มีใครเคย"รักเพื่อนร่วมห้องเรียน"มากๆ มั้ยครับ แต่มันมีบางเรื่องที่ทำให้อาจคบกันๆไม่ได้

กระทู้คำถาม
คือผมเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจเรื่องความรักของตัวเองครับ  แต่ตรงนี้ขอเล่าเรื่องราวให้เพื่อนๆวิเคราะห์ประเมิณดูก่อน
เล่าเรื่องตั้งแต่อนุบาลเลย ตอนอนุบาลผมเป็นเด็กซน ขี้เล่น กวนๆ ชอบเล่นกับเด็กผู้หญิง ประมาณว่าชวน ผญ. แข่งกันกรี๊ด
แต่เป็นแบบนั้น ความรักสมัยอนุบาลผมมีเยอะมากมาย มีแฟนทีเดียว 7 คน แต่อย่างว่าแหละครับ เป็นเด็กไม่รู้อะไรจริงจังแค่ไหน แค่ไหนเรียกจริงจัง(มาเป็นเพลง)
ก็รักๆ เล่นๆ ด้วยความแก่แดด มีจัดด้วยนะครับ เรียกจากรักมาก ไป น้อย แต่ละคน ถ้านึกภาพ ผมไปยืนดูตัวเองตอนนั้น ใน 7 คนนี่ หน้าตาดีแค่คนสองคน
พอขึ้นประถมมา เราก็แยกกัน บางคนก็เรียนต่อ รร.เดียวกัน บางคนก็ย้ายตามพ่อแม่ ผมเรียนต่อที่เดิมครับตั้งแต่ขึ้น ป.1 ไม่นาน ผมก็มีแฟน เป็นสาวน้อยน่ารักมาก แต่ตอนนี้เธอกลายเป็นแม่หมูไปแล้ว ป.2 นี่ก็มี 3 คน คนที่หนึ่งเรียนเก่งคณิตไม่สวยเท่าไหร่ คนสองเรียนเก่งภาษาไทย หน้าตาน่ารัก คนสามนี่เก่งภาษาไทย กับ ร้องเพลงลูกทุ่งครับ 3 คนนี้ผมคบมาถึง ป.5 ก็เหลือคบแค่คนที่หนึ่ง ได้ไม่นานก็เลิกกันด้วยเหตุผลที่ว่า ผมไม่แบ่งขนมให้กิน จากนั้นไม่นาน ผมก็มีแฟนอีกคน เก่งวิทย์ หน้าตาน่ารักบ้านๆ อยากบอกว่า ทั้งหมดนี่ เป็นคนที่อยู่ห้องเดียวกัน เรียนห้องเดียวกันทั้งนั้นเลย 5555 คนนี้ผมรักแบบมุ้งมิ้งมาก จนถึง ป.6 ก่อนเข้า ม.1 เราแยกที่เรียนกัน เป็น ผมไป รร.ประจำจังหวัด ส่วน คนนี้เค้าไปเรียนโรงเรียนคู่แข่งกัน แต่เรื่อง รร.นั่นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือ ผมไม่มีเวลาให้ ตอนนั้น เด็กๆอย่างพวกผม ดีสุดก็ขับจักรยานกัน คือบ้านผมก็ไกลกัน เลยเจอกันๆไม่บ่อยเท่าไหร่ จะมีก็ช่วงห้างเล็กมาเปิดใหม่ที่ไปด้วยกันบ่อย แต่ไปกันเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ พอขึ้น ม.1 ผมก็มีแฟนคนนึง แต่ไม่ได้รักมาก อยู่ห้องเดียวกัน ก็คุยกันไปเดี๋ยวก็รัก แต่ก็ไม่นานก็เบิกไป ด้วยปัญหาความกวน ในห้องเรียนแค่นั้น
มีแฟนอีกคน คนนี้เป็นเด็กย้ายมาจาก รร.คู่แข่ง น่ารัก ย้ายมากจากห้องเดียวกันกับ คนที่ผมคบคนสุดท้ายตอนประถม ที่เก่งวิทย์นั่นแหละ คบกันแบบไม่ลับเท่าไหร่ แต่ก็ไม่นาน ก็เลิกด้วยเหตุผลที่ไม่มีเวลา อีกทั้งเป็นช่วงที่ติดเกมมากๆ ม.2 มีคนที่ชอบในห้องเดียวกัน คนนี้เห็นน่ารักตั้งแต่เข้าเรียนใหม่ๆแล้ว เป็นคนตลก เฮฮาน่ารักมุ้งมิ้ง และตอนนั้นตัวสูงด้วย แต่ที่ขมมานี่ไม่ได้คบนะครับ ได้แต่มองเธอข้างเดียวอยู่ที่มุมนี้ ก็พอแล้ว (มาเป็นเพลง) จนขึ้น ม.3 นี่มีความรักครับ แต่คราวนี้ชอบรุ่นน้องในคณะสีเดียวกัน ไปเริ่มชอบเพราะค่ายของ รร.มีจัด เป็นค่ายภาษา ตอนกลางคืนก่อนเริ่มพิธี บนห้องประชุมนั้นปิดไฟ แล้วทุกคนจุดเทียน ตัวผมนั่งติดกับน้องเค้า แบบแทบจะยกเข่าไปพาดหัวน้อง (อันนี้เวอร์ไป) แต่ก็เหมือนเดิม ได้แค่มอง เพราะ น้องเค้ามีแฟนแล้ว!! แฟนเป็นนักกีฬา ไอ้เราก็นักกีฬาแต่คนละอย่าง มันบาส เราบอล ใน รร.ของผมส่วนใหญ่ ผญ.จะกรี๊ดกร๊าดกับรุ่นพี่หล่อๆนักบาส นักบอลส่วนน้อยที่สาวๆจะกรี๊ด 5555 พูดแล้วสงสารพวกนักบอลกันเอง ก็ไม่มีอะไร ไม่คบกับใคร มีแต่เพื่อน บวกกับเกมออนไลน์ เป็นช่วงนึงที่ติดมากๆ แต่ช่วงเทอมสองของม.3 ผมก็มีแฟนเป็นรุ่นพี่แบบว่า ม.3 กับ ม.6 (จะว่าไปร้ายกาจไม่เบา) ช่วงนั่นผมจะเป็นครขี้ม่อมากในสายตาเพื่อนๆ เพราะอ่อยรุ่นพี่หนักมาบวกกับอยู่ในกลุ่มเพื่อนหน้าตาดี คนนี้ก็คบได้นานคนนึง แต่พอพี่เข้ามหาลัยเราก็แยกกัไป จบแบบสวยๆ แบบเข้าใจกัน จนขึ้น ม.4 แน่นอนว่าเป็นช่วงที่เราเริ่มที่จะต้องเลือกสายวิชา ผมเลือกเป็นสายภาษาครับ(พูดง่ายๆ โง่คณิต) และในห้องผม คนน่ารักมากมาย(ใหม่ๆก็งี้) เด็กใหม่จากต่าง รร. ต่างจังหวัดก็มา แต่มีคนที่ผมชอบหลักๆเลยก็ 3 คน แต่คนนึง มีแฟนไวมาก ไวถึงขนาดผมนี่อึ้งไปเลย (แบบไปคุยกันตอนไหนวะเข้) ไวจนต้องยอมใจ คนที่สองเป็นคนน่ารักๆ แต่ดูห้าวกับเพื่อน ผช. บางครั้ง และหลายคนห็อกหักเพราะเธอชอบคนในห้อง ที่ไม่มีใครคิดว่าจะชอบ(แต่เหมาะกันดี เด็กเรียนกับเด็กเรียน) คนสุดท้ายนี่ขออนุญาติใช้คำว่า"รักเลย" ถึงช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่คนนี้ดูเหมือนจะเฟอะฟะ แต่สำหรับผมแล้วเค้าน่ารัก เป็นตัวของตัวเอง ก็เคยคิดไว้ว่าคนนี้แหละวะ เป้าหมายที่จะจีบ แต่ตอนนั้นยอมรับว่ใจตุ๊ด พร้อมทั้ฝยังติดเกมอยู่บ้างเลยยังไม่อยากให้เค้ามาวุ่นวาย กลัวจะเลิกกันเพราะเหตุผลที่ว่าผมไม่มีเวลาให้จากความติดเกม พอขึ้น ม.5 ความเป็นผู้ใหญ่ก็มีมาก เริ่มคิดถึงอนาคตนู่นนี่นั่น ทำกิจกรรมมากมาย ช่วงนั้นก็จะชอบแซวๆคนนี้ที่ชอบ แซวๆให้ขำ พูดตลก (กูเชื่อหลายคนก็เป็น ไม่ใช่กูคนเดียวแน่ๆที่ทำแบบนี้ ) เพราะ ชอบเวลาเค้ายิ้ม หัวเราะ มันน่ารักมุ้งมิ้งมาก แต่ตอนนั้นไม่ได้ทัก ไม่ได้คุยอะไรกันทางเฟสบุ๊ค จนเพื่อนต่างห้องก็ได้ครองใจไป ตอนนั้น็แอบเศร้าใจ ก็ทำได้แค่มอง เป็นห่วง ดูแลในระดับเพื่อน ถึงช่วงนั้นจะมีรุ่นน้อง รุ่นพี่ชอบเรา แต่เราก็ไม่ได้เลือกคบใครเลย เพราะเรารักคนนี้ มีวันนึง แฟนของคนนี้ป่วยหนักจนเสียชีวิตไป เราก็เสียใจแบบคูณสอง เพราะ เหมือนเสียเพื่อน แล้วก็คนที่ชอบเสียใจอีก ตอนไปงานศพเพื่อนเราก็คุยทุกวัน(คุยในใจ ไม่รู้ว่าจะรับรู้อะไรรึป่าว เราก็พูดสัญญาของเราไว้) ก็จนวันเผา ช่วงนั้นก็มีทำบุญให้อยู่บ่อย ก็มีเข้าฝันบ้าง แต่ไม่ได้คุยอะไรกันกับเราคนที่เราชอบก็เสียใจ เราก็คิดมาตลอดว่า เป็นเรา เราก็รักมาก มาป่วยแล้วลาไปแบบนี้ใครๆก็เศร้า อยากเก็บรักไว้ ก็ผ่านมาเรื่อยๆ เราก็พยายามหาคนนู้นคนนี้ ไปลองชอบคนอื่นดู แต่เราไม่เคยทักคนที่ชอบไปเลย แค่ดูรูป กดไลค์ไปกลับ ตามประสาเด็กมัธยม ผ่านมาเป็นปี จน ม.6 เป็นปีที่ต้องคิดหลายอย่าง หลายเรื่องมากกก(ก.ไก่ สิบเจ็ดล้านตัว)เราคอยมองคนที่เรารัก สังเกตตั้งแต่เปิดเทอม ม.6 วันแรกมา เราก็เห็นว่าคนที่เรารัก เริ่มชอบคนนั้น คนนี้บ้าง ดูสดใส เราก็ชื่นใจ ความน่ารักอย่างนึงคือ คนนี้ชอหลับในห้องเรียน เราเห็นก็แบบ นี่ไปอดหลับอดนอนมาจากไหน ก็ฮา มีแอบถ่ายรูปเก็บไว้แกล้งตอนวันเกิดบ้าง(แต่ไม่ได้ใช้ วันนั้นไม่ได้ไปอวยพรหน้าเฟสด้วย แอบเศร้าใจ( จริงๆเห็นขึ้นเตือนตั้งแต่ตี 4 ที่เราตื่น วันนั้นไป ตจว.) พอเจอกันเค้าก็ถามว่า ทำไมไม่เห็นไป hbd เราเลย ไอเราก็ตอบไปว่าลืม แต่มีเหตุผล (เอาจริงๆก็ลืม T T) เค้าเป็นคนนิสัยส่วนตัวดี ข้อดีเยอะ ถึงจะไม่รู้อะไรกับเค้ามากนัก คนนี้เป็นคนที่เห็นค่าของเงินมากๆ (อันนี้เราประทับใจ แบบว่า สุดยอด ต้องแบบนี้สิ!) มีหลายอย่างที่เค้ามาเป็นแรงบรรดาลใจ แรงผลักดันให้เรามีความตั้งใจหลายๆเรื่องมาก  เคยคุยกันเรื่องเข้ามหาลัย ก็คิดในแนวเดียวกันว่าถ้าไปที่นั่นที่นี่จะเป็นยังไง ใช้เงินมมากน้อยแค่ไหน ยิ่งได้คุยแล้วแบบ (สุดยอด!) จนมาวันนึง เรารู้สึกแบบรักมาก ก็คุยกับเพื่อนดู เพื่อนก็แนะนำอย่างนั้น อย่างนี้ เราก็ทักไปชวนคุยเรื่องนั้นนี้กับคนที่เรารัก แต่ก็ไม่ได้อะไร ชอบพิมอะไรฮาๆ บ้าง แต่มีบางอย่าง ที่ตอนนี้ผมเดาใจเค้าไม่ถูกว่าคิดอะไรยังไง T T ควรทำยังไง บุก หรือ พัก หรือควรถอยกับคนนนี้ ตอนนี้เวลาอยู่ในห้องเรียน ผมแทบจะไม่ได้มองหน้ากันเท่าไหร่ ไม่ได้พูดคุยกันเลยสักคำมาหลายวัน ตัวผมเองก็คอยจะทำตัวออกห่างจากคำแนะนำของเพื่อนบางคนดู ลองหลายๆวิธีจากเพื่อนๆดู อยู่ในห้องผมก็คอยสังเกตดูบ้าง ถึงจะไม่ส่งผลกับการเรียน แต่มันก็รู้สึกจิตใจห่อเหี่ยว ขาดกำลังใจบางส่วน ขาดแรงผลักดัน รวมทั้งคำสัญญาจาแฟนคนนี้ ที่เสียไปด้วย

อยากให้เพื่อนช่วยประเมิณว่าผมควรทำอะไร อย่างไร  ถึงผมจะพิมพ์เยอะไปหน่อยก็ขอโทษด้วย เหมือนเป็นการเล่าเรื่องและระบาย และนี่เป็นกระทู้แรกของผม ขอบคุณครับ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่