ภาพที่ฉายชัดให้เห็นถึง "มาตรฐาน" ทางกฎหมาย และ "บรรทัดฐาน" ทางการเมือง ของประเทศไทย

กระทู้คำถาม
เรื่องแบบนี้  เป็นปัญหาของประเทศไทยมาหลายสิบปี
และเด่นชัดอย่างยิ่งในรอบสิบปีที่ผ่านมา

นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ   จัดรายการรับร่างรัฐธรรมนูญทาง facebook live
ไม่มีเสียงติติงใด ๆ จากผู้ถือกฎหมาย

ทั้งที่ก่อนหน้านั้น  ไม่ว่าใครจะทำอะไรในการแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ
จะโดนผู้ถือกฎหมายติติง  ตักเตือน  หรือหนักหน่อยก็ถึงขั้นเชิงข่มขู่ว่าอาจผิดกฎหมาย

ก็ขนาดบอกว่า  การใช้อินเตอร์เน็ตก็อาจเข้าข่ายชุมนุมทางการเมืองเกินห้าคนได้

แต่เมื่อนายสุเทพทำ   กลับมีแต่ความเงียบจากผู้ถือกฎหมาย



กรณีนักการเมืองพรรคเพื่อไทย   แสดงจุดยืนว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
ก็โดนท้วงติงว่า  อาจผิดกฎหมายประชามติ   มีโทษหนักถึงขั้นยุบพรรค

กรณีนักศึกษาแสดงความเห็นแย้งในร่างรัฐธรรมนูญ
ก็โดนกล่าวหาว่าทำร่างรัฐธรรมนูญปลอม

ผู้ใดใครแสดงความเห็นต่างเห็นแย้งกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ
จะโดนชี้ทันทีว่าบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ

แม้กระทั่ง อ.วรเจตน์  ที่สวมบทหนุ่ยไมโครนิด ๆ  พูดเรื่อง "มือขวา"
ยังโดนมือกฎหมายใหญ่คับประเทศระดับรองนายกรัฐมนตรีชี้ว่าสุ่มเสี่ยงต่อการผิด พ.ร.บ.ประชามติ

ใครไม่เห็นด้วย  ใครแสดงความเห็นต่าง  
จะโดนชี้ว่าสร้างความสับสน  สร้างความวุ่นวาย  หนักถึงขั้นโดนข้อหาตามกฎหมายอาญามาตรา 116



แต่เมื่อนายอภิสิทธิ์  นั่งแถลงข่าวชี้ว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่ดีอย่างไร   ไม่รับ
ไม่มีสักคำว่าวุ่นวาย  สับสน  กระทบความมั่นคง   เห็นเป็นเรื่องปกติที่พึงทำได้

รองนายกรัฐมนตรีที่เคยบอกว่า อ.วรเจตน์อาจผิด   แต่กับกรณีนายอภิสิทธิ์
กลับบอกว่า  ก็คงมีผลกระทบต่อการตัดสินใจลงประชามติของประชาชนบ้าง   เท่านั้นเอง

มีแต่ความเงียบกริบ  เงียบสนิทจากผู้ถือกฎหมาย
ไม่มีมุมมอง  ไม่มีความเห็น  ไม่มีการทักท้วงใด ๆ  ว่าการกระทำของนายอภิสิทธิ์คือการชี้นำ บิดเบือน



ฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วย   จะโดนเอาผิดทางกฎหมายอยู่ฮึ่ม ๆ
ฝ่ายหนึ่งเห็นด้วย  ไม่มีคำว่าชี้นำ  ไม่มีคำว่าบิดเบือน

ฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วย  คือการชี้นำ  บิดเบือน  ปลอมแปลง
ฝ่ายหนึ่งบอกไม่เห็นด้วยเหมือนกัน  มีแต่ความเงียบ  ความปกติ  ไม่มีคำว่าบิดเบือน  ชี้นำ



นี่คือ มาตรฐาน  และ บรรทัดฐาน  ของบ้านนี้เมืองนี้
ถีบขาคู่




https://www.youtube.com/watch?v=vwzTfcLS_U0

อมยิ้ม21
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ขำสลิ่ม

พอพวกเพื่อไทยเห็นต่างกัน   ฝ่ายประชาธิปไตยเห็นแย้งกัน
สลิ่มก็เย้ยทันทีว่า  แตกคอกันแล้ว  ทะเลาะกันเองแล้ว

แต่พอ ปชป. ซัดกันเอง
สลิ่มมันก็หันมาแขวะอีกว่า  เห็นไหม ปชป. เขาเป็นประชาธิปไตย
ไม่เหมือนฝ่ายเพื่อไทยที่ต้องทำตามนายใหญ่เท่านั้น


เหมือนเทพเทือกไม่มีผิด
ตอนเป็นนักการเมือง  ก็บอกรักอาชีพนักการเมืองที่สุด  รักพรรคประชาธิปัตย์ที่สุด
แต่พอบอกว่าเลิกรับตำแหน่งทางการเมือง ก็ด่านักการเมือง เลิกรักพรรคหันไปรักประเทศมากกว่า



มันหาเหตุ  หาข้ออ้างได้ทุกเรื่องจริง ๆ
แต่ที่แสดงให้เห็นความคิด วิสัยทัศน์ สติปัญญา  ไม่มีเลย
ถีบขาคู่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่