกัดกันต่อ เราเลยเรียกสามีมาดู สุนัขลูกค้าตาถลน เราตกใจมาก รีบแจ้งเขา แต่ตอนนั้นครั้งแรก เราไม่คิดว่าหมาเรากัด เพราะปกติหมากัดกันจะมีเสียงเอ๋งๆๆต่อกัน ปัดกัน แต่เราได้ยินแค่เสียงเห่าครั้งเดียว เลยรีบพาหมาเขาไปหาหมอเย็บตากลับ (เราตกใจมาก พร้อมจะดูแลพยาบาลสุนัขไปตลอดจนกว่าเจ้าของจะมารับ) พอแจ้งแล้วไม่ขอพูดตรงที่เจ้าของเขาต่อว่าด่าเรานะคะ พอเขามารับเขาก็ไม่พอใจ เราก็ขอโทษ และก็จะชดใช้ค่าพยาบาลหมาทั้งหมดให้ พอเปิดตามาสุนัขเขาตาบอดค่ะ กล้ามเนื้อตามันขาดไป เลยจึต้องเอาตาออก เย็บปิด แต่เจ้าของไม่ยอมจะไปใส่ตาเทียม บอกให้เราชดใช้ค่าเสียหาย4หมื่น ค่าใส่ตาเทียมสุนัข แต่ด้วยที่เราไม่มีเงิน และเราก็ใจเขาใจเราค่ะ เลยต่อรอง เหลือ 20,000 บาท ซึ่งครอบครัวเราไม่มีเงินเหลือเลย (เจ้าของเขาก็กำหนดวันที่เราต้องจ่าย ขอผ่อนก็ได้นิดหน่อย แต่ยังไงก้อนแรก 15,000 ต้องตามวันที่เขากำหนด ไม่ขอพูดถึงที่เขาต่อว่าร้านเรานะคะ คือเราทำดีที่สุดแล้วยอมรับผิดทุกอย่างค่ะ ก็ให้เราด่า ให้เขาแจ้งความอะไรไป) ตอนเราพาหมาเขาไปหาหมอ เราก็ผิดเองที่ไม่ได้เช็ครอยกัด หมอบอกว่ามีรอยช้ำๆนิดนึงน่าจะกัดมั้ง ไปตอนคลีนิคจะปิด แล้วหมอก็รีบกลับบ้าน เราต้องเลี้ยงลูกอ่อน เลยไม่ได้อุ้มแล้วจับหมามาก ทำแผลที่ตาหมาเสร็จก็รีบไปล้างมือมาให้นมลูก อุ้มลูก เลยไม่ได้ตรวจรอยกัด มาเจอขวั่นๆก็วันสุดท้ายที่อาบหมาให้เขา เขาเลยโมโหว่าเราโกหกว่าไม่บอกว่าหมาเรากัด เราก็กะจะไปบอกเขาวันรับว่าหมาเราน่าจะกัดค่ะ แต่ก็ดูเหมือนเราโกหกไปแล้ว ข้ามๆไปเลยค่ะ
ลืมบอกไป ......... บ้านเรารับฝากเลี้ยงแบบไม่ขังกรงค่ะ มีห้องนอนแยกเวลานอน ห้องกว้าง ประมาณ 1.5 เมตร ห้องแอร์ก็เป็นห้องใหญ่แบบห้องนอนคนค่ะ มีเตียงให้สุนัขนอน 6 ฟุต สำหรับสุนัขโต สุนัขเล็กก็มีที่แบ่งห้องเล็กๆกันออก ก่อนหน้านี้เราจะปล่อยหมาตามนิสัยหมา ถ้าตัวไหนเข้ากัน ให้วิ่งเล่นด้วยกัน ตัวไหนไม่เข้ากับเพื่อนปล่อยเดี่ยว เปิดมาสองปีกว่าไม่เคยเจอหมากัดกัน ลูกค้าจะแจ้งนิสัยหมาตลอด พอดีตัวนี้ไม่ได้แจ้ง หมาเขาจะเห่าตลอดเวลาค่ะ ก็จะทำตัวเป็นจ่าฝูงโดยที่ไปเห่าหมาโตเรา ซึ่งปกติมันไม่สนใจอะไรหมาเล็ก เลยเกิดเรื่องขึ้น (เดาจากเหตุการณ์ที่คาดว่ามันน่าจะงับ เพราะเห็นตัวเล็กไปเห่าๆๆตลอด ยืนเห่าใกล้ๆหมาเรา) เราก็สัพเพร่าที่ดูไม่รอบคอบ แฟนก็ทำหลายอย่างค่ะ เลี้ยงลูก หมาอีก ช่วงเวลาแปปเดียวเองค่ะตอนปล่อยออกมาวิ่งเล่นกันตอนเย็น T_T
เราเครียดมากร้องไห้หนักมาก แต่ท้อไม่ได้เพราะมีลูกสองคนค่ะ สัตว์เลี้ยงอีก10กว่าชีวิตที่ต้องดูแล เราก็พยายามไม่ไปอ่านในกลุ่มสัตว์เลี้ยงทุกอย่างเผื่อไปเจอเขาไปประจานร้านเรา มันจะยิ่งเครียดหนักกว่าเดิมค่ะ แต่เราก็ทำดีที่สุดแล้วค่ะดูแลล้างแผลหมาเขาทุกวัน ป้อนยา ไปตามนัดหมอ จริงค่าผ่าเอาตาออกไม่เกิน5,000 แต่เขาก็ต้องการใส่ตาเทียมหมา เราเลยก็ต้องแล้วแต่เขา เราก็ต้องยืมเงินพ่อแม่เรา ยืมเงินคนอื่นมาเรื่อยๆ แต่ละเดือนหนี้ที่ต้องจ่ายยังคงเดิม เดือนละ20,000 บาท เพิ่มมาคือมีหนี้มาอีก ประดังเข้ามา ลูกก็ต้องเลี้ยง เราก็ขายของในเน็ตเป็นตัวแทนเหมือนเดิมค่ะ แบบไม่สต็อท ได้ไม่กี่บาทก็ต้องทำค่ะ เราเริ่มทำแซนวิชไปวางขาย แต่ด้วยที่เราอยู่ไกลเมือง ชาวบ้านแถวนี้ เขาก็ไม่ค่อยนิยมทาน เราทำแซนวิชไส้ทะลักอันละ25บาทไป คงแพงไปชาวบ้านก็เลยไม่ค่อยซื้อ มันเห็บได้ไม่นานค่ะ เราก็เลยคิดอยากหาอาชัพที่เราและสามี จะทำและเลี้ยงลูกไปด้วยได้ วางแผนไว้ว่าจะไปเปิดแผงขายชิ้นส่วนไก่ที่ตลาดใน อำเภอค่ะ เสริมจากเวลาที่รับฝากเลี้ยงไม่มีลูกค้า แต่ตลาดก็บรรยากาศไม่เหมาะกับที่ลูกวัยซนจะไปอยู่ไปวิ่งเล่นเลยค่ะ ตอนนี้ยังไม่มีทุนอะไรเลยค่ะ ทำได้แค่สะสมซื้อของจะทำน้ำหวานบรรจุขวด ขวดละ10บาทไปขาย เปิดขายในเน็ต ทำตามออเดอร์ไปด้วย กำลังลองชง ใครมีอะไรแนะนำได้นะคะ อาชีพที่ลงทุนไม่มากเสริมจากอาชีพหลักค่ะ มีสูตรมีอะไร แบ่งปันกันมาหน่อยนะคะ ถือว่าช่วยต่อชีวิตให้ครอบครัวเราค่ะ
***เพิ่มเติมนะคะ***
ขอบคุณทุกคำแนะนำมากๆนะคะ บางเราก็ทำไปแล้วบ้าง เด่วจะลองทำอาชีพเสริมดู บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไม เราสองคนไม่แยกกันทำงานเอกชนแล้วเอาลูกไปฝากเนอสรี่ คือด้วยความเป็นมนุษย์แม่ค่ะ เราอยากเลี้ยงเอง เพราะสมัยนี้หาคนที่จะเลี้ยงเด็กได้ดีก็ยาก คำนวนค่าใช้จ่ายที่จะต้องซื้อนมผง แพมเพิส และค่าฝากเลี้ยง เงินเดือนหามาได้ก็หมดไปกับค่าฝากเลี้ยงค่ะ เราเลยเลี้ยงเอง ด้วยนมแม่ล้วน 100 % ทั้งสองคน (ประหยัดค่านมและลูกแข็งแรง) เลี้ยงเองปลอดเชื้อโรค (ได้ใกล้ชิดลูก ลูกได้รับความอบอุ่นจากพ่อแม่เต็มที่ ประหยัดค่า รพ.เวลาเจ็บป่วย) ลูกไม่เคยป่วยเลยค่ะสองคน เราสองคนคงจะลำบากไปจนลูกเข้าโรงเรียนค่ะ ถ้าทำอาชีพที่ทำกันอยู่ ไปได้ไม่ดี เราก็อาจจะกลับไปสมัครงานค่ะ ช่วงเวลาที่เราจะได้ ใกล้ชิดกับลูกดูลแเขาเองมีไม่มาก เราเลยยอมมาลำบากเพื่อให้ได้เลี้ยงเขาเอง พอเขาโต เขาจะเลือกทางเดินชีวิตเขาเอง เราคงได้แต่มองดูน่ะค่ะ ลำพังเงินเดือนคนจบ ป.ตรีตามต่างจังหวัด ได้เงินเดือนไม่เกิน 15,000 อยู่แล้วค่ะ เข้าทำแรกๆก็ 9,000 บาท ผ่อนรถก็หมดแล้ว 5555 แต่รถอีกประมาณ 2 ปีกว่าๆ ก็หมดงวดแล้วค่ะ