แต่ช่วงอายุเรา อาจไม่เท่าในเรื่อง แต่ชื่อตัวละคร เรื่องราว การตัดสินใจ การดำเนินชีวิตในช่วงนั้น
เหมือนกับที่เราตัดสินใจ เมื่อ 6 ปีก่อน แต่จุดจบ จะเหมือนกันรึป่าวไม่แน่ใจ
อ่านมาถึง EP.42 ก็ดีใจที่ฟ้า กล้าตัดสินใจที่จะบอกแม่ ผิดกับเรา ที่ปัจจุบัน
ยังไม่กล้าบอกใครเลย มีคนรู้ตอนแรกแค่ไหน ปัจจุบัน ก็รู้กันอยู่แค่นั้น
-----------------------------------------
ตอนนั้นเราอายุ 21 รู้จักกับพ่อของลุก ในฐานะเพื่อนกัน แต่ไม่สนิท
ก็คุย เที่ยว เฮฮากลุ่มเดียวกัน จนจบปวส มาซักพัก(เราไม่ได้เรียนมาด้วยกันน่ะค่ะ) เราก้ไม่ได้เรียนต่อมหาลัย
ก็เริ่มทำงานใช้ชีวิตผู้ใหญ่ ขึ้นมานิดหนึ่ง เราเริ่มห่างหายกับเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน
มีแต่เพื่อนเที่ยวเล่น ก็เคว้งๆๆน่ะช่วงนั้น งานก็หนัก เครียด พูดคุยกับเพื่อนน้อยลง
จนพ่อของลูก ทักมาคุยด้วย เราก็คุยปกติในช่วงครึ่งปีแรก ไม่ได้พบเจอกันอะไรเลย
ด้วยว่าเราทำงาน เดินทางไปกลับ ตจว ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน พ่อของลุกเป็นคนบ้านเดียวกัน
ห่างกันแค่คนละตำบล ตอนนั้นก็เหมือน คุยกับเขาคนเดียว ในฐานะเพื่อนด้วย คนรู้ใจด้วย
เวลามันก็ทำให้ คนด้านชากับเรื่องความรักอย่างเรา จากคนที่ไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้เลย เราไม่เคยมีแฟนรึคบหาใคร
ตลอดที่เริ่มโตมา มีคนเข้ามาบ้าง แต่ก้เข้าไม่ถึงเรามั้ง ก็หายไป มีพ่อของลูกนี้แหละคนแรกที่คุยกันรู้เรื่องที่สุด
จนเวลาผ่านมาได้ ปีกว่าๆๆ เราก็เริ่ม หาเรื่องกับมาบ้านบ่อยขึ้น(เข้าออฟฟิตที่บริษัทบ่อยขึ้น)
ก็เลยได้เจอกัน ไปกินข้าวด้วยกัน เที่ยวกลางคืนบ้าง เที่ยวกลางคืนนี้
เราต่างคนต่างเที่ยวอยู่แล้ว เขามีเพื่อนกลุ่มแก็งค์เขา เราก็มีมีกลุ่มของเรา การคบหาของเราสองคน มีเพื่อนน้อยคนที่จะรู้
อาจจะดุเป็นการคบหาที่แปลกๆๆ แต่สำหรับเราก้เรียกว่า แฟนกันนั้นแหละ (เพราะเรายังโลกสวยต่อเรื่องพวกนี้ไงในตอนนั้น)
ด้วยที่เราเจอกันมากขึ้น ทำให้เราไปเอาความมั่นใจที่ไหนมาไม่รู้ ว่าเขาคงมั่นคงต่อเรา ซื่อสัตย์เหมือนที่เราซื่อสัตย์กับเขา
ก็ค่ะ ตามสเต็ป ทั่วไป ก็ยินยอมมีอะไรกัน ในปีที่2 ที่คบกัน หลังจากนั้นทุกอย่างก็เหมือนปกติค่ะ ยังเจอกันเหมือนเดิม
เราทำงานเหมือนเดิม เขาอยู่ของเขาเหมือนเดิม จะมาต้นปีที่3 ประมาณช่วงเดือน เมษายน เราตรวจเจอว่าตัวเราตั้งท้อง
ตอนนั้นคงประมาณอายุครรถ์ซัก 3เดือน เราก็คุ้นคิดอยู่คนเดียวตลอด 2-3เดือน บอกเขาดี รึไม่บอกดี สุดท้ายความอ่อนแอ
ความกลัว รึอะไรไม่รู้ทำให้ เราบอกเขาไป เขาดูตกใจแต่ก็คงทำใจดีสู้เสือ จากนั้นเราก็ไม่ได้คำตอบอะไร เราก็มาทำงานปกติ
เขาก็อยู่ของเขา จนเขาได้หาย จากการติดต่อกัน ไปเกือบๆๆ 2 อาทิตย์ ส่วนเราน่ะหลอทำใจไปแล้วค่ะ ว่าเราจะแก้ไขปัญหานี้เอง
พ่อแม่ พี่น้องเป้น สิ่งต้องห้าม(รู้) เรื่องนี้เด้ดขาด เหตุผลของเราคือ เราทำให้เขา เสียใจกับเรื่องอื่นๆๆมาพอสมควรแล้ว
ทำงานได้แล้ว ก็ไม่อยากจะเอาเรื่อง อะไรไปรบกวนเขาอีก อยากให้พ่อแม่สบายใจ ที่เราเลี้ยงดูเขาได้ และสำคัญตรงที่ พ่อเราไม่พอใจกับแฟนคนนี้
เท่าไหร่ ถึงขั้นไม่ชอบหน้า ด้วยซ้ำ แต่เราก็เฉยๆๆกับเรื่องนั้นมาตลอด จนเรามาเจอเรื่องนี้ ถ้าพ่อรู้เราคงไม่ตาย แต่พ่อของลุก คงเจออะไรบ้าง
และพ่อเราไปทำเขา พ่อเราก้จะต้องเดือดร้อน ในเรื่องที่ไม่ควรเดือดร้อน เราจึงตัดสินใจเด็ดขาด ว่ายังไงเรื่องนี้ พ่อแม่จะต้องไม่รู้ เราขอแก้ไขเองก่อน
จนมาเดือนที่ 4 ของการตั้งครรถ์ ความหวังเล็กๆๆที่เขาอาจจะช่วยเรา มันก็หมดลง วันหนึ่งเราไปหาเขาที่บ้าน เจอแม่และพี่สาวของเขา
เขาคงรู้เรื่องกันแล้ว ปรึกษากันแล้วแม่ลุก (เขามีแม่และพี่สาว พ่อเสียตั้งแต่เขาเล็กๆๆ) ดับแรกคือ แม่เขา พี่สาวเขา ขอให้เราเลิกคบหากับลุกเขาสะ
แต่เราก็ยังเฉยๆๆอยู่น่ะ ค่อนข้างรู้ว่า แม่และพี่เขาเป็นคนยังไง เราก็ยังหวังเล้กๆๆ ว่าลุกผช คนเดียวของบ้านนี้ จะมีความเด็ดเดียว มีความเป็นลุกผช อยู่บ้าง วันนั้นเราไม่ได้เจอเขา และไม่ได้เจอกันอีกเป็น สิบๆๆวัน แล้ววันที่ทุกอย่างดับสนิท ก็คือวันหนึ่งที่เราไปหาเขาที่บ้านโดยบังเอิญ เพื่อคุยว่าเราจะแก้ไขยังไงกันดี เราเจอเขานอนอยู่กับ ผญคนหนึ่ง อายุ30+แล้วในตอนนั้น ก็ชัดเจนค่ะ กับคำตอบที่เขาให้เรา ไม่ได้ให้เป็นคำพูดแต่ก็ทำให้เราเข้าใจได้ดี
เราจากเขามา ด้วยน้ำตาที่ีมันล้นทะลักมาจากไหนไม่รู้ หลังจากนั้น เขาก็มีโทรมาหา ในอีก 3-4 วันจากวันนั้น แต่เราก็ตอบเขาไปว่าเราจะแก้ไขเอง
ขอให้เราจบกันแค่ตรงนี้ เราก็บล็อกเบอร์เขาเลยหลังจากนั้น ในส่วนของเรา เราขอไปทำงาน หน้างานต่างจังหวัดเป็นเวลายาวๆๆเลยค่ะ ตอนนั้นก็เข้าเดือนที่ 5 แล้ว แต่ท้องยังเล็ก เราก้สู้ค่ะ ทำงานๆๆๆๆ เย็นกินยาแก้แพ้ นอน หลับๆๆตื่นๆๆ เป็นเวลาแบบนี้5-6 เดือนได้ ที่เราเป็นแบบนั้นจนคลอดลุก
แต่ระหว่างทาง 4-5 เดือน ณ ตรงนั้น ก็เจอคนดีบ้าง ดีไม่จริงบ้าง ช่วยเหลือเรา แต่ผลของการที่เราตัดสินใจแบบนี้ มันทำให้ลึกๆๆเราทุกข์มากๆๆๆ
จนสุดท้าย เราเป็นโรคซึมเศร้าไปโดยอัตโนมัติ รักษาควบคู่ไปกับดูแลครรถ์เลยค่ะ และวางแผนเรื่องลุกไว้แค่ตรง หาที่คลอดดีๆๆซักแห่ง ที่พอจะอยู่จน
แข็งแรงพอ จะอยู่กันได้สองคนแม่ลุก มีทั้งไป ติดต่อบ้านพักฉุกเฉิน ที่ต่างๆๆหลายแห่ง แต่สุดท้ายแล้วเราก้แบกหน้า และต้องยอมรับ กับเพื่อนสนิทที่สุดของเราคนหนึ่ง ยอมให้มันเข้ามาช่วยเหลือ (เพื่อนเราเป็น ผช)ค่ะ สนิทกันมาก จนโกหกมันไม่เคยสำเร็จซักครั้ง สุดท้ายเราคลอดลุกที่รพ เอกชน แต่ตอนนั้นเราพักพิงอยู่ที่บ้านพักฉุกเฉินน่ะ ก็เลยต้องยุ่งยาก ในการหาคนมาพาออก ก้ได้พ่อแม่ของเพื่อนคนนี้แหละ ที่แกเข้ามาช่วยอย่างเต็มใจ พาเรากับมา จังหวัดบ้านเกิด (แต่ไม่ได้กลับบ้านเราน่ะ) ก็ไปเช่าบ้าน พ่อแม่เพื่อนอยู่นี้แหละค่ะ จ้างแม่เพื่อนเลี้ยง สาวน้อยของเรา แต่ไม่รู้มันเป็นบุญ
รึกรรมอะไร ที่ครอบครัวนี้ต้องมาเกี่ยวข้องกับเรา เขาขอให้เราแจ้งเกิดลุกไปเลย โดยโอนให้อยู่ที่บ้านเลขที่นี้ก่อน ซึ้งตอนแรกเราไม่อยากรบกวน
แต่ด้วย แม่เพื่อน (เราเรียกแม่ว่าครูน่ะค่ะ) แม่เป็นอดีตครูที่เกษียนตัวเองก่อนวัย ตอนนั้ยครูอายุ 40 ปลายๆๆเองค่ะ พ่อก้ 50 ปลายๆๆเช่นกัน เป็นทหาร
ลุกเราไม่ลำบากแล้วเมื่อถึง ณ ตอนนนี้ เราแข็งแรง กลับมาทำงาน ส่งเงินกลับไปให้พ่อแม่เรา ตามปกติ (ระหว่างท้องเราก็ส่งให้ปกติ ไม่เคยขาดตกให้เขาสงสัย) ก้คงเหมือนในการ์ตูนแป๊ะเลยค่ะ คุยกับแม่กับพ่อทางโทรศัพย์ ก็ทำตัวให้ปกติที่สุด แต่ทุกครั้งที่วางหูจากแม่ รึพ่อเรา เราร้องไห้อย่างหนักทุกครั้ง
(คือนอนร้องไห้ทั้งคืนก็ว่าได้)เรากลับมาที่บ้านของเราอีกครั้ง หลังจากลุกเราได้ 2 เกือบ 3 เดือน ก้เป็นไปตามที่คิดค่ะ ไม่มีใครสงสัย จะมีแต่ก้คนที่สงสัย
ตั้งแต่แรกๆๆ ก่อนที่เราจะไปตจว (เข้าใจไมค่ะ คนน่ะตาเป็นสัปรดอยู่แล้ว) มีต่ออีกน่ะ เดียวเราจะมาเล่าใหม่
ยิ่งอ่าน การ์ตูนเรื่อง คุณแม่วัยใส ก็ยิ่งย้อนคิดถึงตัวเราเอง เมื่อ6-7 ปีก่อน
เหมือนกับที่เราตัดสินใจ เมื่อ 6 ปีก่อน แต่จุดจบ จะเหมือนกันรึป่าวไม่แน่ใจ
อ่านมาถึง EP.42 ก็ดีใจที่ฟ้า กล้าตัดสินใจที่จะบอกแม่ ผิดกับเรา ที่ปัจจุบัน
ยังไม่กล้าบอกใครเลย มีคนรู้ตอนแรกแค่ไหน ปัจจุบัน ก็รู้กันอยู่แค่นั้น
-----------------------------------------
ตอนนั้นเราอายุ 21 รู้จักกับพ่อของลุก ในฐานะเพื่อนกัน แต่ไม่สนิท
ก็คุย เที่ยว เฮฮากลุ่มเดียวกัน จนจบปวส มาซักพัก(เราไม่ได้เรียนมาด้วยกันน่ะค่ะ) เราก้ไม่ได้เรียนต่อมหาลัย
ก็เริ่มทำงานใช้ชีวิตผู้ใหญ่ ขึ้นมานิดหนึ่ง เราเริ่มห่างหายกับเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน
มีแต่เพื่อนเที่ยวเล่น ก็เคว้งๆๆน่ะช่วงนั้น งานก็หนัก เครียด พูดคุยกับเพื่อนน้อยลง
จนพ่อของลูก ทักมาคุยด้วย เราก็คุยปกติในช่วงครึ่งปีแรก ไม่ได้พบเจอกันอะไรเลย
ด้วยว่าเราทำงาน เดินทางไปกลับ ตจว ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน พ่อของลุกเป็นคนบ้านเดียวกัน
ห่างกันแค่คนละตำบล ตอนนั้นก็เหมือน คุยกับเขาคนเดียว ในฐานะเพื่อนด้วย คนรู้ใจด้วย
เวลามันก็ทำให้ คนด้านชากับเรื่องความรักอย่างเรา จากคนที่ไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้เลย เราไม่เคยมีแฟนรึคบหาใคร
ตลอดที่เริ่มโตมา มีคนเข้ามาบ้าง แต่ก้เข้าไม่ถึงเรามั้ง ก็หายไป มีพ่อของลูกนี้แหละคนแรกที่คุยกันรู้เรื่องที่สุด
จนเวลาผ่านมาได้ ปีกว่าๆๆ เราก็เริ่ม หาเรื่องกับมาบ้านบ่อยขึ้น(เข้าออฟฟิตที่บริษัทบ่อยขึ้น)
ก็เลยได้เจอกัน ไปกินข้าวด้วยกัน เที่ยวกลางคืนบ้าง เที่ยวกลางคืนนี้
เราต่างคนต่างเที่ยวอยู่แล้ว เขามีเพื่อนกลุ่มแก็งค์เขา เราก็มีมีกลุ่มของเรา การคบหาของเราสองคน มีเพื่อนน้อยคนที่จะรู้
อาจจะดุเป็นการคบหาที่แปลกๆๆ แต่สำหรับเราก้เรียกว่า แฟนกันนั้นแหละ (เพราะเรายังโลกสวยต่อเรื่องพวกนี้ไงในตอนนั้น)
ด้วยที่เราเจอกันมากขึ้น ทำให้เราไปเอาความมั่นใจที่ไหนมาไม่รู้ ว่าเขาคงมั่นคงต่อเรา ซื่อสัตย์เหมือนที่เราซื่อสัตย์กับเขา
ก็ค่ะ ตามสเต็ป ทั่วไป ก็ยินยอมมีอะไรกัน ในปีที่2 ที่คบกัน หลังจากนั้นทุกอย่างก็เหมือนปกติค่ะ ยังเจอกันเหมือนเดิม
เราทำงานเหมือนเดิม เขาอยู่ของเขาเหมือนเดิม จะมาต้นปีที่3 ประมาณช่วงเดือน เมษายน เราตรวจเจอว่าตัวเราตั้งท้อง
ตอนนั้นคงประมาณอายุครรถ์ซัก 3เดือน เราก็คุ้นคิดอยู่คนเดียวตลอด 2-3เดือน บอกเขาดี รึไม่บอกดี สุดท้ายความอ่อนแอ
ความกลัว รึอะไรไม่รู้ทำให้ เราบอกเขาไป เขาดูตกใจแต่ก็คงทำใจดีสู้เสือ จากนั้นเราก็ไม่ได้คำตอบอะไร เราก็มาทำงานปกติ
เขาก็อยู่ของเขา จนเขาได้หาย จากการติดต่อกัน ไปเกือบๆๆ 2 อาทิตย์ ส่วนเราน่ะหลอทำใจไปแล้วค่ะ ว่าเราจะแก้ไขปัญหานี้เอง
พ่อแม่ พี่น้องเป้น สิ่งต้องห้าม(รู้) เรื่องนี้เด้ดขาด เหตุผลของเราคือ เราทำให้เขา เสียใจกับเรื่องอื่นๆๆมาพอสมควรแล้ว
ทำงานได้แล้ว ก็ไม่อยากจะเอาเรื่อง อะไรไปรบกวนเขาอีก อยากให้พ่อแม่สบายใจ ที่เราเลี้ยงดูเขาได้ และสำคัญตรงที่ พ่อเราไม่พอใจกับแฟนคนนี้
เท่าไหร่ ถึงขั้นไม่ชอบหน้า ด้วยซ้ำ แต่เราก็เฉยๆๆกับเรื่องนั้นมาตลอด จนเรามาเจอเรื่องนี้ ถ้าพ่อรู้เราคงไม่ตาย แต่พ่อของลุก คงเจออะไรบ้าง
และพ่อเราไปทำเขา พ่อเราก้จะต้องเดือดร้อน ในเรื่องที่ไม่ควรเดือดร้อน เราจึงตัดสินใจเด็ดขาด ว่ายังไงเรื่องนี้ พ่อแม่จะต้องไม่รู้ เราขอแก้ไขเองก่อน
จนมาเดือนที่ 4 ของการตั้งครรถ์ ความหวังเล็กๆๆที่เขาอาจจะช่วยเรา มันก็หมดลง วันหนึ่งเราไปหาเขาที่บ้าน เจอแม่และพี่สาวของเขา
เขาคงรู้เรื่องกันแล้ว ปรึกษากันแล้วแม่ลุก (เขามีแม่และพี่สาว พ่อเสียตั้งแต่เขาเล็กๆๆ) ดับแรกคือ แม่เขา พี่สาวเขา ขอให้เราเลิกคบหากับลุกเขาสะ
แต่เราก็ยังเฉยๆๆอยู่น่ะ ค่อนข้างรู้ว่า แม่และพี่เขาเป็นคนยังไง เราก็ยังหวังเล้กๆๆ ว่าลุกผช คนเดียวของบ้านนี้ จะมีความเด็ดเดียว มีความเป็นลุกผช อยู่บ้าง วันนั้นเราไม่ได้เจอเขา และไม่ได้เจอกันอีกเป็น สิบๆๆวัน แล้ววันที่ทุกอย่างดับสนิท ก็คือวันหนึ่งที่เราไปหาเขาที่บ้านโดยบังเอิญ เพื่อคุยว่าเราจะแก้ไขยังไงกันดี เราเจอเขานอนอยู่กับ ผญคนหนึ่ง อายุ30+แล้วในตอนนั้น ก็ชัดเจนค่ะ กับคำตอบที่เขาให้เรา ไม่ได้ให้เป็นคำพูดแต่ก็ทำให้เราเข้าใจได้ดี
เราจากเขามา ด้วยน้ำตาที่ีมันล้นทะลักมาจากไหนไม่รู้ หลังจากนั้น เขาก็มีโทรมาหา ในอีก 3-4 วันจากวันนั้น แต่เราก็ตอบเขาไปว่าเราจะแก้ไขเอง
ขอให้เราจบกันแค่ตรงนี้ เราก็บล็อกเบอร์เขาเลยหลังจากนั้น ในส่วนของเรา เราขอไปทำงาน หน้างานต่างจังหวัดเป็นเวลายาวๆๆเลยค่ะ ตอนนั้นก็เข้าเดือนที่ 5 แล้ว แต่ท้องยังเล็ก เราก้สู้ค่ะ ทำงานๆๆๆๆ เย็นกินยาแก้แพ้ นอน หลับๆๆตื่นๆๆ เป็นเวลาแบบนี้5-6 เดือนได้ ที่เราเป็นแบบนั้นจนคลอดลุก
แต่ระหว่างทาง 4-5 เดือน ณ ตรงนั้น ก็เจอคนดีบ้าง ดีไม่จริงบ้าง ช่วยเหลือเรา แต่ผลของการที่เราตัดสินใจแบบนี้ มันทำให้ลึกๆๆเราทุกข์มากๆๆๆ
จนสุดท้าย เราเป็นโรคซึมเศร้าไปโดยอัตโนมัติ รักษาควบคู่ไปกับดูแลครรถ์เลยค่ะ และวางแผนเรื่องลุกไว้แค่ตรง หาที่คลอดดีๆๆซักแห่ง ที่พอจะอยู่จน
แข็งแรงพอ จะอยู่กันได้สองคนแม่ลุก มีทั้งไป ติดต่อบ้านพักฉุกเฉิน ที่ต่างๆๆหลายแห่ง แต่สุดท้ายแล้วเราก้แบกหน้า และต้องยอมรับ กับเพื่อนสนิทที่สุดของเราคนหนึ่ง ยอมให้มันเข้ามาช่วยเหลือ (เพื่อนเราเป็น ผช)ค่ะ สนิทกันมาก จนโกหกมันไม่เคยสำเร็จซักครั้ง สุดท้ายเราคลอดลุกที่รพ เอกชน แต่ตอนนั้นเราพักพิงอยู่ที่บ้านพักฉุกเฉินน่ะ ก็เลยต้องยุ่งยาก ในการหาคนมาพาออก ก้ได้พ่อแม่ของเพื่อนคนนี้แหละ ที่แกเข้ามาช่วยอย่างเต็มใจ พาเรากับมา จังหวัดบ้านเกิด (แต่ไม่ได้กลับบ้านเราน่ะ) ก็ไปเช่าบ้าน พ่อแม่เพื่อนอยู่นี้แหละค่ะ จ้างแม่เพื่อนเลี้ยง สาวน้อยของเรา แต่ไม่รู้มันเป็นบุญ
รึกรรมอะไร ที่ครอบครัวนี้ต้องมาเกี่ยวข้องกับเรา เขาขอให้เราแจ้งเกิดลุกไปเลย โดยโอนให้อยู่ที่บ้านเลขที่นี้ก่อน ซึ้งตอนแรกเราไม่อยากรบกวน
แต่ด้วย แม่เพื่อน (เราเรียกแม่ว่าครูน่ะค่ะ) แม่เป็นอดีตครูที่เกษียนตัวเองก่อนวัย ตอนนั้ยครูอายุ 40 ปลายๆๆเองค่ะ พ่อก้ 50 ปลายๆๆเช่นกัน เป็นทหาร
ลุกเราไม่ลำบากแล้วเมื่อถึง ณ ตอนนนี้ เราแข็งแรง กลับมาทำงาน ส่งเงินกลับไปให้พ่อแม่เรา ตามปกติ (ระหว่างท้องเราก็ส่งให้ปกติ ไม่เคยขาดตกให้เขาสงสัย) ก้คงเหมือนในการ์ตูนแป๊ะเลยค่ะ คุยกับแม่กับพ่อทางโทรศัพย์ ก็ทำตัวให้ปกติที่สุด แต่ทุกครั้งที่วางหูจากแม่ รึพ่อเรา เราร้องไห้อย่างหนักทุกครั้ง
(คือนอนร้องไห้ทั้งคืนก็ว่าได้)เรากลับมาที่บ้านของเราอีกครั้ง หลังจากลุกเราได้ 2 เกือบ 3 เดือน ก้เป็นไปตามที่คิดค่ะ ไม่มีใครสงสัย จะมีแต่ก้คนที่สงสัย
ตั้งแต่แรกๆๆ ก่อนที่เราจะไปตจว (เข้าใจไมค่ะ คนน่ะตาเป็นสัปรดอยู่แล้ว) มีต่ออีกน่ะ เดียวเราจะมาเล่าใหม่