รำคานกับพิธีกรรมตรวจกระเป๋าคนละ2วิ ที่คิดว่าจะรักษาความปลอดภัยได้..หลอกตัวเอง บนวิธีการที่ผิด

บางคนมีกระเป๋าสะพายหลัง ต้องเสียเวลามานั่งกลับหลังเปิดให้ดู 2วิ
บางคนรีบ ต้องมายืนเสียเวลากับพิธีกรรมเฉพาะหน้าแบบไร้ประโยชน์
บางคนไม่โดนเรียก บางคนโดนเรียกเฉย ... ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติจากการใช้ดุลยพินิจและอคติของเจ้าหน้าที่ อย่างไม่อิงกับหลักสากล

การค้นกระเป๋า ถือเป็นมาตรการสูงสุด ที่ไม่ใช่การรักษาความปลอดภัยแบบทั่วไป เพราะมีลักษณะของการละเมิดความเป็นส่วนตัวสูง
....ดังนั้น จึงมักใช้ในกรณีที่ต้องการตรวจสอบผู้ต้องสงสัยในกรณีสืบสวนของตัวรวจ .... หรือใช้ในกรณีพื้นที่ที่ต้องการความมั่งคงมากๆ เช่น สถานที่ราชการ งานประชุม หรือรัฐสภา ซึ่งเป็นพื้นที่ปิด มีเวลามากเพียงพอที่จะตรวจได้ละเอียดจนปลอดภัยจริงๆ

..ดังนั้น หลักสากลจึงมักไม่ใช้วิธีนี้ในที่สาธารณะ  เช่น สถานีรถไฟ ถนานีรถบัส รือรถไฟฟ้า หรือพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่านมาก...ซึ่งต่อให้มีการพยายามนำมาใช้ ก็จะเกิดการไม่ทั่วถึง และไม่มีคุณภาพมากพอ  ไม่ได้ส่งผลต่อระบบรักษาความปลอดภัยที่สูงขึ้นเลย

เมืองนอกมาหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน สถานีรถไฟฟ้เขาไม่มีการตรวจแบบนี้ .... เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างภาระให้คนอื่น ที่ต้องเสียเวลาโดยใช่เหตุแล้ว มันยังไม่ได้สร้างความปลอดภัยที่แท้จริง ...ซึ่งแค่มี เจ้าหน้าที่ตามชานชลา นายสถานีในห้อง รวมถึงกล้องวงจรปิดซึ่งดูอย่างละเอียดตลอดเวลา มันก็จัดว่าเป็นระบบรักษาความปลอดภัยแบบมาตรฐานในพื้นทีสาธารณะแล้ว

ส่วนประเทศไทย คนไม่ค่อยเข้าใจเรื่องสิทธิส่วนบุคคล พื้นที่สาธารณะ หรือการเลือกปฏิบัติ
...ไม่มีความรู้ และเต็มไปด้วยมายาคติด้านการรักษาความปลอดภัยแต่เปลือก เน้นปริมาน  ไม่เน้นคุณภาพ
ดังนั้น ที่ผ่านมาจึงยังใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสมกับบริบท หลอกตัวเองว่าปลอดภัย

จริงๆควรจะเอาเวลามาคิดพัฒนามเรื่องประตูเข้าออก ระบบบันไดเลื่อน ลิฟ ม้านั่ง ให้คนสะดวกสบาย หรือเข้าถึงได้ทุกกลุ่ม
มากกว่ามาประดิษฐืพิธีกรรม รักษาความปลอดภัยลวกๆ ที่นอกจากจไม่ได้สร้างความปลอดภัยที่แท้จริง
ยังสิ้นเปลืองงบประมาณที่จะนำไปพัฒนาด้านอื่น
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่