เรื่องราวต่อไปนี้เป็นตามจริงทุกประการ
ผมมีอาชีพเป็นชิปปิ้ง จาก จีน มา ไทย งานนี้ผมทำกับพี่ชาย 2 คน ผมมีหน้าที่หาลูกค้า ส่วนพี่ชายหาโรงงาน
อัตราส่วนแบ่ง ผมได้ 40% พี่ชาย 40% แฟนผม(หาลูกค้า แต่มาช่วยทีหลัง) 10% อากง(เซ็นรับของ)5% อาม่า(เช็คของ แปะชื่อลูกค้า)5%
ลูกค้าส่วนใหญ่ จะเป็นพวก แฟรนไชน์ ร้านกาแฟ สวนน้ำ ห้างเล็กๆตามต่างจังหวัด
ปัญหาหลัก คือ พี่ชายผมมักสั่งของผิดสเปค ซึ่งมันส่งผลเสียต่อหน้างานที่ผมรับผิดชอบอยู่ ล่าสุด ลูกค้าที่ จ. สตูล ไม่พอใจสินค้าที่ทางผมส่งไปให้ ต้องการตีกลับทั้งหมด มูลล่าค่าหลายแสนบาท ( ลูกค้าแจ้งมา 21.00 ) ผมโทรหาพี่ชายทันที
ผม : เฮ้ย

สั่งของอะไรมา ทำไมไม่ตรง สเปคที่แจ้ง
พี่ชาย : เออ

ลืมแจ้งเองว่ะ
ผม : แล้วจะแก้ปัญหาให้ผมยังเนี่ยะ
พี่ชาย : เดวรับผิดชอบเอง ทั้งหมดเท่าไหร่
ผม : ห้าแสนกว่า ลูกค้าคืนยกล็อต ผิดสี ผิดสเปค
พี่ชาย :

เคลียไปก่อนนะ
ผม : เคลียอะไร ในเมื่อขายของเสร็จ แบ่งเงินกันทุกครั้ง ( เอ๋ออยู่ครึ่งชั่วโมง 5555+ )
โทรหาลูกค้าที่ สตูล บอกว่าจะไปเคลียหน้างาน
โทรหาพี่ชายอีกรอบ
ผม : เฮียไปขับรถช่วยหน่อย จะไปสตูล 900+ กิโล คนเดียวไม่ไหว
พี่ชาย : ไม่

ทำเพื่อลูกค้าเกินไปหรือป่าว ถ้า ลูกค้าเรื่องมากก็ไม่ต้องไปเคลม ไม่ต้องไปรับงานเค้า
ผม : เงิบ เมื่อได้ยินคำนี้
บอกลูกค้าไปแล้ว ว่าจะไปเคลียหน้างาน คนเดียวก็เอา ออกจากกรุงเทพ เกือบ 23.00
ถึง จ.สตูล เกือบเที่ยง ลูกค้าจองโรงแรมไว้ให้ ( สตูลสงบมาก ธรรมชาติสุดๆ ) ได้นอน 3 ชั่วโมง
กินข้าวเสร็จ ลูกค้าพาไปดูของที่ส่งมาจากโกดังผมที่ กรุงเทพ
ลูกค้าสั่งสีแดง 30 ตู้ ได้สีดำ 30 ตู้

ลูกค้าบอกทำยังไงก็ได้ ให้สีมันเหมือนที่สั่ง
ต้องนั่งไขน็อตทีล่ะตัว กว่าจะแกะ กว่าจะพ่นสี กว่าจะประกอบเข้าทรงเดิม อยู่ในโกดังร้อนมาก พัดลมตัวเดียว

กว่าจะเสร็จ เกือบ 21.00 ทุ่ม ทำออกมาลูกค้าโอเค พอรับได้
ผมเลยบอกกับลูกค้าว่า ผมจะลดราคาค่าเครื่อง รอบต่อไปให้ลูกค้า 20%
ลูกค้าโอเคกับการแก้ปัญหาหน้างานรอบนี้ ( แต่ไม่ต้องมาแก้จะดีกว่า )
ขับรถกลับกรุงเทพ อีก เกือบ 12 ชั่วโมง
ถึงบ้านเย็นๆ เจอหน้าพี่ชาย คำถามแรก ช็อกเลย
พี่ชาย : ได้ยอดมาไหมว่ะ
ผม : ได้
แต่จุดนี้ ผมเริ่มไม่โอเค
หลังจากนั้น ลุกค้าออเดอร์สินค้าในวันถัดมา ซึ่งผมถามเรทพี่ชาย ได้มา 5.3
ผมเลยไปดูเรทที่อื่นด้วย ( ขี้งกมากครับเรื่องงาน ) ได้ 5.25
แน่นอน ผมไปแลก 5.25 เพราะแลกทีหลายอยู่
ผมส่งออเดอร์ให้พี่ชายทันที เพื่อที่พี่ชายจะได้ดีดตัวเลขออกมา 31000 หยวน ซึ่งผมมองว่ามันแพงมาก แพงXXเลย
ผมก็เลยให้เพื่อนเช็ค โรงงานเดียวกัน สินค้าเดียวกัน จำนวนเท่ากัน เพื่อนส่งยอดมา 23589 หยวน
แล้วทำไมราคาถึงต่างกันขนาดนี้
ผมดึงออเดอร์คืนทันที เพราะผมมองว่าราคาันไม่น่าจะแตกต่างกันขนาดนี้
ปัญหามาทันทีครับ พี่ชายผมใส่ยับเลย แต่ผมไม่สนใจครับ 5555 ผมทำงานในแบบของผม
สิ่งที่ผมแจ้งให้พี่ชายรู้ถึงสาเหตุของการไม่จ่ายงาน ผมต้องการทำเอง รวยเอง เจ้งเอง
1.ราคาแพงเกินจริง
2.สินค้าสั่งผิดสี ผิดสเปค ( พี่ชายชอบบอกว่าเบลอ แต่ผมบอกว่าประมาท )
3.ผมกลัวลูกค้าหาย
4.ผมต้องการที่จะโตมากกว่านี้ จาก1-3 มันทำให้ผมโตช้า แต่ตายเร็ว
5.ผมคิดว่ามันถึงเวลาที่ผมสมควรจะโตด้วยตัวเองสักที
พี่ชายผมเริ่มไม่กลับมากินข้าวที่บ้าน เริ่มทำตัวเหินห่างครอบครัว ซึ่งพ่อผมค่อนข้างห่วง แม่ผมก็เริ่มหาทางออกในแบบของแก
ทางออกของแม่มีดังนี้ครับ
1. ให้เงินเดือน 15000 + คอมมิชชั่น 5% ( แต่ไม่ต้องทำอะไรเลย )
2. ให้ออเดอร์ที่เค้าทำ บิลล่ะ 10000 บาท ( พูดเหมือนผมรวยมาก 5555 )
3. แกไม่เอาทั้ง ข้อ 1 และ ข้อ 2 แกต้องการ 40 % เท่าเดิม
ตอนนี้สับสนมาก ไม่รู้จะทำยังไงกับปัญหานี้ เค้ามองว่าผมเห็นแก่ตัว ทั้งๆที่ผมก็คิดว่ามันมีเหตุผลของมัน หรือเพราะผมต้องการโตเพียงคนเดียว
ใครที่เคยเจอปัญหาแนวนี้ หรือปัญหาจากคนในครอบครัว ช่วยแนะทางผมทีครับ
ขอบคุณครับ
ผมเลวเกินไปไหมครับ หรือผมเห็นแก่ตัวเกินไป ผมสับสนความรู้สึกตัวเองมาก
ผมมีอาชีพเป็นชิปปิ้ง จาก จีน มา ไทย งานนี้ผมทำกับพี่ชาย 2 คน ผมมีหน้าที่หาลูกค้า ส่วนพี่ชายหาโรงงาน
อัตราส่วนแบ่ง ผมได้ 40% พี่ชาย 40% แฟนผม(หาลูกค้า แต่มาช่วยทีหลัง) 10% อากง(เซ็นรับของ)5% อาม่า(เช็คของ แปะชื่อลูกค้า)5%
ลูกค้าส่วนใหญ่ จะเป็นพวก แฟรนไชน์ ร้านกาแฟ สวนน้ำ ห้างเล็กๆตามต่างจังหวัด
ปัญหาหลัก คือ พี่ชายผมมักสั่งของผิดสเปค ซึ่งมันส่งผลเสียต่อหน้างานที่ผมรับผิดชอบอยู่ ล่าสุด ลูกค้าที่ จ. สตูล ไม่พอใจสินค้าที่ทางผมส่งไปให้ ต้องการตีกลับทั้งหมด มูลล่าค่าหลายแสนบาท ( ลูกค้าแจ้งมา 21.00 ) ผมโทรหาพี่ชายทันที
ผม : เฮ้ย
พี่ชาย : เออ
ผม : แล้วจะแก้ปัญหาให้ผมยังเนี่ยะ
พี่ชาย : เดวรับผิดชอบเอง ทั้งหมดเท่าไหร่
ผม : ห้าแสนกว่า ลูกค้าคืนยกล็อต ผิดสี ผิดสเปค
พี่ชาย :
ผม : เคลียอะไร ในเมื่อขายของเสร็จ แบ่งเงินกันทุกครั้ง ( เอ๋ออยู่ครึ่งชั่วโมง 5555+ )
โทรหาลูกค้าที่ สตูล บอกว่าจะไปเคลียหน้างาน
โทรหาพี่ชายอีกรอบ
ผม : เฮียไปขับรถช่วยหน่อย จะไปสตูล 900+ กิโล คนเดียวไม่ไหว
พี่ชาย : ไม่
ผม : เงิบ เมื่อได้ยินคำนี้
บอกลูกค้าไปแล้ว ว่าจะไปเคลียหน้างาน คนเดียวก็เอา ออกจากกรุงเทพ เกือบ 23.00
ถึง จ.สตูล เกือบเที่ยง ลูกค้าจองโรงแรมไว้ให้ ( สตูลสงบมาก ธรรมชาติสุดๆ ) ได้นอน 3 ชั่วโมง
กินข้าวเสร็จ ลูกค้าพาไปดูของที่ส่งมาจากโกดังผมที่ กรุงเทพ
ลูกค้าสั่งสีแดง 30 ตู้ ได้สีดำ 30 ตู้
ลูกค้าบอกทำยังไงก็ได้ ให้สีมันเหมือนที่สั่ง
ต้องนั่งไขน็อตทีล่ะตัว กว่าจะแกะ กว่าจะพ่นสี กว่าจะประกอบเข้าทรงเดิม อยู่ในโกดังร้อนมาก พัดลมตัวเดียว
กว่าจะเสร็จ เกือบ 21.00 ทุ่ม ทำออกมาลูกค้าโอเค พอรับได้
ผมเลยบอกกับลูกค้าว่า ผมจะลดราคาค่าเครื่อง รอบต่อไปให้ลูกค้า 20%
ลูกค้าโอเคกับการแก้ปัญหาหน้างานรอบนี้ ( แต่ไม่ต้องมาแก้จะดีกว่า )
ขับรถกลับกรุงเทพ อีก เกือบ 12 ชั่วโมง
ถึงบ้านเย็นๆ เจอหน้าพี่ชาย คำถามแรก ช็อกเลย
พี่ชาย : ได้ยอดมาไหมว่ะ
ผม : ได้
แต่จุดนี้ ผมเริ่มไม่โอเค
หลังจากนั้น ลุกค้าออเดอร์สินค้าในวันถัดมา ซึ่งผมถามเรทพี่ชาย ได้มา 5.3
ผมเลยไปดูเรทที่อื่นด้วย ( ขี้งกมากครับเรื่องงาน ) ได้ 5.25
แน่นอน ผมไปแลก 5.25 เพราะแลกทีหลายอยู่
ผมส่งออเดอร์ให้พี่ชายทันที เพื่อที่พี่ชายจะได้ดีดตัวเลขออกมา 31000 หยวน ซึ่งผมมองว่ามันแพงมาก แพงXXเลย
ผมก็เลยให้เพื่อนเช็ค โรงงานเดียวกัน สินค้าเดียวกัน จำนวนเท่ากัน เพื่อนส่งยอดมา 23589 หยวน
แล้วทำไมราคาถึงต่างกันขนาดนี้
ผมดึงออเดอร์คืนทันที เพราะผมมองว่าราคาันไม่น่าจะแตกต่างกันขนาดนี้
ปัญหามาทันทีครับ พี่ชายผมใส่ยับเลย แต่ผมไม่สนใจครับ 5555 ผมทำงานในแบบของผม
สิ่งที่ผมแจ้งให้พี่ชายรู้ถึงสาเหตุของการไม่จ่ายงาน ผมต้องการทำเอง รวยเอง เจ้งเอง
1.ราคาแพงเกินจริง
2.สินค้าสั่งผิดสี ผิดสเปค ( พี่ชายชอบบอกว่าเบลอ แต่ผมบอกว่าประมาท )
3.ผมกลัวลูกค้าหาย
4.ผมต้องการที่จะโตมากกว่านี้ จาก1-3 มันทำให้ผมโตช้า แต่ตายเร็ว
5.ผมคิดว่ามันถึงเวลาที่ผมสมควรจะโตด้วยตัวเองสักที
พี่ชายผมเริ่มไม่กลับมากินข้าวที่บ้าน เริ่มทำตัวเหินห่างครอบครัว ซึ่งพ่อผมค่อนข้างห่วง แม่ผมก็เริ่มหาทางออกในแบบของแก
ทางออกของแม่มีดังนี้ครับ
1. ให้เงินเดือน 15000 + คอมมิชชั่น 5% ( แต่ไม่ต้องทำอะไรเลย )
2. ให้ออเดอร์ที่เค้าทำ บิลล่ะ 10000 บาท ( พูดเหมือนผมรวยมาก 5555 )
3. แกไม่เอาทั้ง ข้อ 1 และ ข้อ 2 แกต้องการ 40 % เท่าเดิม
ตอนนี้สับสนมาก ไม่รู้จะทำยังไงกับปัญหานี้ เค้ามองว่าผมเห็นแก่ตัว ทั้งๆที่ผมก็คิดว่ามันมีเหตุผลของมัน หรือเพราะผมต้องการโตเพียงคนเดียว
ใครที่เคยเจอปัญหาแนวนี้ หรือปัญหาจากคนในครอบครัว ช่วยแนะทางผมทีครับ
ขอบคุณครับ