นี่เป็นกระทู้แรกนะครับ ไม่รู้ว่าการลงชื่อผลิตภัณฑ์หลายๆตัวจะผิดกฎเว็บหรือไม่ถ้ายังไงสามารถบอกได้นะครับ
เริ่มเลยนะครับ
ถ้าว่ากันถึงโลกปัจจุบัน Social network ถือเป็นสังคมเสมือนจริงที่แทบจะฉีกกันไม่ออกกับสังคมจริงๆไปแล้วก็ว่าได้ แต่ถ้าย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน สิ่งที่ใกล้เคียงกับคำว่า Social network คงหนีไม่พ้น MSN Hi5 และคำพูดล้อเลียนของคนสมัยก่อนที่ว่าโทรศัพท์มือถือคือปัจจัยที่5ของชีวิต สิ่งเหล่านี้ในยุคนั้นก็แทบจะเรียกได้ว่าตอบโจทย์การสื่อสารสำหรับสัตว์สังคมอย่างมนุษย์ไปแล้ว แต่อะไรคือกลยุทธ์ที่ทำให้สิ่งใหม่เหล่านี้ทะลวงตลาดเข้ามาและก่อให้เกิดการสื่อสาร จนถึงขนาดสร้างสังคมเสมือนขึ้นมาในโลกปัจจุบันได้กันแน่
ผมอาจจะไม่ได้กล่าวถึงเว็บไซด์หรือ โปรแกรมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Jack'd Pinko Mixi weibo หรืออื่นๆ เพราะมันจะเยอะ ผมขอหยิบเอามาถามแค่เว็บที่ถือเป็นตัวแม่ของโลกและของเมืองไทยเป็นหลักแล้วกัน แต่ถ้าผมจะถามอย่างเดียวคงแปลกๆอยู่ งั้นผมขอลองวิเคราะห์เล่นๆ(แบบไม่มีหลักการอ้างอิงอะไรเลย)ดูนะครับ
1.Facebook ตัว F สีขาวในกรอบสีฟ้าที่ใครเห็นก็ต้องร้อง อ๋อ!! ตัวนี้ ถ้าเหว้ากันซื่อๆเลย ในยุคแรกที่ผมรู้จักก็เพราะเกมส์เลี้ยงหมู อืม มันดูไม่ค่อยเกี่ยวกับความเป็น Social เท่าไหร่เลยเนอะ อะๆ แต่อย่าลืมว่าสมัยนั้นเกมส์คือเกมส์ คุณอาจจะเจอผู้เล่นจากทั่วโลกถ้าเกมส์นั้นมันออนไล์ แต่ความสนิทใจที่ผู้เล่นแทบจะไม่มี เพราะคุณแทบจะไม่รู้จักอะไรอีกฝ่ายเลยนอกจากคาแร็กเตอร์ที่ผู้เล่นอีกฝ่ายเป็นคนสร้าง แต่Facebook สร้างความแตกต่างด้วยความ Real!! ด้วยความที่ในยุคแรก Facebook มันเป็นครึ่งบกครึ่งน้ำระหว่างเกมส์ออนไล์กับโปรแกรมแนวสื่อสาร ทำให้คนส่วนใหญ่ที่สมัครมักใช้หน้าจริงข้อมูลจริงในการสมัคร มันเลยทำให้เวลาเล่นเกมส์บนเว็บนี้ผู้เลยแต่ละคนรู้สึกเข้าถึงผู้ร่วมเล่นคนอื่นได้มากกว่า มีความสนิทใจในการตัดสินใจต่างๆในเกมส์ได้มากกว่าจนเกิดเป็นกระแส WOM ทำให้ไฟค่อยๆลามทุ่งคนก็เริ่มแห่กันมาสมัครจนสมัยนั้นมีคำพูดเล่นๆว่า Facebook คือบัตรประชาชนออนไลน์ และในเวลาเดียวกัน ตัว F สีขาวตัวน้อยๆค่อยๆเก็บสะสมข้อมูลส่วนตัวต่างๆของคนหลายๆปะเภทและนำมาวิเคราะห์เพื่อหาลูกเล่นใหม่มาให้สมาชิกได้แปลกใจและค่อยๆไต่ขึ้นมาติดลมบนจนถึงปัจจุบัน
2. twitter นกสีฟ้าในกรอบสีขาวที่ทั้งเว็บแทบไม่มีอะไรเลยแต่ ทำไม!! ทำไมถึงได้ก้าวเข้ามาเฉือนส่วนแบ่งตลาด Social network ได้อย่างมหาศาล เรามาดูกันหน่อยว่าในเว็บๆนี้เค้าทำอะไรได้บ้าง
- โพส ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ คลิป(สมัยแรกนี่ห้ามโพสเกิน 30วิด้วย)
- รีทวิต อืมก็เอาที่คนอื่นทวิตมารีอะนะครับ หาคำอธิบายอื่นไม่ได้จริงๆ
หลักๆที่ผมและเพื่อนๆใช้ก็มีอยู่สองอย่างแค่นี้ แล้วทำไมมันถึงได้ >>เปรี้ยง<<
เท่าที่ผมคิด คงเพราะ ความไม่เยอะ คนเลยเยอะ เพราะในตัวมันเองแทบจะไม่มีอะไรเหมือนเอาการบ่นบน Facebook มายัดลงในแชทของ Snook.com แต่เล่าเรื่องราวได้เยอะกว่า และคงเพราะส่วนนึงคนเริ่มรู้สึกว่า Facebook มันมีความเยอะ เยอะจนงง คนวัยทำงานบางีก็ไม่มีเวลามาไล่ตามอะไรใหม่ๆของ Facebook ก็เริ่มไม่ค่อยขยาดนิดๆ ตรงส่วนนี้ที่ทำให้นกน้อยในกรอบขาวชิงความได้เปรียบแบ่งชิ้นเค้กส่วนแบ่งการตลาดไปได้
3. IG รูปกล้องสีรุ้ง(เชื่อว่าตอนแรกที่เปลี่ยนไอคอนหลายคนน่าจะหาแอปไม่เจอกันพักนึง) อันนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมาก มันเอาไว้ อวด!! ลึกๆในตัวทุกคนย่อมอยากเด่น อยากโชว์ ไม่งั้นยุคมือถือกำลังมาคงไม่เอากล้องมาติดหลังเครื่องกันหรอกจริงไม๊ครับ ดังนั้นการตลาดมันคือการต่อยอดอย่างถูกจุดว่าฉันไปมา ฉันเจอมาจะเอาไปอวดที่ไหน พอมีแอปนี้เข้ามามันเหมือนได้เติมเต็ม ฮาาาาเลลูยะ
4. tumblr น้อง ไม่ใหม่แล้วนะ ทำไปทำมามันก็หลายปีอยู่ จะว่าไปมันเหมือนลูกผสมระหว่าง Blog + youtube + twitter ประมาณนี้แต่ผมยังไม่เห็นกลยุทธทางการตลาดของเว็บนี้ในไทยอย่างเป็นจริงเป็นจังเท่าไหร่นะครับ ผมเองที่เล่นก็เพราะเห็นดาราต่างประเทศเล่นเยอะ เท่านั้นเองถามว่ามันดีไม๊ก็ดีนะครับ แต่ให้วิเคราะห์กลยุทธตอนนี้เขียนไม่ออกจริงๆ
5. Line พี่เขียวหนึ่งเดียวในนี้ ต้องถือว่าบูมมากในโลกตะวันออก จริงๆก่อนเข้าไทยมันก็ถือว่าบูมมากอยู่แล้ว ถ้าใครจำเหตุการณ์แผ่นดินไหวจนเกิดซึนามิในญี่ปุ่น ตอนนั้นเรียกว่าร้ายแรงพอๆกับ ฮิโรชิมา และนางาซากิ เลยก็ว่าได้ แล้วตอนนั้นการติดต่อผ่านมือถือทำแทบไม่ได้ เจ้าตัวนี้เลยบูมขึ้นมา เพราะมันโทรได้ เหมือนโทรศัพท์ แชทได้เหมือน MSN เรียกว่าตอบโจทย์ในยามคับขันเลยทีเดียว และแน่นอนอะไรที่เค้าว่าฮิต มีหรือพี่ไทยจะไม่ตาม และด้วยความที่มันง่ายไม่เยอะ คนเลยเยอะ(อีกแล้ว)ทำให้มันเข้าถึงคนทุกเพศทุกวัยได้ไม่ยาก(ถ้ายากผู้สูงอายุจะเล่นเรอะ!!) จนนปัจจุบันแอปนี้จึงไต่ขึ้นมาเป็นอีกแอปที่ติดลมบนไปแล้วเช่นกัน
ท่านอื่นลองมาวิเคราะห์กลยุทธทางการตลาด ที่ทำให้โปรแกรมเหล่านี้ติดลมบนกันดูบ้างถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กันดู และถ้าเป็นไปได้ ลองวิเคราะห์แบบ swot ดูว่าอะไรเป็นจุดแข็งจุดอ่อนของเว็บเหล่านี้ มาลองแลกเปลี่ยนกันดูนะครับ
กลยุทธสุดเจ๋งที่ทำให้ Facebook twitter IG tumblr Line ติดลมบนคืออะไรกันนะ
เริ่มเลยนะครับ
ถ้าว่ากันถึงโลกปัจจุบัน Social network ถือเป็นสังคมเสมือนจริงที่แทบจะฉีกกันไม่ออกกับสังคมจริงๆไปแล้วก็ว่าได้ แต่ถ้าย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน สิ่งที่ใกล้เคียงกับคำว่า Social network คงหนีไม่พ้น MSN Hi5 และคำพูดล้อเลียนของคนสมัยก่อนที่ว่าโทรศัพท์มือถือคือปัจจัยที่5ของชีวิต สิ่งเหล่านี้ในยุคนั้นก็แทบจะเรียกได้ว่าตอบโจทย์การสื่อสารสำหรับสัตว์สังคมอย่างมนุษย์ไปแล้ว แต่อะไรคือกลยุทธ์ที่ทำให้สิ่งใหม่เหล่านี้ทะลวงตลาดเข้ามาและก่อให้เกิดการสื่อสาร จนถึงขนาดสร้างสังคมเสมือนขึ้นมาในโลกปัจจุบันได้กันแน่
ผมอาจจะไม่ได้กล่าวถึงเว็บไซด์หรือ โปรแกรมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Jack'd Pinko Mixi weibo หรืออื่นๆ เพราะมันจะเยอะ ผมขอหยิบเอามาถามแค่เว็บที่ถือเป็นตัวแม่ของโลกและของเมืองไทยเป็นหลักแล้วกัน แต่ถ้าผมจะถามอย่างเดียวคงแปลกๆอยู่ งั้นผมขอลองวิเคราะห์เล่นๆ(แบบไม่มีหลักการอ้างอิงอะไรเลย)ดูนะครับ
1.Facebook ตัว F สีขาวในกรอบสีฟ้าที่ใครเห็นก็ต้องร้อง อ๋อ!! ตัวนี้ ถ้าเหว้ากันซื่อๆเลย ในยุคแรกที่ผมรู้จักก็เพราะเกมส์เลี้ยงหมู อืม มันดูไม่ค่อยเกี่ยวกับความเป็น Social เท่าไหร่เลยเนอะ อะๆ แต่อย่าลืมว่าสมัยนั้นเกมส์คือเกมส์ คุณอาจจะเจอผู้เล่นจากทั่วโลกถ้าเกมส์นั้นมันออนไล์ แต่ความสนิทใจที่ผู้เล่นแทบจะไม่มี เพราะคุณแทบจะไม่รู้จักอะไรอีกฝ่ายเลยนอกจากคาแร็กเตอร์ที่ผู้เล่นอีกฝ่ายเป็นคนสร้าง แต่Facebook สร้างความแตกต่างด้วยความ Real!! ด้วยความที่ในยุคแรก Facebook มันเป็นครึ่งบกครึ่งน้ำระหว่างเกมส์ออนไล์กับโปรแกรมแนวสื่อสาร ทำให้คนส่วนใหญ่ที่สมัครมักใช้หน้าจริงข้อมูลจริงในการสมัคร มันเลยทำให้เวลาเล่นเกมส์บนเว็บนี้ผู้เลยแต่ละคนรู้สึกเข้าถึงผู้ร่วมเล่นคนอื่นได้มากกว่า มีความสนิทใจในการตัดสินใจต่างๆในเกมส์ได้มากกว่าจนเกิดเป็นกระแส WOM ทำให้ไฟค่อยๆลามทุ่งคนก็เริ่มแห่กันมาสมัครจนสมัยนั้นมีคำพูดเล่นๆว่า Facebook คือบัตรประชาชนออนไลน์ และในเวลาเดียวกัน ตัว F สีขาวตัวน้อยๆค่อยๆเก็บสะสมข้อมูลส่วนตัวต่างๆของคนหลายๆปะเภทและนำมาวิเคราะห์เพื่อหาลูกเล่นใหม่มาให้สมาชิกได้แปลกใจและค่อยๆไต่ขึ้นมาติดลมบนจนถึงปัจจุบัน
2. twitter นกสีฟ้าในกรอบสีขาวที่ทั้งเว็บแทบไม่มีอะไรเลยแต่ ทำไม!! ทำไมถึงได้ก้าวเข้ามาเฉือนส่วนแบ่งตลาด Social network ได้อย่างมหาศาล เรามาดูกันหน่อยว่าในเว็บๆนี้เค้าทำอะไรได้บ้าง
- โพส ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ คลิป(สมัยแรกนี่ห้ามโพสเกิน 30วิด้วย)
- รีทวิต อืมก็เอาที่คนอื่นทวิตมารีอะนะครับ หาคำอธิบายอื่นไม่ได้จริงๆ
หลักๆที่ผมและเพื่อนๆใช้ก็มีอยู่สองอย่างแค่นี้ แล้วทำไมมันถึงได้ >>เปรี้ยง<<
เท่าที่ผมคิด คงเพราะ ความไม่เยอะ คนเลยเยอะ เพราะในตัวมันเองแทบจะไม่มีอะไรเหมือนเอาการบ่นบน Facebook มายัดลงในแชทของ Snook.com แต่เล่าเรื่องราวได้เยอะกว่า และคงเพราะส่วนนึงคนเริ่มรู้สึกว่า Facebook มันมีความเยอะ เยอะจนงง คนวัยทำงานบางีก็ไม่มีเวลามาไล่ตามอะไรใหม่ๆของ Facebook ก็เริ่มไม่ค่อยขยาดนิดๆ ตรงส่วนนี้ที่ทำให้นกน้อยในกรอบขาวชิงความได้เปรียบแบ่งชิ้นเค้กส่วนแบ่งการตลาดไปได้
3. IG รูปกล้องสีรุ้ง(เชื่อว่าตอนแรกที่เปลี่ยนไอคอนหลายคนน่าจะหาแอปไม่เจอกันพักนึง) อันนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมาก มันเอาไว้ อวด!! ลึกๆในตัวทุกคนย่อมอยากเด่น อยากโชว์ ไม่งั้นยุคมือถือกำลังมาคงไม่เอากล้องมาติดหลังเครื่องกันหรอกจริงไม๊ครับ ดังนั้นการตลาดมันคือการต่อยอดอย่างถูกจุดว่าฉันไปมา ฉันเจอมาจะเอาไปอวดที่ไหน พอมีแอปนี้เข้ามามันเหมือนได้เติมเต็ม ฮาาาาเลลูยะ
4. tumblr น้อง ไม่ใหม่แล้วนะ ทำไปทำมามันก็หลายปีอยู่ จะว่าไปมันเหมือนลูกผสมระหว่าง Blog + youtube + twitter ประมาณนี้แต่ผมยังไม่เห็นกลยุทธทางการตลาดของเว็บนี้ในไทยอย่างเป็นจริงเป็นจังเท่าไหร่นะครับ ผมเองที่เล่นก็เพราะเห็นดาราต่างประเทศเล่นเยอะ เท่านั้นเองถามว่ามันดีไม๊ก็ดีนะครับ แต่ให้วิเคราะห์กลยุทธตอนนี้เขียนไม่ออกจริงๆ
5. Line พี่เขียวหนึ่งเดียวในนี้ ต้องถือว่าบูมมากในโลกตะวันออก จริงๆก่อนเข้าไทยมันก็ถือว่าบูมมากอยู่แล้ว ถ้าใครจำเหตุการณ์แผ่นดินไหวจนเกิดซึนามิในญี่ปุ่น ตอนนั้นเรียกว่าร้ายแรงพอๆกับ ฮิโรชิมา และนางาซากิ เลยก็ว่าได้ แล้วตอนนั้นการติดต่อผ่านมือถือทำแทบไม่ได้ เจ้าตัวนี้เลยบูมขึ้นมา เพราะมันโทรได้ เหมือนโทรศัพท์ แชทได้เหมือน MSN เรียกว่าตอบโจทย์ในยามคับขันเลยทีเดียว และแน่นอนอะไรที่เค้าว่าฮิต มีหรือพี่ไทยจะไม่ตาม และด้วยความที่มันง่ายไม่เยอะ คนเลยเยอะ(อีกแล้ว)ทำให้มันเข้าถึงคนทุกเพศทุกวัยได้ไม่ยาก(ถ้ายากผู้สูงอายุจะเล่นเรอะ!!) จนนปัจจุบันแอปนี้จึงไต่ขึ้นมาเป็นอีกแอปที่ติดลมบนไปแล้วเช่นกัน
ท่านอื่นลองมาวิเคราะห์กลยุทธทางการตลาด ที่ทำให้โปรแกรมเหล่านี้ติดลมบนกันดูบ้างถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กันดู และถ้าเป็นไปได้ ลองวิเคราะห์แบบ swot ดูว่าอะไรเป็นจุดแข็งจุดอ่อนของเว็บเหล่านี้ มาลองแลกเปลี่ยนกันดูนะครับ