ที่มา :
http://www.matichon.co.th/news/228270
นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ได้หารือร่วมกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) และ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ถึงแนวคิดตามมติของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่ให้ กสท และทีโอที นำทรัพย์สินที่มีอยู่ออกมารวมหน่วยธุรกิจและตั้งบริษัทลูกจำนวน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท โครงข่ายบรอดแบนด์ภายในประเทศ บริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศ และ บริษัท ศูนย์ข้อมูลอินเตอร์เน็ต ว่ามาจากการรับฟังแนวคิดของทางผู้บริหารของทั้ง 2 หน่วยงาน ที่ต้องการความคล่องตัวในการประกอบธุรกิจหลักของตนเอง ซึ่งมีทางออกเดียวคือการตั้งบริษัทลูก ส่วนอีก 2 ทางเลือกคือการแปรรูปบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้เอกชนเข้ามาถึงหุ้น และการแก้ไขกฎหมายให้เฉพาะกสท และทีโอทีนั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะแนวทางแรกจะกลายเป็นขายสมบัติชาติ ส่วนแนวทางหลังจะกลายเป็นว่ารัฐไม่เป็นธรรมกับรัฐวิสาหกิจอื่นๆ
“ขอยืนยันว่าการรวมกันจัดตั้งบริษัทลูกในครั้งนี้สวัสดิการพนักงานยังคงเดิม โดยมีรัฐถือหุ้น 100% ดังเดิม ได้ประเมินแนวทางให้รวม 2 หน่วยงานเมื่อนำทรัพย์สินมารวมกันซึ่งมีมากมายจะเกิดศักยภาพในการแข่งขันสู้กับเอกชนได้ แต่ในทางกลับกันหากไม่ทำ และยังคงทำงานกันต่อไปแบบเดิมๆ ก็น่าจะเป็นการรอวันเจ๊งเพราะทุกวันนี้รายได้หลักของ กสท ก็คือการให้เอกชนเช่าใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ ที่ในอนาคตจะต้องส่งคืนคลื่นให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ขณะที่ ทีโอที รายได้หลักจากการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง(บรอดแบนด์) ก็มียอดลูกค้าออกเดือนละ 2-3 แสนราย”
นายพันธ์ศักดิ์ กล่าวว่า หากทางผู้บริหาร หรือ สหภาพฯของ กสท และ ทีโอที ไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว ก็ขอให้ทำแผนงานมาเสนอ แต่ต้องเป็นแผนงานที่ทำออกมาแล้วเห็นความเป็นไปได้ในการประกอบธุรกิจและไปรอดจริง โดยในวันที่ 29 กรกฎาคม ทางกระทรวงไอซีทีจะเชิญผู้บริหารของ กสท และ ทีโอที มาหารือร่วมกันในประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้ แผนงานหลังจากนี้ทางคณะทำงานพิจารณากลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหา กสท และ ทีโอที ที่ตนเป็นประธาน จะเดินหน้าประชุมต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งบริษัทลูกของทั้ง 2 หน่วยงานต่อไป
นายสังวรณ์ พุ่มเทียน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า สหภาพฯจะเดินหน้าคัดค้านการนำทรัพย์สินของกสท ไปจัดตั้งบริษัท 3 บริษัทต่อไป เพราะสหภาพฯมีความเห็นว่าการแก้ปัญหาของคณะทำงานชุดดังกล่าวแก้ไม่ตรงจุด แม้ว่านายพันธ์ศักดิ์จะมีเจตนาดีในการแก้ปัญหาก็ตาม
นายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ประธานแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า สหภาพฯ ทีโอทีไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการรวมหน่วยธุรกิจของ 2 บริษัท และให้มีการตั้งบริษัทลูกร่วมกัน เพราะทีโอทีเห็นว่าการที่ทีโอทีประสบปัญหาเรื่องผลประกอบการเวลานี้ มาจากการที่ไม่สามารถเลือกคนเก่งและดีมาบริหารได้ แต่กลับถูกครอบงำจากฝ่ายการเมืองและอำนาจภายนอก ทำให้ที่ผ่านมาทีโอทีต้องเจอกับปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างในลักษณะการเอื้อประโยชน์ คือได้ของแพงแต่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งแนวคิดการตั้งบริษัทลูกอาจทำให้ความสำคัญของทีโอทีหมดลง และอาจเป็นข้ออ้างที่นำไปสู่การยุบองค์กรในอนาคตได้ รวมทั้งการตั้งบริษัทลูกยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีนโยบายและยุทธศาสตร์ไปในทางเดียวกันกับบริษัทแม่ ส่งผลให้ในอนาคตอาจไม่สามารถกำหนดการดำเนินงานของบริษัทลูกได้ และจะไม่ได้ผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ กลับมาจากบริษัทลูกที่กำลังจะตั้งใหม่ได้
“ทีโอที ขอไม่รับฟังคำอธิบายต่างๆจากกระทรวงไอซีที จากนี้ไปสหภาพฯทีโอทีจะเคลื่อนไหวด้วยการจัดชุมนุมเพื่อล่ารายชื่อผู้ไม่เห็นด้วยก่อนที่จะนำรายชื่อคัดค้านเสนอต่อนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที พร้อมกับ กสท ในวันที่ 10 สิงหาคม 2559”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือกันระหว่าง ไอซีที และ สหภาพฯ กสท และ ทีโอที ทั้ง 2 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจได้มีการพาพนักงานของทั้ง 2 บริษัท ที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว มาร่วมรอรับฟังผลการเจรจายังหน้าห้องประชุมที่กระทรวงไอซีที เกือบ 100 คน
สหภาพ กสท-ทีโอที ไม่รับฟังไอซีทีแจงแนวทางรวมธุรกิจ เตรียมชุมนุมล่ารายชื่อเสนอ ‘อุตตม’ โดยตรง
นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ได้หารือร่วมกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) และ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ถึงแนวคิดตามมติของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่ให้ กสท และทีโอที นำทรัพย์สินที่มีอยู่ออกมารวมหน่วยธุรกิจและตั้งบริษัทลูกจำนวน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท โครงข่ายบรอดแบนด์ภายในประเทศ บริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศ และ บริษัท ศูนย์ข้อมูลอินเตอร์เน็ต ว่ามาจากการรับฟังแนวคิดของทางผู้บริหารของทั้ง 2 หน่วยงาน ที่ต้องการความคล่องตัวในการประกอบธุรกิจหลักของตนเอง ซึ่งมีทางออกเดียวคือการตั้งบริษัทลูก ส่วนอีก 2 ทางเลือกคือการแปรรูปบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้เอกชนเข้ามาถึงหุ้น และการแก้ไขกฎหมายให้เฉพาะกสท และทีโอทีนั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะแนวทางแรกจะกลายเป็นขายสมบัติชาติ ส่วนแนวทางหลังจะกลายเป็นว่ารัฐไม่เป็นธรรมกับรัฐวิสาหกิจอื่นๆ
“ขอยืนยันว่าการรวมกันจัดตั้งบริษัทลูกในครั้งนี้สวัสดิการพนักงานยังคงเดิม โดยมีรัฐถือหุ้น 100% ดังเดิม ได้ประเมินแนวทางให้รวม 2 หน่วยงานเมื่อนำทรัพย์สินมารวมกันซึ่งมีมากมายจะเกิดศักยภาพในการแข่งขันสู้กับเอกชนได้ แต่ในทางกลับกันหากไม่ทำ และยังคงทำงานกันต่อไปแบบเดิมๆ ก็น่าจะเป็นการรอวันเจ๊งเพราะทุกวันนี้รายได้หลักของ กสท ก็คือการให้เอกชนเช่าใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ ที่ในอนาคตจะต้องส่งคืนคลื่นให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ขณะที่ ทีโอที รายได้หลักจากการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง(บรอดแบนด์) ก็มียอดลูกค้าออกเดือนละ 2-3 แสนราย”
นายพันธ์ศักดิ์ กล่าวว่า หากทางผู้บริหาร หรือ สหภาพฯของ กสท และ ทีโอที ไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว ก็ขอให้ทำแผนงานมาเสนอ แต่ต้องเป็นแผนงานที่ทำออกมาแล้วเห็นความเป็นไปได้ในการประกอบธุรกิจและไปรอดจริง โดยในวันที่ 29 กรกฎาคม ทางกระทรวงไอซีทีจะเชิญผู้บริหารของ กสท และ ทีโอที มาหารือร่วมกันในประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้ แผนงานหลังจากนี้ทางคณะทำงานพิจารณากลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหา กสท และ ทีโอที ที่ตนเป็นประธาน จะเดินหน้าประชุมต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งบริษัทลูกของทั้ง 2 หน่วยงานต่อไป
นายสังวรณ์ พุ่มเทียน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า สหภาพฯจะเดินหน้าคัดค้านการนำทรัพย์สินของกสท ไปจัดตั้งบริษัท 3 บริษัทต่อไป เพราะสหภาพฯมีความเห็นว่าการแก้ปัญหาของคณะทำงานชุดดังกล่าวแก้ไม่ตรงจุด แม้ว่านายพันธ์ศักดิ์จะมีเจตนาดีในการแก้ปัญหาก็ตาม
นายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ประธานแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า สหภาพฯ ทีโอทีไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการรวมหน่วยธุรกิจของ 2 บริษัท และให้มีการตั้งบริษัทลูกร่วมกัน เพราะทีโอทีเห็นว่าการที่ทีโอทีประสบปัญหาเรื่องผลประกอบการเวลานี้ มาจากการที่ไม่สามารถเลือกคนเก่งและดีมาบริหารได้ แต่กลับถูกครอบงำจากฝ่ายการเมืองและอำนาจภายนอก ทำให้ที่ผ่านมาทีโอทีต้องเจอกับปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างในลักษณะการเอื้อประโยชน์ คือได้ของแพงแต่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งแนวคิดการตั้งบริษัทลูกอาจทำให้ความสำคัญของทีโอทีหมดลง และอาจเป็นข้ออ้างที่นำไปสู่การยุบองค์กรในอนาคตได้ รวมทั้งการตั้งบริษัทลูกยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีนโยบายและยุทธศาสตร์ไปในทางเดียวกันกับบริษัทแม่ ส่งผลให้ในอนาคตอาจไม่สามารถกำหนดการดำเนินงานของบริษัทลูกได้ และจะไม่ได้ผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ กลับมาจากบริษัทลูกที่กำลังจะตั้งใหม่ได้
“ทีโอที ขอไม่รับฟังคำอธิบายต่างๆจากกระทรวงไอซีที จากนี้ไปสหภาพฯทีโอทีจะเคลื่อนไหวด้วยการจัดชุมนุมเพื่อล่ารายชื่อผู้ไม่เห็นด้วยก่อนที่จะนำรายชื่อคัดค้านเสนอต่อนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที พร้อมกับ กสท ในวันที่ 10 สิงหาคม 2559”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือกันระหว่าง ไอซีที และ สหภาพฯ กสท และ ทีโอที ทั้ง 2 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจได้มีการพาพนักงานของทั้ง 2 บริษัท ที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว มาร่วมรอรับฟังผลการเจรจายังหน้าห้องประชุมที่กระทรวงไอซีที เกือบ 100 คน