สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ขำสลิ่ม
พอพวกเพื่อไทยเห็นต่างกัน ฝ่ายประชาธิปไตยเห็นแย้งกัน
สลิ่มก็เย้ยทันทีว่า แตกคอกันแล้ว ทะเลาะกันเองแล้ว
แต่พอ ปชป. ซัดกันเอง
สลิ่มมันก็หันมาแขวะอีกว่า เห็นไหม ปชป. เขาเป็นประชาธิปไตย
ไม่เหมือนฝ่ายเพื่อไทยที่ต้องทำตามนายใหญ่เท่านั้น
เหมือนเทพเทือกไม่มีผิด
ตอนเป็นนักการเมือง ก็บอกรักอาชีพนักการเมืองที่สุด รักพรรคประชาธิปัตย์ที่สุด
แต่พอบอกว่าเลิกรับตำแหน่งทางการเมือง ก็ด่านักการเมือง เลิกรักพรรคหันไปรักประเทศมากกว่า
มันหาเหตุ หาข้ออ้างได้ทุกเรื่องจริง ๆ
แต่ที่แสดงให้เห็นความคิด วิสัยทัศน์ สติปัญญา ไม่มีเลย
พอพวกเพื่อไทยเห็นต่างกัน ฝ่ายประชาธิปไตยเห็นแย้งกัน
สลิ่มก็เย้ยทันทีว่า แตกคอกันแล้ว ทะเลาะกันเองแล้ว
แต่พอ ปชป. ซัดกันเอง
สลิ่มมันก็หันมาแขวะอีกว่า เห็นไหม ปชป. เขาเป็นประชาธิปไตย
ไม่เหมือนฝ่ายเพื่อไทยที่ต้องทำตามนายใหญ่เท่านั้น
เหมือนเทพเทือกไม่มีผิด
ตอนเป็นนักการเมือง ก็บอกรักอาชีพนักการเมืองที่สุด รักพรรคประชาธิปัตย์ที่สุด
แต่พอบอกว่าเลิกรับตำแหน่งทางการเมือง ก็ด่านักการเมือง เลิกรักพรรคหันไปรักประเทศมากกว่า
มันหาเหตุ หาข้ออ้างได้ทุกเรื่องจริง ๆ
แต่ที่แสดงให้เห็นความคิด วิสัยทัศน์ สติปัญญา ไม่มีเลย
สมาชิกหมายเลข 3325141 ถูกใจ, jj kal ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1140524 ถูกใจ, อุบลแมน ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2380109 ถูกใจ, peejim ถูกใจ, หนุ่มเมืองเพรียว ถูกใจ, ลุงโก๊ะ ถูกใจ, ธีร์ Civic ถูกใจ, ลุงจืด ถูกใจรวมถึงอีก 27 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
การเมือง
ภาพที่ฉายชัดให้เห็นถึง "มาตรฐาน" ทางกฎหมาย และ "บรรทัดฐาน" ทางการเมือง ของประเทศไทย
และเด่นชัดอย่างยิ่งในรอบสิบปีที่ผ่านมา
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จัดรายการรับร่างรัฐธรรมนูญทาง facebook live
ไม่มีเสียงติติงใด ๆ จากผู้ถือกฎหมาย
ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ไม่ว่าใครจะทำอะไรในการแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ
จะโดนผู้ถือกฎหมายติติง ตักเตือน หรือหนักหน่อยก็ถึงขั้นเชิงข่มขู่ว่าอาจผิดกฎหมาย
ก็ขนาดบอกว่า การใช้อินเตอร์เน็ตก็อาจเข้าข่ายชุมนุมทางการเมืองเกินห้าคนได้
แต่เมื่อนายสุเทพทำ กลับมีแต่ความเงียบจากผู้ถือกฎหมาย
กรณีนักการเมืองพรรคเพื่อไทย แสดงจุดยืนว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
ก็โดนท้วงติงว่า อาจผิดกฎหมายประชามติ มีโทษหนักถึงขั้นยุบพรรค
กรณีนักศึกษาแสดงความเห็นแย้งในร่างรัฐธรรมนูญ
ก็โดนกล่าวหาว่าทำร่างรัฐธรรมนูญปลอม
ผู้ใดใครแสดงความเห็นต่างเห็นแย้งกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ
จะโดนชี้ทันทีว่าบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ
แม้กระทั่ง อ.วรเจตน์ ที่สวมบทหนุ่ยไมโครนิด ๆ พูดเรื่อง "มือขวา"
ยังโดนมือกฎหมายใหญ่คับประเทศระดับรองนายกรัฐมนตรีชี้ว่าสุ่มเสี่ยงต่อการผิด พ.ร.บ.ประชามติ
ใครไม่เห็นด้วย ใครแสดงความเห็นต่าง
จะโดนชี้ว่าสร้างความสับสน สร้างความวุ่นวาย หนักถึงขั้นโดนข้อหาตามกฎหมายอาญามาตรา 116
แต่เมื่อนายอภิสิทธิ์ นั่งแถลงข่าวชี้ว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่ดีอย่างไร ไม่รับ
ไม่มีสักคำว่าวุ่นวาย สับสน กระทบความมั่นคง เห็นเป็นเรื่องปกติที่พึงทำได้
รองนายกรัฐมนตรีที่เคยบอกว่า อ.วรเจตน์อาจผิด แต่กับกรณีนายอภิสิทธิ์
กลับบอกว่า ก็คงมีผลกระทบต่อการตัดสินใจลงประชามติของประชาชนบ้าง เท่านั้นเอง
มีแต่ความเงียบกริบ เงียบสนิทจากผู้ถือกฎหมาย
ไม่มีมุมมอง ไม่มีความเห็น ไม่มีการทักท้วงใด ๆ ว่าการกระทำของนายอภิสิทธิ์คือการชี้นำ บิดเบือน
ฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วย จะโดนเอาผิดทางกฎหมายอยู่ฮึ่ม ๆ
ฝ่ายหนึ่งเห็นด้วย ไม่มีคำว่าชี้นำ ไม่มีคำว่าบิดเบือน
ฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วย คือการชี้นำ บิดเบือน ปลอมแปลง
ฝ่ายหนึ่งบอกไม่เห็นด้วยเหมือนกัน มีแต่ความเงียบ ความปกติ ไม่มีคำว่าบิดเบือน ชี้นำ
นี่คือ มาตรฐาน และ บรรทัดฐาน ของบ้านนี้เมืองนี้
https://www.youtube.com/watch?v=vwzTfcLS_U0