เรื่องก็มีอยุ่ว่า แม่ผมเป็นมะเร็งเต้านมและก็ผ่าตัดฉายแสงอะไรเรียบร้อยแล้ว จนผ่านมา15ปี อยุ่ๆอาการของแม่ก็กำเริบแบบรวดเร็วมาก แม่เป็นตอนที่กำลังสอนหนังสืออยุ่ พวกครูท่านอื่นก็รีบพาแม่ส่งโรงบาล หลังจากนั้นก็เห็นว่าไม่ดีขึ้น ก็ส่งต่อโรงบาลประจำจังหวัด คือหาที่ใกล้ที่สุดก่อน ตอนนั้นคือทำอะไรไม่ถูกก็มีครูคนอื่นๆคอยช่วย ในตอนนั้นแม่เริ่มจะความจำเริ่มเลอะเลือนประมานว่าเห็นผมกับน้องสาว ก็ถามว่าไม่ไปเรียนกันหรอ คือเวลาของแม่เหมือนย้อนกลับไปก่อนหน้าปัจจุบันหลายปี เพราะตอนนั้นทั้งผมและน้องทำงานกันหมดแล้ว พอพาไปส่งรพ.อ่างทอง ในตอนนั้นหมอก็ตรวจแล้วบอกว่าอาการทรุดลงเรื่อยๆนะ ตอนนี้คนไข้ขาดเม็ดเลือดแดงอย่างมาก ต้องการด่วน แม่กรุ๊ปเลือด เอ(เน็กกาทีฟ) ส่วนผมกับน้อง(ต่อไปผมแทนด้วยเต้ น้องแทนด้วยนก) เอบี พ่อกรุ๊ปบี ที่ รพ ไม่มี ต้องเอาเลือดกรุ๊ปอื่นไปแลก จากรพ.อื่นๆ พวกเพื่อนๆเต้คือเป็นเพื่อนรุ่นพี่น่ะนะแต่ซี้กันมากเขาเล่นวิทยุสมัครเล่น เขาเลยขึ้นแจ้งขอเลือดประมานนี้ ก็ได้พวกเพื่อนๆวิทยุมา ที่กรุ๊ปตรงและเนคกาตีฟเหมือนกัน พอถ่ายเลือดเสร็จก็ขอให้น้า ทำเรื่องย้ายจาก รพ อ่างทองไป รพ จุฬา(แม่เป็นคนไข้ที่ จุฬา) ตอนที่มาถึง รพ จุฬา หมอก็ให้นอนที่เตียงคนไข้แล้วก็มีญาติอีกไม่กี่คน แล้วหมอก็เรียกให้เต้กับนกออกไปข้างนอกคุยกับหมอแล้วก็บอกว่า ทำใจได้เลยนะ อาการขั้นสุดท้ายเชื้อมะเร็งแพร่เร็วมาก จะอยู่ รพ ต่อไปก็เท่านั้น ให้แม่กลับไปบ้านดีกว่า ไม่พ้นคืนนี้แน่นอน ตอนนั้นก็ย้ายพาแม่กลับบ้าน พ่อของเต้เป็นอัมพฤก(เขียนไงฟะลืม)เต้กับนกก็ไม่พาพ่อไปหาแม่ คือให้รออยุ่ที่บ้าน พอพาแม่กลับมา ตาก็มารออยุ่พร้อมญาติคนอื่น ตาเต้เป็นมรรคทายก คือตาก็ให้สวดอะไรต่อมิอะไร เพราะตอนกลับมาแม่บอกว่าเห็นมดมาเยอะแยะไปหมดเต็มเลยทั้งบนฝ้าเพดานรึแม้แต่ข้างเตียงนอน ก็คิดล่ะนะว่าคงจะเจ้ากรรมนายเวนนั่นล่ะ ตาก็ให้แม่สวดๆๆ คาถาตามเค้า ตอนที่แม่กลับมาถึงบ้านนั้นคือประมานทุ่มกว่าๆตอนนั้นคือทุกคนรู้ว่าคืนนั้นคือคืนสุดท้ายของแม่เต้ แต่ว่าเต้ไม่ยอมในเมื่อเทคโนโลยีช่วยไม่ได้ ก็ต้องเล่นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ คืนนั้นเต้ไม่นอน พ่อนั้นนอนข้างแม่ อีกฝั่งก็คือนกนอนข้างแม่ เต้นั่งอยุ่ข้างนอก รอเวลา พอถึงตอนตีหนึ่ง เต้ก็เปิดประตูเดินออกไปตรงลานกว้างหน้าบ้าน จากนั้นก็พนมมือไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ผีบ้านผีเรือน ศาลตายาย แล้วก็บอกว่าขอให้เสียงต่อไปนี้ที่เต้กำลังจะพูดให้ดังออกไปให้ทุกสิ่งได้ยิน แต่ไม่อนุญาติให้เข้ามาในบ้าน แล้วเต้ก็พูด
เต้รู้ว่าถ้าสิ่งที่บนไม่สมน้ำสมเนื้อ ไม่เหมาะที่จะแลก จะไม่มีวันได้ตามที่ขอ แล้วอีกอย่างตอนน้นเต้ไม่สนอะไรแล้ว เต้ก็พูดคนเดียวตอนตีหนึ่งกว่าๆ เงียบโคตรๆขนาดแค่หน้าบ้านตัวเองนะ คือตอนนั้นความกลัวไม่มี กลัวอย่างเดียวคือกลัวแม่ตาย เรื่องที่เต้พูดเต้จำได้ดี เต้พูดว่า
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง ยมทูต ยมบาล เจ้านรก ผีห่า ซาตาน อสูรกาย รึจะสิ่งใดก็ไม่เกี่ยง จะสิ่งดีรึร้ายก็ได้ทั้งนั้น ถ้าท่านได้ยินเสียงของผม ผมไม่ใช่คนดีเด่อะไร รึมีบุญอะไรเยอะแยะมากมาย อาจจะเรียกได้ว่าเป็นคนไม่มีอะไรดี และผมไม่เคยขอบนอะไรพร่ำเพรื่อ แต่สิ่งที่ผมจะบนในตอนนี้ผม เดี๋ยวนี้ ผมไม่ขออะไรมาก ผมรู้ว่าคืนนี้คือคืนสุดท้ายของแม่ผม แต่ผมขอแค่ 15 วัน ขอแค่15วันเท่านั้น ขอให้แม่ผมลุกจากเตียงขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น เหมือนกับว่าไม่เป็นอะไร กลับมามีสติทุกอย่างครบสมบูรณ์ อาการดีเหมือนไม่เคยเป็นอะไรมาก่อนเลย ถ้าใครผู้ใดสามารถช่วยให้ผมสมหวังได้ ผมยินดีมอบให้เพื่อเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน
ผมขอแลกกับชีวิตของผมครึ่งของครึ่งนึงที่เหลืออยุ่ คือถ้าในชะตาชีวิตผมคืออีกนับตั้งแต่วันนี้จนถึงอีก 20ปีผมต้องตาย ผมขอสละชีวิตที่เหลืออยู่ครึ่งนึงให้นั่นก็คือ ผมจะมีชีวิตเหลือแค่ 10 ปี ชีวิตผมครึ่งนึงของที่เหลือแลกกับ 15 วันที่ให้แม่ผมมีชีวิตแบบปกติไม่เจ็บป่วย พอครบกำหนด 15 วัน ก็ให้แม่จากไปแบบไม่ทรมาน ไม่สนว่าจะเป็นใครถ้าทำได้ มาเอาชีวิตครึ่งนึงของที่เหลืออยู่จากผมไปได้เลย ผมยินดีมอบให้ ขอเพียงแค่นี้เท่านั้น ผมขอแค่ 15 วัน พูดจบเต้ก็ยกมือไหว้อีกรอบ แล้วก็หันไปบอกทางศาลข้างบ้านเต้ว่า ขอให้ช่วยเต้ด้วย ช่วยป้องกันอย่าให้เจ้ากรรมนายเวนของแม่ มาตามรังควาญแม่ มาทำอะไรแม่
แล้วเก็เดินกลับเข้ามาในบ้าน เวลานั้นนะบอกได้คำเดียว่าขนลุก ความรุ้สึกตอนนั้นไม่รุ้เหมือนกันว่าใครจะรับฟังคำขอไหม เต้เดินเข้ามาในห้องที่พ่อ แม่ นก นอนหลับกัน แล้วเต้ก็นอนอยู่ปลายเตียงที่แม่หลับ ไม่ค่อยจะหลับเท่าไหร่กลัวว่าพอหลับแล้วตื่นขึ้นมาจะไม่เห็นแม่ลืมตาขึ้นอีก แต่ก็หลับอยู่ดี พอตอนเช้าแม่ตื่น ลุกจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำเฉยเลย ปกติดี จำได้ทุกอย่าง สติดีอยู่อาจจะหลงวันนิดๆหน่อยๆ
เรื่องเล่าสยองขวัญ ผมรักแม่สุดหัวใจ
เต้รู้ว่าถ้าสิ่งที่บนไม่สมน้ำสมเนื้อ ไม่เหมาะที่จะแลก จะไม่มีวันได้ตามที่ขอ แล้วอีกอย่างตอนน้นเต้ไม่สนอะไรแล้ว เต้ก็พูดคนเดียวตอนตีหนึ่งกว่าๆ เงียบโคตรๆขนาดแค่หน้าบ้านตัวเองนะ คือตอนนั้นความกลัวไม่มี กลัวอย่างเดียวคือกลัวแม่ตาย เรื่องที่เต้พูดเต้จำได้ดี เต้พูดว่า
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง ยมทูต ยมบาล เจ้านรก ผีห่า ซาตาน อสูรกาย รึจะสิ่งใดก็ไม่เกี่ยง จะสิ่งดีรึร้ายก็ได้ทั้งนั้น ถ้าท่านได้ยินเสียงของผม ผมไม่ใช่คนดีเด่อะไร รึมีบุญอะไรเยอะแยะมากมาย อาจจะเรียกได้ว่าเป็นคนไม่มีอะไรดี และผมไม่เคยขอบนอะไรพร่ำเพรื่อ แต่สิ่งที่ผมจะบนในตอนนี้ผม เดี๋ยวนี้ ผมไม่ขออะไรมาก ผมรู้ว่าคืนนี้คือคืนสุดท้ายของแม่ผม แต่ผมขอแค่ 15 วัน ขอแค่15วันเท่านั้น ขอให้แม่ผมลุกจากเตียงขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น เหมือนกับว่าไม่เป็นอะไร กลับมามีสติทุกอย่างครบสมบูรณ์ อาการดีเหมือนไม่เคยเป็นอะไรมาก่อนเลย ถ้าใครผู้ใดสามารถช่วยให้ผมสมหวังได้ ผมยินดีมอบให้เพื่อเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน
ผมขอแลกกับชีวิตของผมครึ่งของครึ่งนึงที่เหลืออยุ่ คือถ้าในชะตาชีวิตผมคืออีกนับตั้งแต่วันนี้จนถึงอีก 20ปีผมต้องตาย ผมขอสละชีวิตที่เหลืออยู่ครึ่งนึงให้นั่นก็คือ ผมจะมีชีวิตเหลือแค่ 10 ปี ชีวิตผมครึ่งนึงของที่เหลือแลกกับ 15 วันที่ให้แม่ผมมีชีวิตแบบปกติไม่เจ็บป่วย พอครบกำหนด 15 วัน ก็ให้แม่จากไปแบบไม่ทรมาน ไม่สนว่าจะเป็นใครถ้าทำได้ มาเอาชีวิตครึ่งนึงของที่เหลืออยู่จากผมไปได้เลย ผมยินดีมอบให้ ขอเพียงแค่นี้เท่านั้น ผมขอแค่ 15 วัน พูดจบเต้ก็ยกมือไหว้อีกรอบ แล้วก็หันไปบอกทางศาลข้างบ้านเต้ว่า ขอให้ช่วยเต้ด้วย ช่วยป้องกันอย่าให้เจ้ากรรมนายเวนของแม่ มาตามรังควาญแม่ มาทำอะไรแม่
แล้วเก็เดินกลับเข้ามาในบ้าน เวลานั้นนะบอกได้คำเดียว่าขนลุก ความรุ้สึกตอนนั้นไม่รุ้เหมือนกันว่าใครจะรับฟังคำขอไหม เต้เดินเข้ามาในห้องที่พ่อ แม่ นก นอนหลับกัน แล้วเต้ก็นอนอยู่ปลายเตียงที่แม่หลับ ไม่ค่อยจะหลับเท่าไหร่กลัวว่าพอหลับแล้วตื่นขึ้นมาจะไม่เห็นแม่ลืมตาขึ้นอีก แต่ก็หลับอยู่ดี พอตอนเช้าแม่ตื่น ลุกจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำเฉยเลย ปกติดี จำได้ทุกอย่าง สติดีอยู่อาจจะหลงวันนิดๆหน่อยๆ