[SR] ขี่มอร์ไซด์ไปดูดอกกระเจียว 3 วัน 2 คืน

กระทู้รีวิว
สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเล่าประสบการณ์ที่ผมได้ไปเที่ยวที่ทุ่งดอกกระเจียว จ.ชัยภูมิ ซึ่งก็ได้ไปสองที่คือ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และอุทยานแห่งชาติไทรทอง โดยใช้เวลา 3 วัน 2 คืน กับเพื่อนอีกคนเป็นสองคนครับ
     หลังจากที่ผมเตรียมตัวเรียบร้อย ผมกับเพื่อนก็ออกเดินทางกันตั้งแต่ตีห้าโดยใช้แผนที่ในกูเกิลนำทาง ซึ่งต้องบอกก่อนว่าบ้านผมอยู่ที่ อ.สีคิ้ว ห่างจากอุทยานแห่งชาติป่าหินงามเพียงแค่ 115 กิโลเมตร ตามการคำนวณของกูเกิล เราจึงเดินทางโดยรถมอเตอร์ไซด์ของเพื่อน 3 ชั่วโมง ก็ถึงแล้ว รวมเวลาที่เราแวะรัปประทานอาหารเช้าที่ปั้มน้ำมันในอำเภอเทพสถิต ก็ถึงที่หมายในเวลา 9:00น. เป็นวันอาทิตย์พอดี คนเยอะมากเลย
(คุณสามารถรับชมวีดีโอขณะเดินทางได้ที่ลิงค์จาก youtube)
https://youtu.be/5eGeofxwSOw
      หลังจากที่เดินทางมาถึงเราก็หาจุดกางเต้นท์ก่อนเป็นอันดับแรก ที่นี้มีจุดกางเต็นท์ให้ถึงสองจุด และก็มีห้องน้ำให้พร้อมเลยนะครับ ค่อนข้างสะดวก หลังจากที่กางเต้นท์เสร็จก็ได้เวลาเที่ยวชมดอกกระเจียวแล้ว
ก่อนจะเข้าไปชมดอกกระเจียวเราต้องซื้อบัตรเข้าอุทยานคนละ 1 ใบและตั๋วขึ้นรถนำเที่ยวอีกคนละใบ ถ้าคุณไม่อยากเดินไปเองนะครับ หลังจากที่ขึ้นรถแล้ว เราก็นั่งสุดสายไปยังจุดแรกคือ ผาสุดแผนดินกันก่อนเลย เมื่อไปยืนที่หน้าผาคุณก็จะเห็นท้องฟ้าป่าเขาอันกว้างใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า ว้าว ที่นี่ทำให้ผมรู้สึกอยากบอกกับใครสักคนว่า ผมอยู่ตรงนี้นะ รู้รึเปล่า ; ) ถึงตรงนี้หลายๆคนคงถ่ายรูปแล้วก็อัพสถานะบนเฟสบุคกันแล้วแหละ แต่ผมก็ไม่ได้ทำอย่างนี้นหรอก
หลังจากที่ชื่นชมทัศนียภาพ และกับภาพไว้แล้วก็เดินไปยังทางเท้าที่มุ่งหน้าไปยังทุ่งดอกกระเจียว ผ่านป่าเพ็ก และต้นไม้น้อยใหญ่ จนมาถึงสะพานที่ทอดยาวผ่านทุ่งดอกกระเจียวที่บานอยู่ลายล้อมรอบตัว เดินไปถ่ายรูปไป สมใจเพื่อนผมที่ชอบดอกไม้ซะเหลือเกิน ที่ผมมาที่นี่ก็เพราะเพื่อนนี่แหละที่ชวน บอกอยากมาถ่ายรูปดอกกระเจียว ผู้ชายกับดอกไม้ ผมว่ามันเป็นอะไรที่ขัดๆอยู่นะ เอาเป็นว่าให้เพื่อนถ่ายรูปให้สมใจ ผมก็ถ่ายวีดีโอไป ต้องขอโทษที่ผมไม่มีรูปสวยๆมาฝากนะครับ เพราะฝีมือการถ่ายรูปที่ไม่เอาไหน บวกกับความรู้สึกขัดๆเรื่องผู้ชายกับดอกไม้ ทำให้ผมไม่ได้ใส่ใจดอกกระเจียว แต่กลับไปสนใจบรรยากาศรอบๆแทน โดยเฉพาะลำธารน้ำเล็กๆๆๆๆ ที่น้ำซึมมาจากที่ไหนซักที่แล้วค่อยๆรวมตัวกันไหลผ่านทุ่งหญ้าและก้อนหินน้อยใหญ่ เกิดเป็นเสียงกระซิกๆ ดูสดชื่นเป็นธรรมชาติจัง ทำให้ผมตื่นเต้นกว่าเห็นดอกกระเจียวซะอีกนะครับ หลังจากผ่านทุ่งดอกกระเจียว ก็ออกมาสู่ถนนซึ่งเราก็ต้องตัดสินใจว่าจะนั่งรถกลับเพื่อไปดูป่าหินงามเลย หรือว่าจะไปดูดอกกระเจียวขาวที่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเล็กๆ ซ่อนอยู่เงียบๆแต่ต้องเดินย้อนขึ้นไปที่จุดจอดรถในตอนแรก ซึ่งแน่นอนว่าเราก็ต้องเดินย้อนกลับไปเที่ยวชมเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั่นแน่นอนอยู่แล้ว จะได้ดูให้ครบไงครับ และเส้นทางที่ว่าก็ไม่ได้ซ่อนอยู่หรอกครับ แต่ว่าไม่ค่อยมีใครสนใจมาทางนี้เลยดูลับๆเงียบ และเราก็เดินไปตามเส้นทางนั้น และก็ไม่ได้เงียบอย่างที่คิดนะครับ เพราะมีเสียงจั๊กจั๋นร้องกันเอาซะผมปวดประสาทเลย และทางนี้ก็มีคนมาประมาณ 4-5 กลุ่ม ที่เดินๆตามกันมาโดยที่ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เราเดินมาตามเส้นทางนี้มีต้นไม้ใหญ่เยอะกว่าฝั่งดอกกระเจียว มีเฟิร์นมีกล้วยไม้ ดูชุ่มชื่น ร่มรื่น เดินมาได้สักพักก็เจอดอกกระเจียวขาวขึ้นอยู่เล็กน้อย ลักษณะต้นและดอกจะเล็กกว่าดอกกระเจียวสีชมพู แต่ว่ามีขึ้นให้เห็นแค่นิดเดียว ผมก็ไม่ได้เก็บภาพไว้เพราะคิดว่าน่าจะมีอีกเป็นทุ่ง ซึ่งผมก็คิดผิด เพราะหลังจากนั้นก็เป็นป่า สลับกับทุ่งเพ็กและเนินเขา ซึ่งผมก็ไม่ได้แคร์กับดอกกระเจียวขาวเลย เพราะผมชอบที่จะเดินเก็บบรรยาศโดยรอบมากกว่า เพลินไปเลย เราเดินไปอย่างไม่รู้ว่าเส้นทางจะไปจบตรงไหน ใจนึงก็กลัวว่าเดินไปเจอทางตันแล้วต้องเดินย้อนกลับ ซึ่งก็ไกลใช่เล่นและก็เริ่มเหนื่อย จะกลับเลยดีไหม อีกใจก็หวังว่าจะมีทางออกอยู่ข้างหน้าและก็ยังเดินต่อไป ไม่ใช่แค่พวกผมคนเดียวที่คิดอย่างงี้ กลุ่มอื่นๆก็มีความคิดเดียวกัน เป็นเพราะพวกเราไม่ยอมศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนเดินมา แต่ก็ได้ความรู้สึกตื่นเต้น ผจญภัยดีนะครับ "ยังไงก็ได้อะ บอกเลย" และในที่สุดเราก็เดินมาจนถึงทางออกครับ เป็นทางที่มาโผ่ถนนและมีรถมารับพอดี หลังจากนั่นก็ขึ้นรถมาลงมายังจุดสุดท้ายคือป่าหินงาม ที่ป่าหินงามนี้เป็นเขาเตี้ยๆที่มีหินเต็มไปหมด ไม่มีต้นไม้ใหญ่ๆที่จะเกิดขึ้นได้ มีเพียงพุ่มไม้เล็กๆที่คนเดินแหวกกันจนเป็นทางเล็กทางน้อย จากที่ผมฟังมัคคุเทศน้อยพูดเร็วๆในรอบเดียวก็จำได้ว่าที่นี้สมัยก่อนยุคไดโนเสาร์นู้น ที่นี่เคยเป็นทะเลมาก่อน และเมื่อน้ำแห้งไปก็มีหินก้อนใหญ่ๆ ถูกลมถูกฝนมาทักทายทุกวันนานๆเข้าเลยกลายเป็นรูปร่างต่างๆอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ก็ช่างเป็นการสร้างสรรค์โดยธรรมชาติที่มหัศจรรย์จริงๆเลยนะครับ และหินต่างๆก็มีคนต่อคิวเก็บภาพกันอยู่เรื่อยๆ อาจจะมีแค่ผมละมั่งที่เอาแต่เดินถ่ายวีดีโอตามทางที่เดิน ไม่ได้เก็บภาพหินต่างๆมาเลยซักก่อนเดียว โดยที่นี่หินที่ฮอตที่สุดน่าจะเป็นที่ มอตั้ง ที่รู้สึกว่าทุกคนจะต้องไปที่นั้นกัน ถ้าไม่ไปถือว่าไม่ได้มา อย่างงั้นเลยที่เดียว และว่ากันว่าใครที่ยังไม่มีคู่ไปสัมผัสก็ได้ได้คู่ ใครมีคู่แล้วไปสัมผัสก็จะได้ชู้ ส่วนผมไม่มีคู่ก็ไม่ได้ไปสัมผัสหรอกนะครับ เพราะมีคนที่แอบชอบอยู่แล้ว ไม่ต้องการอื่นหรอก I never want another มันใช่รึเปล่านะ แล้วจะมาบอกทำไมเนี่ย ครับและนั่นก็เป็นช่วงเวลาดีๆที่ผมได้เที่ยว ได้ศึกษาธรรมชาติ เก็บบรรยากาศดีๆ คิดถึงใครซักคน นั่น เอาอีกละ หลังจากนั้นผมก็กลับมายังที่พัก คือเต้นท์นั่นแหละครับ มาพักผ่อน เพื่อนผมก็นอนพัก ผมก็เดินเล่นถ่ายรูปอะไรไป และตกเย็นคนกลับกันหมด ที่นี่ก็เงียบเหงามากเลยครับ มีต้นไม้ใหญ่ๆ อึมครึม จนทำให้ผมรู้สึกหงอยเหงามาก ดันบ้าบอจะออฟไลน์ แต่ทนไม่ไหวต้องสมัครเน็ต เล่นแก่เหงาจนได้ เดินๆไปๆมาๆ แบตโทรศัพท์ก็จะหมด ยุ่งก็ตัวใหญ่ยังกะแมลงวัน ที่นี่ห้ามก็ไฟ แต่สามารถใช้แก๊สปิ๊กนิกทำอาหารได้ และผมก็ไม่ได้เอามา เราจึงไมเราจึงไปกินข้าวที่ร้านแถวนั้น ก่อนที่เพื่อนจะมานอนต่อ จนค่ำก่อนที่ผมจะไปอาบน้ำ ห้องน้ำที่นี่ เป็นห้องสุขาชายหญิงและมีห้องอาบน้ำฝั่งละหนึ่งห้องเท่านั้น แต่ก็มีหลายจุด และน้ำก็เย็นมากๆถูสบู่แล้วเหมือนจะล้างไม่ออก เคยเป็นไหม และอยากจะบอกว่าไฟห้องน้ำเสียควรมาอาบตั้งแต่ก่อนมืดเพราะห้องน้ำชายติดแต่ไฟด้านนอกมองเห็นสลัวๆ สวนห้องน้ำหญิงมืดเลยหมดสิทธิ์อาบแน่ถ้ามาช้า ต้องไปอาบที่อื่น ดีนะที่ผมอาบเร็ว แต่เพื่อนมันมัวแต่นอนลุกมาอาบช้า เอาซะมืดเลยผมก็ต้องมายืนเป็นเพื่อนหน้าห้องน้ำอีก เยี่ยม ระวังที่รอเขา เราก็มองไปเห็นแสงไฟกะพริบอยู่ข้างหลังคาห้องน้ำ มันคือหิ่งห้อยตัวน้อยมีแสงสวยๆในตอนกลางคืน และก็มีอยู่หลายตัวเลย และผมว่าผมก็ถ่ายรูปมาได้นะครับ วู้วสวยดีครับ หลังจากนั้นเราก็ไปนั่งชาจแบตโทรศัพท์ ที่ร้านอาหารซึ่งเจ้าหน้าที่บอกถ้าจะชาจแบตตอนกลางคืนต้องไปชาจที่นั่น พวกเราจึงไปนั่งชาจแบตไปกินลูกชิ้นไปที่ซื้อจากร้านสุดท้ายที่ยังเปิดอยู่ นั่งชาจแบตไปคิดอะไรไปเรื่อง แล้วก็คิดไปว่า สถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้มันเป็นที่สำหรับครอบครัว หรือ คนเป็นแฟนกันต่างหาก มันไม่ใช่ที่คนโสดที่จะมาหาแฟนแถวนี้หรอกนะ ก็ว่าไปโน้น มันแค่แรงบันดาลใจที่ทำให้เราตื่นเต้นเวลาไปเที่ยวอะครับ แค่หวังว่าจะเจอสาวๆไปร่วมเดินทาง ไร้สาระจริงๆ ลืมๆมันไปซะนะครับ หลังจากนั้นก็กลับไปยังที่พักที่แสนจะเงียบ เพราะทุกคนที่นี่เหมือนจะหลับกันหมดแล้ว และตอนนี้เราก็พบว่ามีหมอกเต็มไปหมด มันเยอะมาก เหมือนเอฟเฟคในละครก็ว่าได้ เหมือนเรากำลังจะทะลุมิติไปที่ไหนสักที่ ผมก็คิดไปนู้นแล้วก็กลัวเลยนะ อากาศชื่นมีฝนตกไกลๆและ เมื่อเราเข้าเต้นได้ซักพักก็มีฝนตกเล็กน้อย ทำให้ผมเป็นกังวลว่าเต้นท์จะเปียกแต่ว่าน้ำก็ไม่ได้ซึมเข้ามาในเต้นท์ เราจึงตัดสินใจนอนต่อ และก็หลับไปแบบว่าถึงเช้าเลย และผมว่าเราควรจะพักไว้แค่นี้ก่อน เพราะการผจญภัยยังเหลืออีกไกลครับ
( คุณสามารถรับชมวีดีโอที่ผมพยายามถ่ายมา แต่อาจจะไม่สวยเพราะผมพึ่งฝึกถ่ายและพยายามพัฒนาฝีมืออยู่นะครับ)
https://youtu.be/QFv6FSANE3I วีดีโอแบบเร็วหน่อยนะครับ
https://youtu.be/idSBD6p-oYg วีดีโอแบบช้าๆครับ
ชื่อสินค้า:   ทุ่งดอกกระเจียว อช.ป่าหินงาม
คะแนน:     
**SR - Sponsored Review : ผู้เขียนรีวิวนี้ไม่ได้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง แต่มีผู้สนับสนุนสินค้าหรือบริการนี้ให้แก่ผู้เขียนรีวิว โดยที่ผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนอื่นใดในการเขียนรีวิว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่