
IVISITINLAOS2 - SOUHTERN LAOS , PAKSE, DONKHON, BOLAVEN, CHAMPASAK | 31 JUL - 5 AUG 2016 |
1st season (2015) Northern Laos = PART 1 :
http://goo.gl/d31T5r | PART 2 :
http://goo.gl/vvG0mT
สวัสดีครับเพื่อนๆชาวพันทิปและมิตรสหายที่ติดตามการรีวิวของผม นี่เป็นกระทู้ที่ 3 สำหรับการรีวิวการเที่ยวของผม โดยครั้งนี้เป็นการเดินทาง 5 วัน เกือบๆ 6 วัน โดยมุ่งหน้า ไปที่ ลาวใต้ ต่อจาก ซีซั่นที่แล้วที่ผมได้ไปตะลุย ลาวเหนือ (เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพะบาง ไชยบุรี) จึงขอใช้ชื่อรีวิวเดิม เพิ่มเติมคือซีซั่น2 (โดยวันที่ 13 สิงหาคมนี้ ก็ครบรอบ 1ปี ลาวเหนือพอดี)
ครั้งนี้ผมเดินทางกับเพื่อนร่วมทริปจำนวน 3คน (รวมผมก็4) โดยผมเป็น ชาย1 และที่เหลือเป็น ผญ 3 ในใจผมคิดว่ามันต้องมีความมุ้งมิ้งแน่ๆถ้าทั้งทริปมี ผญ แต่ผมก็อยากไปเที่ยว เรื่องมันเกิดขึ้นด้วยความที่ว่า ผมตั้งใจจะเที่ยวเพื่อหลีกหนีความทุกข์ที่ผมเจอก่อนหน้านี้ เป้าหมายแรกคือ บาหลี มาลัง ยอร์คยา 7-8 วัน โดยแพลนคร่าวๆนั้นวางเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายเราก็จบทริปนี้ด้วยการไม่ไปเพราะเหตุสุดวิสัย จึงยกยอดกันว่าจะไปหลังเรียนจบ ซึ่งนั้นก็ทำให้ผม ตัดสินใจ เลือกที่จะไป ลาวใต้ โดยทันที ตอนแรกไม่หวังว่าจะมีใครไปด้วย ชวนเพื่อน แบบหว่านแห ตั้งแต่เพื่อนสมัยมัธยม จนถึงเพื่อนมหาลัย สุดท้ายเราก็ได้เพื่อนร่วมทริปมาเรียบร้อย
ในรีวิวนี้จะประกอบไปด้วย
1.การอวดรูปของผม
2.แผนที่ตลอดการเดินทาง
3.การใช้เงิน, โรงแรมที่พัก, ของกิน
4.ภาษาที่ใช้ประจำ
แพลนคร่าวๆครับ (สถานีรถไฟกรุงเทพ - อุบล - ปากเซ - บ้านนากะสัง - ดอนคอน - คอนพะเพ็ง - ปากเซ - บอละเวน ปากซอง บาเจียง - ปากเซ - จำปาศักดิ์ - ปากเซ - อุบล - กทม.)
Before 1st day 31 กรกฎาคม 2559 - เดินทางด้วยรถไฟนอนชั้นที่2 ขบวน 67 สถานีกรุงเทพ-อุบลราชธานี รถออกเวลา 20.30
1st day 1 สิงหา 2559 - จากอุบลฯ ไปปากเซ และจากปากเซ ไปดอนคอน
2nd day 2 สิงหา 2559 - เที่ยวครึ่งเช้าในดอนคอน และกลับมาปากเซ
3rd day 3 สิงหา 2559 - ไปที่ราบสูงบอละเวน เมืองปากซอง+เมืองบาเจียง
4th day 4 สิงหา 2559 - ไปจำปาศักดิ์
5th day 5 สิงหา 2559 - เที่ยวครึ่งเช้าในเมือง และกลับไทย
THE STORY
ลาวใต้มีอะไรน่าสนใจ หลักๆคือ ธรรมชาติครับที่ขึ้นชื่อของลาวใต้ ซึ่งผมเคยได้รับรู้และสัมผัสมันเมื่อตอน สิบปีที่แล้ว (เดือน 12 ปี 2006) ตอนนั้นยังเด็กมาก เลยคิดว่า การกลับไปครั้งนี้มุมมองที่ได้มันต้องแตกต่างกันแน่นอน และอีกอย่างมันเป็นการเก็บประสบการณ์ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ทริปครอบครัว อย่างที่เคยไป
ขอเกริ่นเรื่องตัวเองสักนิดก่อนจะไปเจอรีวิวนะครับ ผมอยากเล่าให้ฟังมากๆว่าทำไมผมจึงตัดสินใจไปเที่ยวลาวทั้งครั้งที่แล้วและครั้งนี้ (จริงๆแล้วผม ไปเยือนประเทศลาว รวมครั้งนี้ เป็น 4ครั้ง ครั้งแรก คือ ลาวใต้ ตอนประถม / ครั้งที่2 คือ รีวิวที่แล้ว ลาวเหนือ / ครั้งที่3 ออกภาคสนามวิชาประวัติศาสตร์ ที่เวียงจันทน์ / ครั้งที่ 4 คือ ลาวใต้ ครั้งนี้ ออกเดินทางด้วยวันเวลาของเราเอง) เรื่องมันเกิดจากการสปอยล์ของพ่อแม่ของผมครับ พ่อผมเคยเป็นโค้ชเรือยาว (ทุกคนคงจะรู้จักประเพณีการแข่งเรือยาวนะครับ) นั่นแหละครับ พ่อผมหลงใหลในเรือยาวฝีพายมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ พ่อผมมักจะพาผมและแม่เดินทางไปคุมเรือด้วยกันบ่อยๆ และ มีครั้งหนึ่ง พ่อกับแม่ผม หนีออกจากบ้าน ทิ้งผมไว้กับน้าสาว แอบไปเที่ยวลาว ด้วยการไปดูเรือยาวของเมืองลาวครับ (แอบไปกันโดยไม่บอก 555+) พอพวกเขากลับมาก็มาสปอยล์ พูดนั่นนี่เกี่ยวกับประเทศลาวไม่หยุด ครั้งนั้นพ่อและแม่เดินทาง ขึ้นลาวเหนือ ไป หลวงพะบาง ไปดูเรือยาวที่นั่น แว๊นสก๊อยมอไซกันสนุกสนานในเมืองลาว นั่งเรือเต๊ป (เรือตอนเดียวที่มีความเร็วมากๆ) ล่องตามโขง ที่เชียงของ นั่นแหละฮะเรื่องราวของการจำความได้ของผมที่เกี่ยวกับประเทศลาว หลังจากนั่น พ่อผมก็สปอยล์ประเทศนี้ให้ฟังอย่างเป็นวรรคเป็นเวร จนมาถึงปัจจุบัน พวกเขาก็ยังไม่เคยหยุดพูดวีรกรรมต่างๆที่ทั้งสองหนีไปเที่ยวลาวเหนือกันสองคน ไปทำรถยางแตก ต้องมาตาบยาง แว๊นมอไซขึ้นไปตามเขา ตามไปดูเรือยาวฝีมือช่างลาว ในครั้งก่อน (ถ้าว่างๆ ผมอยากจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับเรือยาว ลักษณะ ประเภท และการทำเรือให้ฟังไว้ครั้งหน้านะครับ)
1st day 1 สิงหาคม 2559
- ถึงสถานีรถไฟอุบลราชธานี เวลา 07.20
- เหมาแท็กซี่หรือนั่งรถสองแถวจากสถานีไป บขส. อุบลฯ (เลือกรถสองแถวใช้เวลา เกือบ 30นาทีไปถึงปลายสาย)
- ซื้อตั๋วรถโดยสารระหว่างประเทศ อุบลฯ-ปากเซ (รถออก 09.30 และ 14.30 เลือก 09.30)
- ถึงด่านชายแดนช่องเม็ก ใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ (กระเป๋าเดินทางไว้ในรถครับ กระเป๋าที่หิ้วข้ามได้ก็เอาไปครับของสำคัญ พาสปอร์ต เงิน โทรศัพท์*ปิดซิมส์ด้วยก็นะครับระวังเรื่องโรมมิ่ง*)
- ทำเรื่องข้ามชายแดนไทย (ใช้พาสปอร์ต กรณีเดินทางข้ามแขวงและมากกว่า 3วัน) *หาตัวอย่างกรอกใบทั้งสองชาติ *รถโดยสารจะแจกใบ Boarding Pass สีส้มของประเทศลาวบนรถ* (สำหรับใบสีฟ้าของประเทศไทยให้ไปรับที่ด่าน ตม.)
- เดินออกประตูไปลงอุโมงค์เพื่อข้ามไปฝั่งลาว
- ขึ้นจากอุโมงค์ให้เราเดินไปเรื่อยๆจะเห็นอาคารหลังคาสีเขียว ฝั่งนี้จะเรียกว่า ด่านวังเต่า ใครถามอะไรอย่าสนใจ เรื่องรถไปปากเซ ขายซิมส์ แลกเงิน บลาๆ มุ่งหน้าไป ตรวจคนเข้าเมืองอย่างเดียวครับ ปล.การตรวจคนเข้าเมืองของลาวด่านนี้ค่อนข้างหละหลวม (คือมันไม่เป็นที่เป็นทาง) แต่มันมีความพีคมากกว่าด่านหนองคายหรือด่านห้วยโก๋นที่ผมเคยไปมา
- เรายื่นพาสปอร์ตช่องไหนก็ได้นะครับ ยื่นไปอ่านดีๆว่าเป็นช่องตรวจเข้าเมือง
พอถึงตรงนี้ อ่านดีๆครับ
- 1.เราจะไม่เห็นหน้า เจ้าหน้าที่ ตม. เพราะกระจกจะปิดหมดเหลือแค่ช่องสอดมือเข้าสำหรับยื่นพาสปอร์ต ติดฟิล์มดำทะมึน
- 2.เจ้าหน้าที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับเข้าเมือง
แล้วแต่ที่คุณจะโดน 100บาท 200บาท (ผมโดน 200บาท)
- 3.
คุณต้องเช็คตราปั๊ม วันที่/ลายเซ็น ของตม.ฝั่งลาวให้ชัดเจนก่อนออกจากช่องยื่นพาสปอร์ต ถ้าคุณไม่พบลายเซ็น กรุณายื่นให้เขาเซ็นต์ลายเซ็นให้ทันที เพราะไม่งั้นคุณจะเสียเงินในเวลาขาออกจากลาว เป็นมูลค่า ไม่ต่ำกว่า 3000 บาท ในการดำเนินเรื่องเกี่ยวกับการตรวจคนเข้าเมืองของลาว *ซึ่งทางลุงคนขับรถระหว่างประเทศของไทยนั้นบอกพวกผมว่ามีการกระทำแบบนี้สำหรับฝั่งลาว มาหลายครั้ง เพื่อหาเงินเข้าสำหรับ ตม. ไม่ว่าจะกรณีใดใดก็ตาม*
- ถ้าคุณผ่านและเช็คความเรียบร้อย แนะนำให้แลกเงินกีบที่ด่านเลยครับ *รถระหว่างประเทศจะไม่ออกจนกว่าคนจะครบบนรถ ถ้าคุณไม่มัวเอ้อระเหยแถวๆนั้น *หาป้ายเวสเทิร์นยูเนี่ยน *เรตเงินผมจะเขียนไว้ให้นะครับ
- ถึงเมืองปากเซ ประมาณ ชั่วโมงถัดมา เราจะถูกส่งที่ ขนส่ง บ้านหนองกก นอกเมืองปากเซ อีกไกลโข (*ไม่รู้ว่าเป็นแบบนี้ทั้งประเทศมั้งครับ ทุกหัวเมืองใหญ่ ขนส่ง อยู่นอกเมืองอย่างไกล ทุกเมืองที่ผมไปไม่ว่าจะ เวียงจันทน์-บ้านดอนนาทอง / หลวงพะบาง-บ้านนาหลวง / ไชยบุรี)
**อ่านคำแนะนำจากตรงนี้ ย้ำว่าต้องอ่าน**
- 1.ลงรถใจเย็นๆ รับกระเป๋า ตั้งสติ มองซ้ายมองขวา
- 2.หาทางออกครับ ทางออกไปตัวสถานี เพราะรถมันไม่จอดที่ท่ารถ
- 3.อย่าตกใจ ถ้า ประตูทางออกทั้งสองฝั่ง โดนลงแม่กุญแจอันหนาเตอะ (เห้ยนี่มันอะไร!!)
- 4.ใครให้เหมารถอะไร ไปไหน ก็อย่าสนใจ ไปท่ารถอย่างเดียว
- 5.ก็ประตูออกไม่ได้มันถูกล็อก แล้วจะออกยังไง // ทำใจให้สบาย มองนาฬิกา นับถอยหลัง 5-10 นาที
- 6.ประตูจะถูกเปิดออก และคุณก็เดินไปตามทางของคุณตรงนี้ผมว่าทุกคนที่ไปใหม่ ต้อง งงแน่ๆ เห้ยมันเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก เหมือนโดนวางยา ตั้งสติครับ ที่นี่จะมีแผนการในการหาลูกค้านักท่องเที่ยวทั้งหลาย คือการร่วมมือการปิดทางเข้าออก ไม่ให้ไปไหน นอกเสียจากคุณยอมตกลงเพื่อเช่าเหมารถเข้าเมืองหรือไปที่อื่นต่อ เพียงแต่คุณต้องทำใจเย็นๆ รอครับ รอจนมันจะเปิดประตูนั่นแหละ
- หลังจากนั้น มองหาร้านซิมส์มือถือลาวครับ มันมีขายมองหาตู้ขายโทรศัพท์นั่นแหละ ผมใช้ ของ M Broadband lao telecom ครับ เพราะติดใจตั้งแต่ทริปลาวเหนือ ตกซิมส์ละ 100 บาท แพคเกจอินเตอร์เน็ต ใช้ 30 วัน คุ้มค่าที่สุดในสามโลก สนนในราคา 200บาท(50000 กีบ)/5GB รวมๆแล้วก็ 300 บาทสำหรับการซื้อความสะดวกในด้านการสื่อสาร(ซึ่งใช้สำหรับซิมส์เน็ตอย่างเดียว) บัตรเติมเงิน ราคาสูงสุดอยู่ที่ 10000 กีบ ต่อใบ (เท่ากับคุณต้องซื้อ 5 ใบ) แล้วขูดเอารหัสเติม *วิธีการเติมอยู่ใน สปอยล์ครับ*
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้วิธีการเติมซื้อแพคเกจ 3G 4G ลาว ของ ลาวเทเลคอม (เอ็มบอร์ดแบรนด์)
1.ใส่ซิมส์เรียบร้อยแล้วให้เปิดใช้งานโดยการโทรไปที่หมายเลข 5551 ทำตามขั้นตอนเป็นภาษาลาว
- เติมเงินดังนี้ กด 121 ตามด้วยเลขบัตรเติมเงิน (PIN) โทรออก
2.สมัครแพคเกจอินเตอร์เน็ต กดรหัสแพคเกจดังนี้
- *131*5# โทรออก = 1 day/1GB ราคา 5000กีบ
- *131*6# โทรออก = 30 day/5GB ราคา 50000กีบ
- *131*7# โทรออก = 30 day/10GB ราคา 100000กีบ
- *131*8# โทรออก = 30 day/Unlimited ราคา 250000กีบ
3.กดเสร็จรอรับข้อความ สามารถเช็คยอดคงเหลือได้ดังนี้
- *123# โทรออก
รีวิวในพันทิป http://goo.gl/tvs0mg
- จัดการเรื่องซิมส์ไรพวกนี้ เดินไปท่ารถครับ หาป้าย บ้านนากะสัง นั่นแหละครับ ท่ารถที่เราจะไปกันในวันแรก
- รถที่ว่านั่นคือ รถสองแถว คนไทย คนลาว มุ่งหน้าสู่บ้านนากะสัง เสียคนละ 200 บาท เท่ากันทุกคน เพราะระยะทางนั้นไกลมากๆครับ ใช้เวลาไปถึงที่นั่น 2ชม. (นั่งตูดเปื่อยเลยครับ) *ประมาณ 144 กม. วัดจาก Google Maps
- นั่งไปนะครับถ้าอยากเซฟเงินตัวเอง 200 บาท ยอมจ่ายไปครับ คุณจะเห็นวิถีชีวิตสองข้างทางที่ไม่ค่อยต่างอะไรจากเมืองไทยตามชายขอบเมือง สิบยี่สิบปีที่แล้ว (แม่เล่าให้ฟัง) โอ้ย ถ้าคุณมากับฝรั่งแบกเป้นั้นชวนคุยไปเถอะครับ ได้เพื่อน ได้คนหารค่ารถค่าเรือในภายภาคหน้า แต่ผมไม่คุยครับ ปล่อยเพื่อนเก่งอิ้งพูดไป นั่งใบ้กินตลอดเวลา 2 ชั่วโมง
- ในที่สุดก็มาถึงบ้านนากะสังในเวลายามเย็น เดินครับ เดินไปจนสุดท่าเรือ หาที่ขายตั๋ว แล้วบอกเขาว่า ไป “ดอนคอน” ทำไมถึงเลือกดอนคอน เพราะว่า ดอนคอนนั้นสงบเงียบมากกว่าดอนเดต ในรูทของคนมาเที่ยวแถวนี้จะเน้น ดอนเดต ดอนคอน อะไรเทือกนี้ ซึ่ง ดอนเดตขึ้นชื่อเรื่องความจอแจของนักท่องเที่ยวและร้านอาหารถึงขั้นมีสาวแหม่มนอนอาบแดดริมโขงกันเลยทีเดียว เลือกที่จะนอนสงบเงียบ ใกล้ที่เที่ยวบริเวณนั้น บอกเขาว่า ไปดอนคอน!! แล้วคุณก็จ่ายค่าตั๋วไป 80 บาท
- คุณขึ้นเรือไปครับ ตรงนี้เราจะเรียกว่า สี่พันดอน ตามฉบับนักท่องเที่ยว หรือ 4000 Island (ไปหาความหมายเองนะครับ เอ้าเขียนรีวิวยังไง) แต่ที่จริงแถวนี้ คือ เมืองโขง แขวงจัมปาศักดิ์ ประกอบไปด้วยเกาะแก่งและท่าเรือ จำนวนหนึ่ง โดยเกาะที่สำคัญและขึ้นชื่อสำหรับการท่องเที่ยวคือ เกาะดอนโขง เกาะดอนเดต เกาะดอนคอน สามเกาะดัง ซึ่ง ดอนโขงข้ามสะพานไปได้ จีนมาลงทุนสร้างสะพานไว้ให้ ส่วน ดอนคอนดอนเดตนั้นต้องข้ามเรือ ไปลงเกาะใดเกาะหนึ่ง แต่ทั้งสองเกาะนี้มีสะพานเชื่อมต่อกัน เลือกเอาเองนะว่าอยากนอนเกาะไหน แต่พวกผมเลือก ดอนคอน เพราะใกล้ หลี่ผี และ คอนปลาสร้อย มากที่สุด
[CR] ลาวมาเยือนซีซั่น2 (2016) - "ขอคำตอบจากปากเซ" (ลาวใต้)
1st season (2015) Northern Laos = PART 1 : http://goo.gl/d31T5r | PART 2 : http://goo.gl/vvG0mT
สวัสดีครับเพื่อนๆชาวพันทิปและมิตรสหายที่ติดตามการรีวิวของผม นี่เป็นกระทู้ที่ 3 สำหรับการรีวิวการเที่ยวของผม โดยครั้งนี้เป็นการเดินทาง 5 วัน เกือบๆ 6 วัน โดยมุ่งหน้า ไปที่ ลาวใต้ ต่อจาก ซีซั่นที่แล้วที่ผมได้ไปตะลุย ลาวเหนือ (เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพะบาง ไชยบุรี) จึงขอใช้ชื่อรีวิวเดิม เพิ่มเติมคือซีซั่น2 (โดยวันที่ 13 สิงหาคมนี้ ก็ครบรอบ 1ปี ลาวเหนือพอดี)
ครั้งนี้ผมเดินทางกับเพื่อนร่วมทริปจำนวน 3คน (รวมผมก็4) โดยผมเป็น ชาย1 และที่เหลือเป็น ผญ 3 ในใจผมคิดว่ามันต้องมีความมุ้งมิ้งแน่ๆถ้าทั้งทริปมี ผญ แต่ผมก็อยากไปเที่ยว เรื่องมันเกิดขึ้นด้วยความที่ว่า ผมตั้งใจจะเที่ยวเพื่อหลีกหนีความทุกข์ที่ผมเจอก่อนหน้านี้ เป้าหมายแรกคือ บาหลี มาลัง ยอร์คยา 7-8 วัน โดยแพลนคร่าวๆนั้นวางเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายเราก็จบทริปนี้ด้วยการไม่ไปเพราะเหตุสุดวิสัย จึงยกยอดกันว่าจะไปหลังเรียนจบ ซึ่งนั้นก็ทำให้ผม ตัดสินใจ เลือกที่จะไป ลาวใต้ โดยทันที ตอนแรกไม่หวังว่าจะมีใครไปด้วย ชวนเพื่อน แบบหว่านแห ตั้งแต่เพื่อนสมัยมัธยม จนถึงเพื่อนมหาลัย สุดท้ายเราก็ได้เพื่อนร่วมทริปมาเรียบร้อย
1.การอวดรูปของผม
2.แผนที่ตลอดการเดินทาง
3.การใช้เงิน, โรงแรมที่พัก, ของกิน
4.ภาษาที่ใช้ประจำ
แพลนคร่าวๆครับ (สถานีรถไฟกรุงเทพ - อุบล - ปากเซ - บ้านนากะสัง - ดอนคอน - คอนพะเพ็ง - ปากเซ - บอละเวน ปากซอง บาเจียง - ปากเซ - จำปาศักดิ์ - ปากเซ - อุบล - กทม.)
Before 1st day 31 กรกฎาคม 2559 - เดินทางด้วยรถไฟนอนชั้นที่2 ขบวน 67 สถานีกรุงเทพ-อุบลราชธานี รถออกเวลา 20.30
1st day 1 สิงหา 2559 - จากอุบลฯ ไปปากเซ และจากปากเซ ไปดอนคอน
2nd day 2 สิงหา 2559 - เที่ยวครึ่งเช้าในดอนคอน และกลับมาปากเซ
3rd day 3 สิงหา 2559 - ไปที่ราบสูงบอละเวน เมืองปากซอง+เมืองบาเจียง
4th day 4 สิงหา 2559 - ไปจำปาศักดิ์
5th day 5 สิงหา 2559 - เที่ยวครึ่งเช้าในเมือง และกลับไทย
ลาวใต้มีอะไรน่าสนใจ หลักๆคือ ธรรมชาติครับที่ขึ้นชื่อของลาวใต้ ซึ่งผมเคยได้รับรู้และสัมผัสมันเมื่อตอน สิบปีที่แล้ว (เดือน 12 ปี 2006) ตอนนั้นยังเด็กมาก เลยคิดว่า การกลับไปครั้งนี้มุมมองที่ได้มันต้องแตกต่างกันแน่นอน และอีกอย่างมันเป็นการเก็บประสบการณ์ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ทริปครอบครัว อย่างที่เคยไป
ขอเกริ่นเรื่องตัวเองสักนิดก่อนจะไปเจอรีวิวนะครับ ผมอยากเล่าให้ฟังมากๆว่าทำไมผมจึงตัดสินใจไปเที่ยวลาวทั้งครั้งที่แล้วและครั้งนี้ (จริงๆแล้วผม ไปเยือนประเทศลาว รวมครั้งนี้ เป็น 4ครั้ง ครั้งแรก คือ ลาวใต้ ตอนประถม / ครั้งที่2 คือ รีวิวที่แล้ว ลาวเหนือ / ครั้งที่3 ออกภาคสนามวิชาประวัติศาสตร์ ที่เวียงจันทน์ / ครั้งที่ 4 คือ ลาวใต้ ครั้งนี้ ออกเดินทางด้วยวันเวลาของเราเอง) เรื่องมันเกิดจากการสปอยล์ของพ่อแม่ของผมครับ พ่อผมเคยเป็นโค้ชเรือยาว (ทุกคนคงจะรู้จักประเพณีการแข่งเรือยาวนะครับ) นั่นแหละครับ พ่อผมหลงใหลในเรือยาวฝีพายมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ พ่อผมมักจะพาผมและแม่เดินทางไปคุมเรือด้วยกันบ่อยๆ และ มีครั้งหนึ่ง พ่อกับแม่ผม หนีออกจากบ้าน ทิ้งผมไว้กับน้าสาว แอบไปเที่ยวลาว ด้วยการไปดูเรือยาวของเมืองลาวครับ (แอบไปกันโดยไม่บอก 555+) พอพวกเขากลับมาก็มาสปอยล์ พูดนั่นนี่เกี่ยวกับประเทศลาวไม่หยุด ครั้งนั้นพ่อและแม่เดินทาง ขึ้นลาวเหนือ ไป หลวงพะบาง ไปดูเรือยาวที่นั่น แว๊นสก๊อยมอไซกันสนุกสนานในเมืองลาว นั่งเรือเต๊ป (เรือตอนเดียวที่มีความเร็วมากๆ) ล่องตามโขง ที่เชียงของ นั่นแหละฮะเรื่องราวของการจำความได้ของผมที่เกี่ยวกับประเทศลาว หลังจากนั่น พ่อผมก็สปอยล์ประเทศนี้ให้ฟังอย่างเป็นวรรคเป็นเวร จนมาถึงปัจจุบัน พวกเขาก็ยังไม่เคยหยุดพูดวีรกรรมต่างๆที่ทั้งสองหนีไปเที่ยวลาวเหนือกันสองคน ไปทำรถยางแตก ต้องมาตาบยาง แว๊นมอไซขึ้นไปตามเขา ตามไปดูเรือยาวฝีมือช่างลาว ในครั้งก่อน (ถ้าว่างๆ ผมอยากจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับเรือยาว ลักษณะ ประเภท และการทำเรือให้ฟังไว้ครั้งหน้านะครับ)
1st day 1 สิงหาคม 2559
- ถึงสถานีรถไฟอุบลราชธานี เวลา 07.20
- เหมาแท็กซี่หรือนั่งรถสองแถวจากสถานีไป บขส. อุบลฯ (เลือกรถสองแถวใช้เวลา เกือบ 30นาทีไปถึงปลายสาย)
- ซื้อตั๋วรถโดยสารระหว่างประเทศ อุบลฯ-ปากเซ (รถออก 09.30 และ 14.30 เลือก 09.30)
- ถึงด่านชายแดนช่องเม็ก ใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ (กระเป๋าเดินทางไว้ในรถครับ กระเป๋าที่หิ้วข้ามได้ก็เอาไปครับของสำคัญ พาสปอร์ต เงิน โทรศัพท์*ปิดซิมส์ด้วยก็นะครับระวังเรื่องโรมมิ่ง*)
- ทำเรื่องข้ามชายแดนไทย (ใช้พาสปอร์ต กรณีเดินทางข้ามแขวงและมากกว่า 3วัน) *หาตัวอย่างกรอกใบทั้งสองชาติ *รถโดยสารจะแจกใบ Boarding Pass สีส้มของประเทศลาวบนรถ* (สำหรับใบสีฟ้าของประเทศไทยให้ไปรับที่ด่าน ตม.)
- เดินออกประตูไปลงอุโมงค์เพื่อข้ามไปฝั่งลาว
- ขึ้นจากอุโมงค์ให้เราเดินไปเรื่อยๆจะเห็นอาคารหลังคาสีเขียว ฝั่งนี้จะเรียกว่า ด่านวังเต่า ใครถามอะไรอย่าสนใจ เรื่องรถไปปากเซ ขายซิมส์ แลกเงิน บลาๆ มุ่งหน้าไป ตรวจคนเข้าเมืองอย่างเดียวครับ ปล.การตรวจคนเข้าเมืองของลาวด่านนี้ค่อนข้างหละหลวม (คือมันไม่เป็นที่เป็นทาง) แต่มันมีความพีคมากกว่าด่านหนองคายหรือด่านห้วยโก๋นที่ผมเคยไปมา
- เรายื่นพาสปอร์ตช่องไหนก็ได้นะครับ ยื่นไปอ่านดีๆว่าเป็นช่องตรวจเข้าเมือง พอถึงตรงนี้ อ่านดีๆครับ
- 1.เราจะไม่เห็นหน้า เจ้าหน้าที่ ตม. เพราะกระจกจะปิดหมดเหลือแค่ช่องสอดมือเข้าสำหรับยื่นพาสปอร์ต ติดฟิล์มดำทะมึน
- 2.เจ้าหน้าที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับเข้าเมือง แล้วแต่ที่คุณจะโดน 100บาท 200บาท (ผมโดน 200บาท)
- 3.คุณต้องเช็คตราปั๊ม วันที่/ลายเซ็น ของตม.ฝั่งลาวให้ชัดเจนก่อนออกจากช่องยื่นพาสปอร์ต ถ้าคุณไม่พบลายเซ็น กรุณายื่นให้เขาเซ็นต์ลายเซ็นให้ทันที เพราะไม่งั้นคุณจะเสียเงินในเวลาขาออกจากลาว เป็นมูลค่า ไม่ต่ำกว่า 3000 บาท ในการดำเนินเรื่องเกี่ยวกับการตรวจคนเข้าเมืองของลาว *ซึ่งทางลุงคนขับรถระหว่างประเทศของไทยนั้นบอกพวกผมว่ามีการกระทำแบบนี้สำหรับฝั่งลาว มาหลายครั้ง เพื่อหาเงินเข้าสำหรับ ตม. ไม่ว่าจะกรณีใดใดก็ตาม*
- ถ้าคุณผ่านและเช็คความเรียบร้อย แนะนำให้แลกเงินกีบที่ด่านเลยครับ *รถระหว่างประเทศจะไม่ออกจนกว่าคนจะครบบนรถ ถ้าคุณไม่มัวเอ้อระเหยแถวๆนั้น *หาป้ายเวสเทิร์นยูเนี่ยน *เรตเงินผมจะเขียนไว้ให้นะครับ
- ถึงเมืองปากเซ ประมาณ ชั่วโมงถัดมา เราจะถูกส่งที่ ขนส่ง บ้านหนองกก นอกเมืองปากเซ อีกไกลโข (*ไม่รู้ว่าเป็นแบบนี้ทั้งประเทศมั้งครับ ทุกหัวเมืองใหญ่ ขนส่ง อยู่นอกเมืองอย่างไกล ทุกเมืองที่ผมไปไม่ว่าจะ เวียงจันทน์-บ้านดอนนาทอง / หลวงพะบาง-บ้านนาหลวง / ไชยบุรี)
**อ่านคำแนะนำจากตรงนี้ ย้ำว่าต้องอ่าน**
- 1.ลงรถใจเย็นๆ รับกระเป๋า ตั้งสติ มองซ้ายมองขวา
- 2.หาทางออกครับ ทางออกไปตัวสถานี เพราะรถมันไม่จอดที่ท่ารถ
- 3.อย่าตกใจ ถ้า ประตูทางออกทั้งสองฝั่ง โดนลงแม่กุญแจอันหนาเตอะ (เห้ยนี่มันอะไร!!)
- 4.ใครให้เหมารถอะไร ไปไหน ก็อย่าสนใจ ไปท่ารถอย่างเดียว
- 5.ก็ประตูออกไม่ได้มันถูกล็อก แล้วจะออกยังไง // ทำใจให้สบาย มองนาฬิกา นับถอยหลัง 5-10 นาที
- 6.ประตูจะถูกเปิดออก และคุณก็เดินไปตามทางของคุณตรงนี้ผมว่าทุกคนที่ไปใหม่ ต้อง งงแน่ๆ เห้ยมันเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก เหมือนโดนวางยา ตั้งสติครับ ที่นี่จะมีแผนการในการหาลูกค้านักท่องเที่ยวทั้งหลาย คือการร่วมมือการปิดทางเข้าออก ไม่ให้ไปไหน นอกเสียจากคุณยอมตกลงเพื่อเช่าเหมารถเข้าเมืองหรือไปที่อื่นต่อ เพียงแต่คุณต้องทำใจเย็นๆ รอครับ รอจนมันจะเปิดประตูนั่นแหละ
- หลังจากนั้น มองหาร้านซิมส์มือถือลาวครับ มันมีขายมองหาตู้ขายโทรศัพท์นั่นแหละ ผมใช้ ของ M Broadband lao telecom ครับ เพราะติดใจตั้งแต่ทริปลาวเหนือ ตกซิมส์ละ 100 บาท แพคเกจอินเตอร์เน็ต ใช้ 30 วัน คุ้มค่าที่สุดในสามโลก สนนในราคา 200บาท(50000 กีบ)/5GB รวมๆแล้วก็ 300 บาทสำหรับการซื้อความสะดวกในด้านการสื่อสาร(ซึ่งใช้สำหรับซิมส์เน็ตอย่างเดียว) บัตรเติมเงิน ราคาสูงสุดอยู่ที่ 10000 กีบ ต่อใบ (เท่ากับคุณต้องซื้อ 5 ใบ) แล้วขูดเอารหัสเติม *วิธีการเติมอยู่ใน สปอยล์ครับ*
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
- จัดการเรื่องซิมส์ไรพวกนี้ เดินไปท่ารถครับ หาป้าย บ้านนากะสัง นั่นแหละครับ ท่ารถที่เราจะไปกันในวันแรก
- รถที่ว่านั่นคือ รถสองแถว คนไทย คนลาว มุ่งหน้าสู่บ้านนากะสัง เสียคนละ 200 บาท เท่ากันทุกคน เพราะระยะทางนั้นไกลมากๆครับ ใช้เวลาไปถึงที่นั่น 2ชม. (นั่งตูดเปื่อยเลยครับ) *ประมาณ 144 กม. วัดจาก Google Maps
- นั่งไปนะครับถ้าอยากเซฟเงินตัวเอง 200 บาท ยอมจ่ายไปครับ คุณจะเห็นวิถีชีวิตสองข้างทางที่ไม่ค่อยต่างอะไรจากเมืองไทยตามชายขอบเมือง สิบยี่สิบปีที่แล้ว (แม่เล่าให้ฟัง) โอ้ย ถ้าคุณมากับฝรั่งแบกเป้นั้นชวนคุยไปเถอะครับ ได้เพื่อน ได้คนหารค่ารถค่าเรือในภายภาคหน้า แต่ผมไม่คุยครับ ปล่อยเพื่อนเก่งอิ้งพูดไป นั่งใบ้กินตลอดเวลา 2 ชั่วโมง
- ในที่สุดก็มาถึงบ้านนากะสังในเวลายามเย็น เดินครับ เดินไปจนสุดท่าเรือ หาที่ขายตั๋ว แล้วบอกเขาว่า ไป “ดอนคอน” ทำไมถึงเลือกดอนคอน เพราะว่า ดอนคอนนั้นสงบเงียบมากกว่าดอนเดต ในรูทของคนมาเที่ยวแถวนี้จะเน้น ดอนเดต ดอนคอน อะไรเทือกนี้ ซึ่ง ดอนเดตขึ้นชื่อเรื่องความจอแจของนักท่องเที่ยวและร้านอาหารถึงขั้นมีสาวแหม่มนอนอาบแดดริมโขงกันเลยทีเดียว เลือกที่จะนอนสงบเงียบ ใกล้ที่เที่ยวบริเวณนั้น บอกเขาว่า ไปดอนคอน!! แล้วคุณก็จ่ายค่าตั๋วไป 80 บาท
- คุณขึ้นเรือไปครับ ตรงนี้เราจะเรียกว่า สี่พันดอน ตามฉบับนักท่องเที่ยว หรือ 4000 Island (ไปหาความหมายเองนะครับ เอ้าเขียนรีวิวยังไง) แต่ที่จริงแถวนี้ คือ เมืองโขง แขวงจัมปาศักดิ์ ประกอบไปด้วยเกาะแก่งและท่าเรือ จำนวนหนึ่ง โดยเกาะที่สำคัญและขึ้นชื่อสำหรับการท่องเที่ยวคือ เกาะดอนโขง เกาะดอนเดต เกาะดอนคอน สามเกาะดัง ซึ่ง ดอนโขงข้ามสะพานไปได้ จีนมาลงทุนสร้างสะพานไว้ให้ ส่วน ดอนคอนดอนเดตนั้นต้องข้ามเรือ ไปลงเกาะใดเกาะหนึ่ง แต่ทั้งสองเกาะนี้มีสะพานเชื่อมต่อกัน เลือกเอาเองนะว่าอยากนอนเกาะไหน แต่พวกผมเลือก ดอนคอน เพราะใกล้ หลี่ผี และ คอนปลาสร้อย มากที่สุด
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น