Let's be an Awesome 'NokScoot' Angel: รีวิวจัดหนัก จะเป็นแอร์ที่นี่ต้องทำยังไง? pre-screen 1st AUG 2016

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะ ต้องขออนุญาตออกตัวก่อนนะคะว่านี่เป็นกระทู้แรกของเราเลย ถ้าหากมีข้อผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ยินดีน้อมรับทุกคำติชมของทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ วันนี้เรามีประสบการณ์การสมัครงานเป็นลูกเรือของสายการบิน NokScoot มาแบ่งปันเพื่อนๆนะคะ เราเป็นคนหนึ่งที่อยู่ๆก็อยากสมัครเป็นแอร์ฯ แต่ไม่มีความรู้และประสบการณ์อะไรเลย ความรู้สึกที่มีคือความเคว้งและไม่รู้ต้องเตรียมตัวยังไงดี วัตถุประสงค์ของกระทู้นี้จึงต้องการเป็นเพื่อนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นแนวทาง(ง่ายๆ)ในการเตรียมตัวเล็กๆน้อยสำหรับสาวๆที่อยากติดปีกโดยเฉพาะกับสายการบิน NokScoot ค่ะ จะเริ่มตั้งแต่

1. ขั้นตอนสมัครไปจนถึงการทำแบบทดสอบ และ Final Interview นะคะ
2. ลดน้ำหนัก เสื้อผ้าหน้าผม และเตรียมความสวย

เกริ่นมาเยอะ มาเริ่มกันเลยค่าา

1. ขั้นตอนการสมัคร NokScoot

1.1 Online Application - NokScoot เมื่อประกาศรับสมัครทางสายบินจะให้กรอกใบสมัครผ่านเว็บไซต์ของเขา beawesome.nokscoot.com ค่ะ โดยการกรอกเราจะต้อง register เพื่อเข้าระบบ แนะนำว่าทำ resume (ใส่น้ำหนัก ส่วนสูง ที่อยู่ อีเมล์ และเบอร์ติดต่อให้เรียบร้อย) รูปถ่าย และผลโทอิค (โทอิค 600 อายุไม่เกิน 1 ปี) ไว้ให้เรียบร้อยก่อนจะเข้าไปกรอกนะคะ เพราะเขาจะให้ upload ลงไปด้วยเลย (แต่จำได้ว่าเราสามารถกลับมาแก้ไขข้อมูลทีหลังได้ค่ะ)

       คำแนะนำส่วนตัว - มันจะมีให้เราใส่ประสบการณ์การทำกิจกรรมและรางวัลที่เราเคยทำ มีเท่าไหร่ใส่ไปนะคะ แนะนำว่าเลือกอันที่เราคิดว่ามันดีที่สุดที่เราเคยทำ ยิ่งถ้าสามารถโชว์ศักยภาพด้าน ภาษาต่างประเทศ งานบริการ หรือเพื่อสังคมได้จะยิ่งดีมาก ใครเคยเป็นพิธีกร หรือประกวดร้องเพลง-ดนตรีก็ใส่ไปได้นะคะ นอกจากนี้ใน resume ก็ต้องจัดหนักจัดเต็มค่ะ เลือกประสบการณ์ทรงคุณค่าของเรามา (ไม่ควรเกิน 4 อย่าง) ไล่จากที่เราคิดว่ามันเกี่ยวกับงานบริการมากที่สุดไปจนถึงน้อยที่สุด เช่น ของเราเลือกมาสามอย่าง เป็นครูอาสา งานค่ายพัฒนาสังคม และการไปต่างประเทศ เลือกที่มันครอบคลุมทักษะเบื้องต้นที่การเป็นแอร์ต้องการอ่ะค่ะ กรรมการจะได้สะดุดตาและสนใจ เมื่อเราส่งใบสมัครไปทาง NokScoot จะส่งอีเมล์มายืนยันกับเราว่าได้รับใบสมัครของเราแล้ว กำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณา และจะส่งอีเมล์มายืนยันถ้าเราผ่านเข้ารอบ

1.2 Inviation Email - ต่อจากนี้จะมีแต่ความรู้สึก งงๆ ของเรานะคะ ฮ่าๆ หลังจากวันที่เราส่งใบสมัครไปเมื่อวันที่ 12 ก.ค. เราก็ได้รับ Invitation Email มาในวันที่ 20 ก.ค. ให้เทำ Video Interview และ Online Test ส่งกลับไป วินาทีที่ได้รับ ตกใจค่ะ เพราะเพิ่งตื่นนอน แบบอ้าวเฮ้ยยยย ได้หรอ งงมาก

       Online Test - เป็นข้อสอบวัดบุคลิกภาพ และ aptitude test ค่ะ ข้อสอบจะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดมีประมาณ 6-8 พาร์ทมั้งถ้าเราจำไม่ผิดวัดทัศนะคติของเรา มีคณิตคิดเร็ว(บวกลบคูณหารเลขแบบประถม) อ่านและตอบคำถามเนื้อเรื่อภาษาอังกฤษซึ่งแนะนำว่าตอนทำอย่าไปคิดเยอะนะคะ คำถามจะถามตรงๆ ทำให้หมดทุกพาร์ทนะคะ จากนั้นระบบจะส่งข้อสอบเราอัตโนมัติ ทำเสร็จก็ได้แต่คิดว่า "นี่ทำอะไรลงไปวะ" ฮ่าๆๆ ไม่น่าจะได้แน่ๆแหละ เพราะทำไม่ทันตั้งเยอะ      
       Video Interview - เขาจะกำหนดคำถามมาให้และให้เวลาเราคิดสามสิบวินาทีเท่านั้น ทำเสร็จแล้วแก้ไม่ได้นะคะ เตือนเอาไว้เลย เพราะเราทำมาแล้ว นึกว่าแก้ได้ มีพูดออกไปว่า "โอ๊ยเอาใหม่ กับ โอ๊ยพอเหอะ" นั่นแหละค่ะ ส่งไปให้กรรมการดูเรียบร้อยเลยนะคะ ฮ่าๆๆๆๆ
  
หลังจากเสร็จสิ้นการอัดคลิป ทางสายการบินจะส่งเมล์มายืนยันค่ะว่าได้รับวิดีโอของเราแล้วและขอบคุณที่สนใจร่วมงานกับเขา แต่เราไม่สนใจแล้วค่ะ!!! เพราะคิดว่ายังไงที่ทำไปมันก็ไม่ได้แน่ๆ แต่การทำคลิปครั้งนั้นทำให้เรารู้นะคะ ว่าเราเตรียมตัวมายังไม่พอ คำเตือนคือ เข้าประเด็นไปเลยค่ะ อย่าเวิน เพราะคุณจะมีเวลาจำกัดมากในการตอบ

จะอัดคลิปต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง? มาดูกันค่ะ
   - การแต่งกาย ชุดเรียบร้อยไว้ก่อนนะคะ ไม่เอาแขนกุด ถ้าจะไม่มีชุดสูทคลุมหรือเสื้อตัวนอกคลุมให้ใส่เสื้อแขนสั้นสุภาพให้ดูเป็นทางการไว้ก่อนดีที่สุด (สบายใจค่ะ)
   - แต่งหน้าให้สวย ติดขนตาปลอมด้วยได้ก็จะดี ปากไม่ควรเป็นสีนู้ทนะคะ ดูป่วย ไม่สดใส ด้านผิวหน้าของานรองพื้นแบบ full coverage และ concealer เท่านั้นค่ะ สำหรับใครก็ตามที่มีปัญหาเรื่องสีผิวไม่เท่ากันหรือรอยสิวแผลเป็นต่างๆต้องซัดค่ะ ถ่ายออกมามีรอยดำแผลเป็นมันไม่เกร๋จริงๆ
   - ทำผม จะมัดหางม้าสูง/ต่ำ ทรงกล้วย ทรงฟักทอง หรือมวยธรรมดาก็ได้ค่ะ แล้วแต่ใจปรารถนา เอาสวยเข้ากับรูปหน้าของเรา แต่ไม่ว่าจะทรงอะไรควรเก็บลูกผมให้เรียบร้อย ไม่ควรมีผมชี้โด่เด่,ผมยุ่ง หรือส่วนไหนหลุดลุ่ยนะคะ เดินทางสายเนี้ยบไปเถอะค่ะไม่ว่างานไหนยังไงก็รอด ส่วนวันนั้นเราทำมวยธรรมดา คลุมเน็ตให้เรียบร้อย ควรมีเจลแบบ super hard, hair spray, กิ๊บดำ และ กิ๊บตัวยูเพื่อความเรียบร้อยของทรงผม เรื่องสีผมไม่ซีเรียสค่ะ แต่ถ้าสีบลอนด์ทองมาเลยก็อาจจะดูไม่เรียบร้อยนะคะ
   - เวลา และ สถานที่ ควรถ่ายตอนกลางวัน หรือตอนที่มันมีแสงอาทิตย์ค่ะเพราะแสงจะสว่างสวยงามทำให้หน้าผ่องเห็นชัด หรือถ้าใครสามารถจัด lighting ได้ก็โอเคค่ะ เราอัดตอนช่วงบ่ายในห้องนอน หาที่เงียบๆที่มีพื้นหลังเป็นสีพื้นนะคะ สีขาวได้ก็จะยิ่งดีมากๆเพื่อความน่าชมและความเรียบร้อยค่ะ

อุตส่าห์ทำใจไปแล้วว่าไม่ได้แน่ๆ แต่ปาฏิหาริย์หรือโชคดีมันก็เกิดขึ้นได้จริงๆ คืนหนึ่งเราเช็คเมล์แล้วพบว่า NokScoot ส่งเมล์มา Congratulations! และนัดเราไป Pre-screen งงอีกค่ะ พยายามอ่านอยู่หลายทีคือผ่านจริงๆใช่มั้ย สติยังปรับจูนให้เข้าใจคำว่า Congratulations ไม่ได้จริงๆ

1.3 Assessment Day มีทั้งหมด 5 ด่านอรหันต์

1. วัดส่วนสูงไม่มีชั่งน้ำหนัก ทุกๆด่านจะทำที่ออฟฟิศของ NokScoot ทั้งหมด เมื่อถอดรองเท้า การวัดจะวัดกับเส้นที่กรรมการติดไว้บนผนัง เรามีหน้าที่ไปยืนตรงผนังและทำตัวสูงให้ถึงเส้นทึบสีดำนั้นให้ได้ พี่ๆใจดีมากๆค่ะ ช่วยทุกคนที่มาสมัครแบบสุดๆ เห็นใครที่มีแววว่าจะถึงพี่เขาก็จะให้โอกาสเรายืดให้เต็มที่จนกว่าถึง เราเป็นหนึ่งในนั้นที่วัดสองครั้ง เส้นที่มีให้ค่อนข้างจะหนาเกือบ 1 cm จนเราได้มาพอดีเป๊ะชิดขอบล่างสุดของเส้นทึบนั้นพอดี โล่งไปหนึ่งเปาะ ถ้าใครที่ห่างเส้นทึบจนชัดเจนหรือยืดยังไงก็ไม่ถึงพี่เขาเชิญออกตามระเบียบเลยค่ะ
2. สอบภาษาอังกฤษ มีอ่านเนื้อเรื่องและถามคำศัพท์ว่าคำไหนมีความหมายต่างจากพวกหรือเหมือนกับคำที่เขากำหนดมาให้ เนื้อเรื่องนั้น 1 ย่อหน้าสั้นๆ แต่อ่านแล้วจะงงๆค่ะ เวลาทำต้องทำใจนิ่งๆ มันตั้งใจเล่นเราให้งง ส่วนคำศัพท์นั้นก็เงิบนะคะ เราจะไม่คุ้นกับศัพท์หน้าตาประหลาดเหล่านั้นเลยค่ะ ยากเหมือนกันถ้าไม่เคยท่องศัพท์เลย เราหาข้อมูลก่อนไปเพราะรู้มาว่ามีพาร์ทคำศัพท์เจอกระทู้หนึ่งบอกระดับข้อสอบ SAT เรานี่เงิบเลย เพราะเราโง่ศัพท์ที่สุด เลยไปซื้อ flash card มานั่งท่องเล่นๆ ปรากฏพอไปเจอของจริง ไอ้ที่เราท่องดันวิลิศมาหราเกินไปอี๊กกก!! โธ่!! โดยส่วนตัวเราขอสรุปว่า มีสิทธิ์ใกล้เคียงกับศัพท์ในข้อสอบ SAT เหมือนกันค่ะคิดว่าแล้วแต่รอบ แต่ที่น่าจะช่วยได้มากคือหนังสือศัพท์สำหรับสอบ TOEFL น่าจะครอบคลุมดีนะคะ หลายคำในข้อสอบวันนั้นเราเจอใน TOEFL เยอะเหมือนกัน เพื่อนคนหนึ่งก็ยืนยันว่าท่องศัพท์ TOEFL นั้นก็ดีงามพระรามสี่สามารถเอาตัวรอดออกมาได้ สิ่งสำคัญคือ อย่าไปคิดมากค่ะ ถ้าไม่รู้จริงๆจงหาคำตอบที่เรารู้สึกพึงพอใจมากที่สุด ห้ามเว้นว่าง ทำให้ครบ ทำให้เสร็จ เมื่อทำเสร็จก็ปล่อยวางค่ะอย่าไปคิดถึงมัน รอบนี้ถือว่ากรองคนไปได้เยอะ หากใครไม่ผ่านก็จะถูกประกาศชื่อเดินลากกระเป๋าออกจากบ้านไปเลยค่ะ
3. Public Speaking รอบนี้ทำให้นึกถึงการจับฉลากสอบพูดหน้าชั้นสองนาทีในวิชาภาษาไทย ม.5 ที่โรงเรียนเราเลย กรรมการจะให้เราจับฉลาก ในฉลากจะมีคำหนึ่งคำ แต่ละคนมีเวลาคิดและเวลาพูดอย่างละ 2 นาทีเท่ากันทุกคน หน้าที่ของเราคือพูดอะไรก็ได้ให้สอดคล้องกับคำที่เราจับฉลากได้เป็นภาษาอังกฤษ เช่น ได้คำว่า Vacation (สมมติ) เรื่องที่จะพูดอาจจะมาจากประสบการณ์จริงของเราก็ได้ค่ะ จะได้แถได้เยอะๆ แต่อย่าหลุดประเด็นนะ ไม่ใช่พูดถึง "vacation ชอบไปทะเลที่สุด" อยู่ดีๆสุดท้ายดันไปสรุปเรื่องว่า "กรุงเทพฯรถติดมาก" ได้ออกทะเลไปจริงๆนี่ไม่ดีนะคะ เทคนิกของเราคือ พยายามพูดให้กรรมการเห็นว่า สิ่งนั้นมันมีคุณค่าหรือให้ปะโยชน์อะไรกับเรา และเราประทับใจอะไรเรียนรู้อะไรจากมัน พูดเชิงบวกไว้ดีที่สุดค่ะ
4. Problem Solving รอบนี้โดนแบ่งกลุ่มใหม่ วัดทักษะการทำงานกลุ่ม ด่านนี้ต้องแสดงความเห็นบ้าง เป็นอาสาสมัครบ้าง พยายามแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของเราบ้าง การเออออห่อหมกทุกอย่างไม่ใช่เรื่องที่ดีนะคะ  รู้จักแย้งให้สุภาพ ถ้าเห็นด้วยจริงจริ๊งก็ต้องบอกเหตุผลของเราด้วยค่ะ

พบกันพาร์ทสุดท้ายในอันต่อไปนะค้า
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่